[Fiction] Let The Rain Fall 19

letitrain

 

นิชคุณชอบการเซอร์ไพร้ส์ และทำอะไรที่เขาไม่คาดคิด มันทำให้จุนโฮตกหลุมรักนิชคุณได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความใส่ใจแม้เพียงอะไรที่เล็กๆน้อยๆ มีหลายครั้งที่เขาเพียงแค่บ่นขึ้นมาว่าเขาอยากได้ หรือแสดงความสนใจในอะไรสักอย่าง นิชคุณจะทำเป็นนิ่งเฉยในตอนแรก และแอบไปซื้อมาเซอร์ไพร้ส์เขาในภายหลัง จุนโฮถึงไม่อยากทักอะไร ตอนที่สังเกตเห็นนิชคุณแอบซื้อของอย่างเงียบๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นยังบ่นว่ามันราคาแพง และฟุ่มเฟือย นิชคุณไม่ใช่คนที่ใส่เครื่องประดับอะไร และออกจะรำคาญมันด้วยซ้ำ ท่อนแขนของนิชคุณไม่ได้มีเครื่องประดับอะไรเลยนอกไปจากนาฬิกาเรือนหรูที่เจ้าตัวใช้จนคุ้มราคา แต่วันนั้นเขาเห็นนิชคุณซื้อสร้อยข้อมือกลับไป

“ฉันต้องไปแล้วนะ” เสียงของนิชคุณดังขึ้นมา

“เอ๊” จุนโฮจ้องมองนิชคุณอย่างประหลาดใจ

ทำไม.. ทำไมถึงยังไม่ให้เขาสักทีล่ะ หรือว่านิชคุณจะซื้อใส่เองจริงๆหรอ ถ้าอย่างงั้น ถ้าเขาไปซื้ออีกเส้นให้เหมือนกัน มันก็เหมือนกับว่าพวกเขาใส่สร้อยคู่กันไม่ใช่หรอ

“จุนโฮ” นิชคุณเรียกอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขายังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“ฉันมีนัดสำคัญจริงๆ” นิชคุณวางผ้าเช็คปากลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“มาหาตอนเย็นได้มั้ย” จุนโฮรีบกล่าวในทันที เมื่อเห็นว่านิชคุณกำลังจะเดินออกไปจริงๆ

“วันนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่น่ะ ไว้เจอกันวันหลังดีกว่า”

“นิชคุณ..” จุนโฮช้อนสายตาขึ้นมองด้วยแววตาที่ซ่อนความผิดหวังไว้ไม่มิด เขายังไม่อยากให้นิชคุณไป

นิชคุณมองนาฬิกา และถอนหายใจยาว

“ฉันจะโทรหา” นิชคุณบอก

และในที่สุดจุนโฮก็ยิ้มออกมา “ก็ได้ ฉันจะรอนะ”

 

 

“นายหายไปไหนมา ที่บริษัทเขาจะเป็นบ้ากันเพราะนายแล้วนะรู้มั้ย”

จุนโฮถอนหายใจอย่างหัวเสีย เมื่อคำทักทายทันทีที่เขากลับเข้ามาที่ห้องของตัวเอง กลายเป็นเสียงบ่นยืดยาวของฮวางชานซองซึ่งเข้ามานั่งรออยู่ก่อนแล้วโดยไม่ได้รับเชิญ

“สวัสดีชานซอง” จุนโฮกระตุกยิ้มที่มุมปาก “คนเราเจอหน้ากันก็ควรจะทักทายกันก่อนจะด่ากันนะ”

“อีจุนโฮ” ชานซองเอ่ยเสียงดุ “นายลืมไปแล้วหรือไงว่าวันนี้นายมีประชุมเรื่องคอนเสปต์อัลบั้มใหม่ เขานัดโปรดิวเซอร์ไว้ให้หมดแล้ว แล้วนายหายไปไหนมา”

“อ่อ โทษที ลืมน่ะ” จุนโฮพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะนั่งลงที่หน้าทีวี “นายช่วยนัดให้ใหม่แล้วกัน”

ชานซองพยายามควบคุมอารมณ์ ขณะจ้องมองจุนโฮที่นั่งกดรีโมททีวีโดยไม่หันมามองดูเขาเลย

“ฉันนัดให้แล้วตอนบ่ายสอง เพราะฉะนั้นเราต้องออกไปกันแล้ว”

“ไม่มีอะไรทำกันแล้วรึไง” จุนโฮพึมพำด้วยเสียงดังพอให้เขาได้ยิน ไม่รู้บ้างเลยสินะ ว่าเขาต้องไปขอร้องกับท่านประธานยังไง ต้องไปขอร้องและอ้อนวอนโปรดิวเซอร์ทีละคนๆ เพื่อให้ยอมอยู่รอจุนโฮก่อน

ชานซองถอนหายใจยาว ขณะนับหนึ่งถึงสิบในใจ เขานับถึงเลขเก้านิดๆ ตอนที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของจุนโฮที่ยอมปิดโทรทัศน์ในที่สุด

“ไปได้แล้วจุนโฮ  วันนี้เด็กๆมีสอบเข้ามหาลัยกันด้วย เดี๋ยวเลิกแล้วรถจะติดไปหมด” ชานซองยิ้มด้วยความโล่งใจ เมื่อเห็นว่าอย่างน้อยจุนโฮก็ยังยอมฟังเขาอยู่บ้าง

จุนโฮกำลังเดินมาหาเขา ก่อนจะหยุดกึก

“อะไรนะ”

“ไปได้แล้ว เดี๋ยวรถติด” ชานซองพูดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง

“วันนี้มีสอบหรอ.. สอบเข้ามหาลัย คงสำคัญมากเลยใช่มั้ย”

“ใช่สิ เด็กๆที่เกาหลี ก็สอบตัดสินชะตากันวันนี้วันเดียวนี่แหละ” ชานซองหัวเราะเมื่อนึกถึงสมัยที่เขาเองต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่เหมือนกับจุนโฮ ที่โตและเรียนมาในอเมริกามาตลอด คงไม่รู้สินะ ว่าวันนี้สำคัญกับเด็กเกาหลีมากแค่ไหน

ชานซองไม่ทันได้สังเกตใบหน้าที่ซีดเผือดของจุนโฮ

“ไปกันเถอะ คงอีกสักพักแหละ ก่อนพ่อแม่ผู้ปกครองจะยกขบวนไปรับลูกๆน่ะ”

“ไม่ไป” จุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“อย่ามาทำเป็นเล่นน่าจุนโฮ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่จะนัดทุกคนมาได้”

“ก็ไม่ต้องนัด ไม่ต้องคุย ไม่ต้องคัมแบ็กหรอก ฉันไม่อยากทำอีกแล้ว ไม่อยากเป็นนักร้องอีกแล้ว เลิกยุ่งกับฉันสักที”

“จุนโฮ!” ชานซองตะคอก ดวงตาคมกริบจ้องมองจุนโฮด้วยความผิดหวัง จุนโฮพูดออกมาได้ยังไง พูดออกมาได้ยังไง ไม่อยากเป็นนักร้องแล้วงั้นหรอ

“ออกไป” จุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ

ชานซองส่ายศีรษะ พยายามสลัดภาพที่สองตามองเห็นออกไป นี่ไม่ใช่จุนโฮที่เขารู้จัก ไม่ใช่คนที่ฝึกหนักมาร่วมกันกับเขา ไม่ใช่คนที่เต็มไปด้วยความสามารถ ความมุ่งมั่น และความพยายาม ที่ทำให้เขาหลงรักได้อย่างง่ายๆ คนที่เขายอมแลกแม้กระทั่งความฝันของตัวเอง เพื่อรักษาความฝันของคนๆนั้นเอาไว้ ได้หายไปแล้ว

 

 

มันจบลงแล้ว จบลงแล้วจริงๆสินะ อูยองพ่นลมหายใจออกมาจากเรียวปากพร้อมกับวางดินสอลง หลังจากได้ยินเสียงแจ้งหมดเวลาสอบ โชคดีที่เขาได้สอบห้องเดียวกับจินอุน หลังจากกระดาษข้อสอบถูกเก็บไปหมด พวกเขาก็ถูกปล่อยให้ออกจากห้องมาพร้อมกัน หลายคนเริ่มเดินเข้าไปหากันแล้วพูดถึงข้อสอบที่เพิ่งทำมา เสียงร้องอย่างเสียดายเมื่อรู้ตัวว่าพลาดดังขึ้นปะปนกับเสียงเฮเมื่อแน่ใจว่าคำตอบตัวเองถูก แต่สำหรับเขากับจินอุนแล้ว พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาจะไม่พูดถึงมันอีก ไม่ ไม่ใช่ในตอนนี้ ที่พวกเขากำลังสูดลมหายใจของอิสรภาพหลังจากการเตรียมตัวสอบที่เคร่งเครียด พวกเขาเดินฝ่าฝูงชนที่วุ่นวาย รุ่นน้องที่มาให้กำลังใจในโรงเรียน ผู้ปกครองที่มายืนรอรับลูกๆของเขากลับบ้าน อูยองสอดส่ายสายตามองหาใบหน้าที่คุ้นตา ขณะที่ออกมายืนหน้าโรงเรียนพร้อมกับจินอุน

“อูยองครับ” เสียงเรียกดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะฝ่ากลุ่มคนที่แออัดออกมาหาเขาได้เสียอีก

“เป็นยังไงบ้าง ทำข้อสอบได้มั้ย”

“ถามอะไรอย่างนั้นล่ะ อูยองคนเก่ง ทำได้เต็มอยู่แล้วล่ะ ใช่มั้ยครับ” เสียงที่ตามมาคาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นของใคร ร่างสูงที่เดินตามมินจุนมา กลายเป็นภาพที่คุ้นตาไปเสียแล้ว

“ฮยองมาทำอะไรกันครับ” จินอุนมองใบหน้าของญาติผู้พี่อย่างมินจุน และเพื่อนสนิทที่คอยตามมินจุนเป็นเงาอย่างแทคยอน

“พูดอะไรอย่างนั้น ก็มารับนายไง เห็นมั้ยล่ะว่าฉันเป็นพี่ที่แสนดีขนาดไหน” มินจุนหันไปฉีกยิ้มกว้างให้อูยอง

“เพื่อเป็นการฉลองสอบเสร็จเราไปกินเนื้อย่างกันนะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” จินอุนขมวดคิ้ว ปากบอกว่ามารับเขา แต่คนที่มินจุนหันไปชวนกินเนื้อย่างอยู่น่ะ มันอูยองนะ

“ว่าไงครับ” มินจุนเอ่ยถามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอูยองกำลังยืนเหม่อเหมือนกำลังมองหาใครสักคนอยู่

“อะ.. อะไรนะครับ”

“ไปกิน..” มินจุนยังไม่ทันพูดจบ ก็ต้องชะงักเพราะรอยยิ้มหวานที่ระบายขึ้นบนพวงแก้มที่เรื่อสีอ่อนๆ ถึงจะรู้จักกับอูยองมานาน และรู้ว่าอูยองเป็นเด็กที่ยิ้มง่าย แต่ในรอยยิ้มทั้งหมดที่เคยเห็นมา ไม่เคยมีครั้งไหน ที่อูยองยิ้มได้อย่างมีสุขขนาดนี้ สายตาที่เป็นประกายนั้นไม่ได้มองมาที่เขา แต่กลับมองผ่านเลยไปด้านหลัง

“พี่คุณ…” อูยองส่งยิ้มหวาน ให้ชายหนุ่มร่างสูงที่ปรากฏตัวอยู่ไม่ไกล

“ฉันไปก่อนนะ ไปก่อนนะครับ” อูยองหันไปบอกลาจินอุน มินจุน และแทคยอนอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกที มินจุนก็กำลังมองแผ่นหลังของอูยองที่วิ่งไปหานิชคุณแล้ว

“เลี้ยงเนื้อผมก็ได้นะพี่” จินอุนกระแอมขึ้น เมื่อเห็นทั้งแทคยอนทั้งมินจุนยังคงมองตามอูยองอย่างงุนงงอยู่ แน่ล่ะมันน่าประหลาดใจอยู่ แม้แต่เขาเองที่เคยได้ยินเพื่อนสนิทของตัวเองพูดถึงนิชคุณบ่อยๆ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นทั้งสองคนใกล้ชิดกันอย่างสนิทสนมเหมือนอย่างคนที่เป็นแฟนกันจริงๆ

จินอุนยิ้มขณะที่มองเพื่อนตัวน้อยวิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของร่างสูง ร่างเล็กถูกอุ้มจนตัวลอยเรียกเสียงหัวเราะจากรอยยิ้มหวาน เห็นอย่างนี้ เขาคงไม่ต้องกังวลอะไรแล้วละมั้ง

 

นิชคุณหันไปมองเจ้าของเสียงที่ชวนเขาคุยมาตลอดทาง แต่จู่ๆก็เงียบไปซะแล้ว ร่างสูงอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นคนตัวเล็กนอนหลับเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ คงเพราะเหนื่อยจากการสอบน่ะสิ ทั้งๆที่รู้ว่าระยะทางมันค่อนข้างไกลอยู่สักหน่อย สำหรับวันที่ยาวนานอย่างนี้ เขาอยากให้อูยองได้พักผ่อนมากกว่า แต่อูยองก็ยืนยันว่าอยากที่จะออกมาด้วยกัน

โชคดีที่เส้นทางออกนอกเมืองนั้นรถไม่ติดนัก และเขาก็มาถึงได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เขาปลุกอูยองที่งัวเงียให้ลืมตาคู่เล็กๆขึ้นมา

“ถึงแล้วหรอครับ”

“อื้ม”

มันเป็นชายหาดเล็กๆที่ไม่ได้ไกลจากโซลนัก ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม หรือมีทิวทัศน์สวยงามสักเท่าไหร่ แต่บรรยากาศของทะเลที่บรรจบกับพื้นทราย เสียงคลื่นที่พัดอย่างเป็นจังหวะเหมือนบทเพลงจากธรรมชาติ และสายลมที่โอบอุ้มความสดชื่นจากท้องทะเลมาประทะใบหน้า อย่างไรก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดหลังจากการสอบได้ดี อูยองยิ้มอย่างสดใสเมื่อเจ้าตัววิ่งลงไปบนพื้นทราย นิชคุณมองตามอูยองที่วิ่งไปแตะเกลียวคลื่นอย่างสนุกสนาน เห็นอูยองที่สดใสอย่างนี้แล้วจะไม่ให้เขาตามใจเด็กที่โทรไปอ้อนขอให้เขาพามาเที่ยวทะเลหลังสอบเสร็จได้ยังไง

“คุณฮยอง” เด็กแก้มกลมหันมาร้องเรียก “มานี่เร็ว”

นิชคุณวิ่งเหยาะๆไปหา อูยองเอาแต่เล่นสนุกจนลืมตัวว่าใส่แต่เพียงชุดนักเรียน ถึงแม้เสื้อตัวนอกจะหนาพอสมควร แต่ลมทะเลในฤดูหนาวก็พัดแรงจนทำให้รู้สึกหนาวเย็นเอาง่ายๆ

“มีเปลือกหอยตรงนั้นด้วย”

นิชคุณจับแขนของอูยองไว้ ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งเล่นต่อ ร่างเล็กที่เงยขึ้นมอง ทำให้นิชคุณมองเห็นปลายจมูกที่เริ่มเป็นสีแดงเพราะอากาศเย็น

“เด็กน้อย” นิชคุณหัวเราะ ก่อนจะถอดผ้าพันคอของตัวเองออก แล้วสวมให้คนน้อง “เดี๋ยวก็เป็นหวัดเอาหรอก”

อูยองได้แต่จ้องมองรอยยิ้มที่อบอุ่นของนิชคุณราวกับโดนสะกดให้ไม่อาจถอนสายตา ขณะที่นิชคุณจัดผ้าพันคอให้อย่างอ่อนโยน

“คุณฮยอง..” อูยองเอ่ยเรียกดวงตาคู่สวยให้หันมาสบตา นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่สายตาอบอุ่นและอ่อนโยนคู่นี้ ทำให้เขาหลงใหล จนยากจะถอนตัว อาจจะเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เพียงแต่เขายังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันคืออะไร จนถึงวันนี้ ที่เขายังคงรู้สึกเช่นเดิมไม่เปลี่ยนเลย เขาตกหลุมรักนิชคุณอีกแล้ว

“ผมรักฮยองนะ”

มือคู่เล็กคล้องรอบลำคอของคนพี่ ก่อนจะเขย่งฝีเท้า เพื่อจุมพิตบนริมฝีปากอิ่ม ริมฝีปากคู่เล็กเม้มเบาๆอย่างออดอ้อนให้นิชคุณตอบรับความรู้สึกของเขา

แต่นิชคุณไม่ได้จูบตอบ นิ้วมือเรียวเลื่อนบนท่อนแขน ก่อนจะปลดมือของเขาออกอย่างช้าๆ ร่างสูงผละออกทั้งๆที่ยังจับต้นแขนของเขาไว้

สัมผัสของมือหนาบนหัวไหล่หนักอึ้ง จนอูยองกัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าเงยขึ้นสบตาคนพี่ด้วยซ้ำ

“ทำไมล่ะครับ”

นิชคุณหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู เมื่อเห็นอูยองทำท่าซึมลงไป มือใหญ่ลูบศีรษะของคนน้อง

“นายใส่ชุดนักเรียนอยู่นะ ใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี”

“……”

ทั้งๆที่อูยองก็เข้าใจ เขาไม่ใช่เด็กไม่มีเหตุผล แต่เขาคงเหนื่อยเกินไปละมั้ง เขาไม่ควรออกมาวันนี้เลย เพราะว่าเขาเหนื่อย เขาเลยทำอะไรโดยที่ไม่คิด น้ำตาถึงได้รื้นขึ้นมาเอ่อคลอจนดวงตาร้อนผ่าว

“จริงๆหรอครับ”

“อูยอง ไม่เอาน่า ร้องไห้ทำไม” คนตัวเล็กที่เริ่มสะอึกสะอื้นโดยไม่คาดคิด ทำให้นิชคุณตกใจ นิชคุณจ้องมองอูยองอย่างเป็นกังวล ทั้งๆที่วันนี้ตั้งใจจะทำให้อูยองมีความสุขที่สุด เพื่อเป็นของขวัญหลังการสอบ แต่ก็ยังเผลอทำให้อูยองร้องไห้อีกจนได้

“ผม..ฮึก” นิ้วมือขาวยกขึ้นปัดป่ายน้ำตาจนดวงตาเริ่มบวมช้ำ

“ไม่ร้องสิครับ เหนื่อยหรอ กลับบ้านกันมั้ย” นิชคุณเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง และสับสน

จนในที่สุดน้ำเสียงที่ตัดพ้อก็เอ่ยออกมา

“ถ้าผมไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน ฮยองจะจูบผมมั้ยครับ”

“อูยอง..” นิชคุณถอนหายใจ เมื่อเริ่มจะเข้าใจ

คิดมากเรื่องนี้เองหรอกหรอ…

นิชคุณรวบข้อมือเล็กให้เดินตาม ถึงแม้อูยองจะพยายามฝืนรั้งอย่างดื้อรั้น แต่มือใหญ่ก็กระชับรอบมือเล็กไม่เปิดโอกาสให้ได้หนีไปไหน พวกเขากลับมาที่รถที่จอดทิ้งไว้ในลานจอด นิชคุณเปิดประตูที่เบาะหลัง จัดแจงกึ่งบังคับให้อูยองขึ้นไปบนรถ และเมื่อเขาตามขึ้นไป ทันทีที่ประตูรถปิดลง ร่างสูงก็โน้มตัวลงประกบริมฝีปากลงบนเรียวปากของอีกคน ริมฝีปากอิ่มหยักดูดดึงเสียงสะอื้นไห้จนเงียบหายไปในลำคอ นิ้วมือเรียวยาวประคองใบหน้าพลางกวาดน้ำตาออกจากแก้มกลม ขณะกดจูบแนบแน่นบนริมฝีปากอ่อนนุ่มที่เผยอรับรสจูบให้เรียวลิ้นเข้าไปคลอเคลียในโพรงปาก ลิ้นเล็กค่อยๆขยับรับรสสัมผัส เมื่อเจ้าของร่างบางโอบคล้องร่างสูงให้ทาบทับลงมาแนบชิด เสียงร้องสะอื้นแปรเปลี่ยนเป็นลมหายใจหอบโยน ดวงตากลมชื้นด้วยหยาดน้ำตาฉ่ำหวาน ช้อนขึ้นมองในขณะที่พวงแก้มเป็นสีแดงจัด

อูยองเผลอกัดริมฝีปาก เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนบนร่าง

“หยุดร้องแล้วเนอะ”

พูดพลางโน้มตัวมาขบเม้มกลีบปากสีกุหลาบเบาๆเสียหลายที

“ไม่น้อยใจกันแล้วใช่มั้ย ฉันไม่อยากให้ใครมาว่าอูยองของฉันเป็นเด็กไม่ดีนี่นา”

นิชคุณเกลี่ยปลายจมูกบนแก้มกลม ก่อนจะสังเกตได้ว่าเด็กขี้งอน ยังคงเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นบาง น้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาอีกทำให้นิชคุณรู้สึกผิดสังเกตได้ไม่ยาก

“อูยองอ่า” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยเรียกให้คนน้องหันมาสบตา ใบหน้ามนที่เบือนหนีทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่น “มีอะไรหรอ”

“ฮยองรู้มั้ยว่ามันมีรูปออกมาในอินเทอร์เน็ตว่าฮยองไปไหนมาไหนด้วยกัน” อูยองหลับตาลงพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมา “แล้วคนก็จะมาถามผมว่านั่นใช่แฟนผมหรือเปล่า เขารู้จักจุนโฮด้วยหรอ พวกเขาเป็นอะไรกัน แล้วผม.. ผมควรตอบเขาว่าอะไรหรอครับ”

น้ำเสียงที่สั่นเครือเอ่ยออกมาอย่างอัดอั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ พร่างพรูออกมาราวกับทำนบที่สร้างไว้ได้ถูกทำลายลงไปหมดแล้ว เขาต้องเห็นรูปพวกนั้นทั้งหมด ทั้งๆที่พยายามทำเป็นไม่สนใจไม่ว่านิชคุณจะหายไปไหนหรือติดต่อไม่ได้ แต่เขากลับต้องเจอคนรู้จักมากมายเข้ามาทักมาถาม ในวันที่นิชคุณบอกกับเขาว่ายุ่งอยู่กับงาน เขากลับได้เห็นรูปทั้งสองคนนั่งกินข้าวด้วยกันในร้านอาหาร เขาควรจะตอบคนเหล่านั้นว่าอะไร ควรจะต้องพูดอะไร นิชคุณที่ไม่มีเวลาให้เขาเลย แต่กลับมีเวลาออกไปอยู่กับคนอื่นได้

นิชคุณจ้องมองคนตัวเล็กที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร จนชวนให้หัวใจของเขาเจ็บปวดไปด้วย นิ้วมือเรียวแตะบนใบหน้าของอูยองอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะเผลอทำให้ผิวขาวนั้นบอบช้ำ ก่อนจะเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มกลม

“บอกกับเขาว่าใช่ ฉันเป็นแฟนนาย” อูยองเงยขึ้นสบตาของเขา นิชคุณยิ้มให้กับดวงตากลมที่สั่นระริกราวลูกกวางที่หลงทาง “ส่วนฉันกับจุนโฮ เราเป็นเพื่อนกัน”

“……..”

“เราเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน เราก็เลยรู้จักกัน… บอกกับเขาไปแค่นั้นก็พอ” นิชคุณเอ่ย เขาไม่ต้องการให้เด็กคนนี้ต้องมาเจ็บปวดเพราะเขา เขาจะเป็นแฟนที่ดี เป็นคนรักที่ดีของอูยองให้ได้ ส่วนเรื่องของเขากับจุนโฮเขาจะจัดการเอง มันไม่จำเป็นจะต้องให้อูยองต้องมายุ่งเกี่ยว หรือเป็นกังวลกับความสัมพันธ์ที่ยังยืดเยื้อของพวกเขาเลย

“พี่คุณ..”

“เพราะว่าเราเป็นแฟนกันไม่ใช่หรอครับ” นิชคุณยิ้มให้อูยอง

อูยองพยักหน้าเป็นการตอบรับ มือเล็กเอื้อมจับมือของนิชคุณไว้แน่น เขากลัวว่านิชคุณจะไม่ต้องการเขาแล้ว แต่เพียงแค่นี้ เพียงแค่นิชคุณยังคงยืนยันว่านิชคุณยังเป็นของเขา เขาก็ดีใจแล้ว

มือใหญ่ประสานกับมือคู่เล็กไว้แนบแน่น ก่อนจะโน้มตัวลงจูบริมฝีปากคู่เล็กที่จูบตอบเขาอย่างอ่อนหวาน กลีบปากบางดูดดึงอย่างออดอ้อนจนน่าอ่อนใจ ใครสอนเด็กไร้เดียงสาของเขาคนนี้ให้รู้จักการจูบกันนะ ทำไมถึงกลายเป็นเด็กขี้อ้อนได้ขนาดนี้ มือคู่เล็กโน้มลำคอของเขาให้ลงไปแนบชิด ขณะที่เคลื่อนริมฝีปากบนเรียวปากของเขาอย่างเย้ายวน กลีบปากเล็กๆเม้มบนริมฝีปากล่างของเขาเคล้นคลึงมันเบาๆ ก่อนจะผละออก ดวงตากลมช้อนขึ้นมอง ขณะที่พวงแก้มเป็นสีแดงระเรื่อ  ปลายจมูกเรียวเล็กดุนจมูกของเขาเบาๆก่อนที่คนตัวเล็กจะงับรีมฝีปากของเขาอย่างเย้ายวนอีกครั้ง ลิ้นเล็กเลียไล้บนเรียวปากเพื่อขอทางเข้าไปภายในอย่างเว้าวอน นิชคุณปล่อยเด็กน้อยให้คลอเคลียเอาแต่ใจต่ออยู่สักหน่อย ก่อนจะกดจูบลงแนบชิดจนแทบจะช่วงชิงลมหายใจคนตัวเล็กให้ขาดห้วง

“อื้อ..” เสียงหวานร้องในลำคอ เมื่อนิชคุณแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปาก  นิ้วมือเล็กพยายามแกะผ้าพันคอผืนหนาออกจากตัวในขณะที่เม็ดเหงื่อเริ่มซึมชื้นจากรสจูบเร่าร้อน

นิชคุณถอนจูบจากร่างเล็กที่หอบโยน เขาช่วยถอดผ้าพันคอออกจากลำคอของอูยอง ก่อนจะมอบสัมผัสร้อนด้วยลมหายใจร้อนผ่าวให้แทน ปลายจมูกโด่งโน้มลงซุกไซร้กลิ่นกายหอมหวานจากซอกคอของร่างบาง ริมฝีปากที่ขบเม้มบนผิวเนื้อ พาให้ร่างกายร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าผ้าพันคอผือหนา อูยองโอบรัดร่างหนาโดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้สึกถึงกระแสไฟที่ไหลไปทั่วร่างจนสั่นสะท้าน เส้นขนอ่อนๆลุกชันตามสัมผัสของมือหนาที่เลิกเสื้อของเขาขึ้น นิ้วมือเรียวลูบไล้บนหน้าท้องแบนราบซึ่งซ่อนกล้ามเนื้อได้รูปอยู่ภายใต้ผิวขาวที่อ่อนนุ่มเหมือนน้ำนม ชวนให้นิชคุณนึกสงสัยว่าเด็กน้อยที่เขารู้จักโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ฝ่ามือหนาเล้าโลมเอวบาง ขณะดูดดึงบนเรียวปากที่ตอบรับทุกสัมผัส ยิ่งชวนให้ดำดิ่งลงในรสหวานที่รุ่มร้อน ร่างสูงโถมทับเบียดกายลงแนบชิด จนรู้สึกได้แม้ส่วนอ่อนไหวภายใต้กางเกงนักเรียนที่ตึงรั้ง

อูยองดันร่างสูงออกอย่างตื่นตระหนก ขณะที่ริมฝีปากเม้มแน่นพยายามกลั้นอารมณ์ที่ตื่นเตลิด เม็ดเหงื่อซึมบนใบหน้าแม้อุณหภูมิภายนอกจะเริ่มลดต่ำ ร่างกายของเขาเริ่มขมวดเกร็งจนไม่กล้าขยับ

นิชคุณกลั้นรอยยิ้ม ขณะเช็ดเหงื่อบนหน้าของร่างเล็กที่เบือนหน้าหลบแม้ใบหูจะเป็นสีแดงจัด เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ

“ให้ฉันช่วยนะ”

นิชคุณไม่ได้รอคำตอบหรอก เพราะเขารู้ว่าอีกนิดอูยองก็ทนไม่ไหวแล้ว

“อ๊ะ” เสียงครางเร้นออกจากริมฝีปากที่เม้มแน่น ทันทีที่มือหนาเอื้อมลงปลดกางเกงของอูยองออก

นิชคุณบอกกับตัวเองอย่างขบขัน เขาต้องระวังมากกว่านี้ซะแล้ว อูยองที่เป็นเด็กในวัยรุ่น ดูเหมือนจะถูกปลุกเร้าอารมณ์ได้ง่ายๆ และยังไม่สามารถควบคุมมันได้ดีนัก

เพียงมือหนาเคล้นคลึงอยู่ไม่นาน ร่างเล็กก็หลั่งออกมาเสียแล้ว

 

ใบหน้ากลมเป็นสีแดงจัดและร้อนผ่าว ขณะก้มมองคนพี่ค่อยๆใช้กระดาษทิชชู่เช็ดเมือกเหนียวที่หว่างขาของเขา สัมผัสอ่อนโยนช่วยเช็ดทำความสะอาดอย่างไม่รังเกียจ นิชคุณสวมกางเกงให้เขา ก่อนจะช่วยติดกระดุมเสื้อที่หลุดหรุ่ย นิชคุณสอดชายเสื้อของอูยองลงในกางเกง ก่อนจะยิ้มกับผลงานเมื่อแต่งตัวให้อูยองจนเสร็จ

“ร้องไห้ทำไม ยังเสียใจอยู่หรอ” นิชคุณเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงอูยองสะอื้นขึ้นมาเบาๆ

อูยองส่ายศีรษะก่อนจะโผเข้ากอดคนพี่

“ผมมีความสุขมากต่างหาก”

นิชคุณยิ้ม เมื่อโอบร่างเล็กเข้าไปในอ้อมกอด

“ดูสิ ตั้งใจจะพามาดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันแท้ๆ ดันมืดซะแล้ว”

เขาได้ยินเสียงอูยองหัวเราะเบาๆ

“แต่ก็ได้เห็นอะไรดีๆแทนเหมือนกัน ทั้งสวยแล้วก็เซ็กซี่กว่าพระอาทิตย์อีก” นิชคุณหัวเราะ ขณะที่กำปั้นเล็กๆทุบเข้าที่อก

 

 

 

 

 

Note;

ยอมรับ ตอนนี้เป็นตอนที่จู่ๆก็แทรกขึ้นมา เป็นตอนที่ไม่มีอยู่ในพล็อตที่วางไว้ตั้งแต่แรก
เป็นตอนที่เขียนเพราะอยากเขียน เป็นตอนที่มาเพราะคาโนโจะ 55555555
ชอบเนื้อเพลงตอนที่บอกเป็นแฟนผมจริงใช่มั้ย เอาไปบอกใครต่อใครได้ใช่มั้ยว่าเป็นแฟนกัน
จากเนื้อเพลงเลยออกมาเป็นฉากนี้ขึ้นมาค่ะ

โหย นี่ก็ไม่รู้จะแต่งจบเมื่อไหร่เลย ยังมีการยืดเรื่องได้อีกอะ ถถถถ

8 comments

  1. กิ๊ดดดดด ตอนนี้หวาน มะปวดตับ ชอบบบบ รออ่านตอนต่อไปค่าาาา ขอบคุณนะคะ

  2. ตอนนี้มีความสุขจัง ต้นตอนที่น้องร้องไห้ในเราก็จะร้องไห้ตามน้องไปแล้ว เพราะสงสารมากอะ น้องคงน้อยใจจนระเบิดออกมา แต่พี่เค้าคิดแบบนั้นจริงๆใช่ไหม จะจัดการเรื่องของจุนโฮ และไม่ทำให้น้องเสียใจ

  3. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด นี่มันอะไรเหรอ จะต้องหวานกันเบอร์นี้เหรอ ลืมไปหมดแล้วว่าอิพี่เคยทำให้น้องเสียใจอะไรบ้าง ลืมไปหมดแล้ว 5555 ทำไมคุณฮยองถึงน่ารักขนาดนี้ล่ะคะ ใจไม่ดีหมดแล้วเนี่ย บอกทีว่าไม่ได้ฝันไป

    ภาพตัดมาที่จุนโฮ โอ้ยตอนนี้คือเริ่มสงสารนุ้งแล้ว บอกไม่ถูกเหมือนกัน ㅠㅠ สงสารกว่าก็คือหมีชานนี่แหละ ฮือออ แต่มันเป็นสิ่งที่นุ้งเลือก จะดีจะร้ายแค่ไหนก็ต้องยอมรับมันให้ได้นะ ว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน วันนี้รักกัน พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง นุ้งต้องยอมรับ ณ จุดนี้ให้ได้นะ แต่ยังไงก็สงสารนุ้งอยู่ดี แต่ก็ไม่อยากให้พี่คุณทิ้งอิน้องไป เข้าใจเราด้วย ถถถถ

  4. เราอ่านหลายรอบมากเลยก่อนเม้น รู้สึกว่าไม่อยากพลาดสิ่งมี่ไรท์เขียนแม้แต่คำเดียว 55
    เอาจริงๆ เราเริ่มสงสารจุนโฮแล้วอ่ะ. ยิ่งตอนนี้ รู้สึกจุนโฮน่าสงสารมาก โฮคงจะรู้สึกแย่มากที่ตัวเองตัดสินใจช้าไป เพิ่งจะมาอยากให้นิชคุณกลับมาตอนนี้ เครื่องประดับที่คิดว่านิชคุณจะซื้อให้ตัวเอง คิดว่าตัวเองรู้จักนิชคุณดีที่สุด แต่ตอนนี้มันเหมือนจะไม่ใช่แล้ว แอบสงสารนุ้งโฮ
    ชานก็ผิดหวังกับโฮ แต่อยากให้ชานอยู่ข้างๆโฮ ช่วยโฮออกมาจากความโศกเศร้า ไรท์ช่วยโฮด้วยนะคะ ฮือออ
    อูยองขี้แยฝุดๆ 555 แต่ก็สงสารเวลาอูยองโดนถามว่านิชคุณเป็นแฟนกันจริงรึเปล่า ยอ่งพี่คุณบอกว่าไม่มีเวลา แต่รูปดันไปโผล่ว่ากินข้าวกับจุนโฮ พี่คุณช่วยคิดนิดนึงสิว่าด้งจะรู้สึกยังไง ฮืออออ ถึงพี่คุณจะบอกอูยองให้มั่นใจไปแล้ว แต่การกระทำพี่คุณมันยังไม่ถูกใจเราอ่ะ 5555 เราหวังกับสิ่งที่พี่คุณควรจะทำให้อูยองมากเกินไปใช่มั้ย
    อูยองยั่วมากค่ะ ตัลล๊าคคคค ชอบตอนถามว่าไม่จูบผมเพราะเรื่องชุดนักเรียนจริงๆรึเปล่า คือมโนตามแล้วมันน่ารักมากเลย แอร๊ยยย
    แล้วเราจะเข้ามาอ่านหลายๆรอบ จนกว่าไรท์จะอัพตอนใหม่นะคะ อิอิ

  5. ไรท์อ่ะ กดประสาท กดจิตใจ ชอบมากกกกกกกกกกกกกก รักน้องยอง เอ็นดู สงสาร ปนไปหมด ชอบใจอีคนพี่เป็นเพลย์บอยดี ๆ นี่เอง ประสบการณ์เนี่ยทำให้น้องหลงได้นะเนี่ย หวาน ๆ ชอบ ๆ อ่านไปยิ้มไป หัวเราะไป ใครเห็นคงคิดว่าบ้าก็ยอมคะ สงสารชานอ่ะ ไม่เป็นไร ๆ ให้ด้งกับพี่คุนได้หวานบ้าง ขมมาตลอด เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ อย่าเพิ่งจบนะ

  6. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ฮว้ากกกกกกกกกกกก เขินจะบ้าๆๆๆ ข่นบ้า ข่นผีทะเล >___<
    ขอบคุณมากค่ะ ^^

  7. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ฮว้ากกกกกกกกกกกก เขินจะบ้าๆๆๆ ข่นบ้า ข่นผีทะเล >___<
    ขอบคุณมากค่ะ ^^

    ปล.ทำไมเม้นเมื่อกี๊มันขึ้นมา 3 บรรทัดเองอ่ะ เม้นไปตั้งเยอะ แงงง

  8. อร๊าย หวานมากกกกก พี่คุณดูแลน้องให้ดีนะ อย่าทำให้น้องเสียใจ หวานกันเยอะๆนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s