[Fiction] Let The Rain Fall 18

letitrain

 

“จำได้มั้ย ตอนที่นายทำไอ้นี่ให้ฉันกิน” จุนโฮหัวเราะอย่างมีความสุข ขณะที่ใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตี้เป็นวงกลม “นายบอกว่านายก็แค่ซื้อของสำเร็จรูป แต่มันอร่อยมากเลยนะ”

ชายหนุ่มเคี้ยวอาหาร ก่อนจะเงยขึ้นมองคนข้างหน้า เขาจำไม่ได้แล้วว่าเขายิ้มอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน เขาหายไปไหนมานะ เสียเวลาไปกับอะไรตั้งมากมาย ทำไมถึงเพิ่งรู้ว่าการที่เขาจะยิ้ม การที่เขาจะยอมให้ตัวเองได้มีความสุข มันง่ายดายกว่าที่เขาคิด

“ฉันคิดถึงตอนนั้นมากเลยนะ ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน เรื่องที่เราได้ทำด้วยกัน ทุกอย่างมันน่าสนุกไปหมด” จุนโฮยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องราวในความทรงจำ “มันคงเป็นเพราะนายละมั้ง เพราะนายเป็นความสุขของฉัน”

“จุนโฮ..”

“เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย” จุนโฮมองสบตาของนิชคุณ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มที่เจ็บปวด “ฉันใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้จริงๆ”

“แต่ว่านายเป็นไอดอลนะ”

จุนโฮส่ายศีรษะในทันที “ฉันไม่สนใจมันอีกแล้ว รู้มั้ย”

เขาหัวเราะออกมาเบาๆ มันน่าหวาดกลัวที่จะละทิ้งทุกสิ่งที่มีในตอนนี้ก็จริง แต่มันกลับน่าโล่งใจมากกว่าที่เขาสามารถปล่อยสิ่งที่ผูกรัดเขาเอาไว้ได้เสียที เขาคิดมาตลอดว่าเขามีความฝัน เขามุ่งมั่นที่จะทำมันให้เป็นจริง เขาคอยบอกตัวเองว่าเขาต้องไม่สนใจอะไรนอกจากนั้น ไม่ว่าเขาจะเจ็บปวด ไม่ว่าเขาจะเหงา หรือเศร้าสักแค่ไหน เขาเอาแต่วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่หยุดพัก โดยไม่รู้ว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล และมันเหนื่อยล้าลงเต็มที  เขาต้องการที่หยุดพัก เขาต้องการคนที่จะโอบกอดหัวใจของเขาไว้อีกครั้ง นั่นเป็นตอนที่เขารู้สึกว่าเขาคิดถึงนิชคุณมากจริงๆ เขาวิ่งหนีจากนิชคุณมานานเกินไปแล้ว และตอนนี้ร่างกายที่เหนื่อยล้าก็พาเขามาหยุดตรงหน้านิชคุณอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าฉันเลือกนายแล้วไง” จุนโฮยิ้ม เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามีนิชคุณอยู่ด้วย เขาก็ไม่กลัวที่จะสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว

ร่างสูงจ้องมองจุนโฮอย่างเป็นกังวล มันเป็นเรื่องจริงที่เขายังคงคิดถึงภาพจุนโฮที่อยู่ในอ้อมกอด ภาพคืนวันที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยกันพัดหวนกลับมาอย่างหวานหอม เขายังจำวันนั้นได้ วันที่เขาตั้งอกตั้งใจที่จะทำอาหารให้จุนโฮกิน เพราะว่าอยากเอาใจ อยากจะดูแล อยากเป็นคนที่ทำให้จุนโฮยิ้มและมีความสุข ความรู้สึกนั้นยังคงชัดเจนเหมือนว่ามันไม่เคยจากไปไหน แต่มันก็เป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น พวกเขาได้ตัดสินใจไปแล้ว จุนโฮเลือกที่จะจากไป และเขาได้เลือกแล้วที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้เสียที ในเมื่อจุนโฮแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับจุนโฮคืออะไร มันคือความฝันของจุนโฮไม่ใช่หรอ แล้วทำไมจู่ๆถึงยอมหันหลังให้กับทุกอย่างที่ตัวเองสร้างมา เพราะว่าเขา เพราะเขางั้นหรอ จุนโฮจะบอกว่าเขาสำคัญกว่างั้นหรอ หรือยังคงคิดว่าเขาเป็นคนโง่ๆคนนั้น ที่จะเฝ้ารอความรักอยู่ที่เดิมเสมอ เหมือนกับสุนัขที่ซื่อสัตย์ที่เฝ้ารอเจ้านายของมัน

เขารักจุนโฮ แต่เขาก็เกลียดตัวเองที่รู้สึกเช่นนั้นมาเสมอ เกลียดความหวังเล็กๆในหัวใจที่เอาแต่เฝ้ารอว่าจุนโฮจะกลับมา เขาเกลียดความรู้สึกอย่างนั้น จนอยากจะหยุดมันทุกอย่างไว้ แต่แล้ววันนี้ผู้ชายคนนั้น ที่เป็นสาเหตุของทุกอย่างกลับเดินกลับมา ทำให้เขารู้สึกเป็นคนโง่ได้อีกครั้ง

ชายหนุ่มหลับตาลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

“ฉันมีแฟนแล้วจุนโฮ”

“ฮ่าๆ”

จุนโฮหัวเราะเสียงดัง ราวกับได้ฟังเรื่องตลก

“เด็กคนนั้นน่ะหรอ ไม่เอาน่า เลิกประชดกันได้แล้ว ใครๆก็รู้ว่าพวกนายไม่ได้คบกันจริงๆ”

เขาจ้องมาที่นิชคุณ ราวกับกำลังค้นหาความรู้สึกที่อ่อนไหว แม้เพียงสักนิด

และนิชคุณก็รู้ดีว่ามันไม่ยากเลยที่จุนโฮจะพบมัน

“นายก็รู้ว่านายรักฉัน” เรียวปากยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

รอยยิ้มที่สามารถอ่านเขาได้ทะลุปรุโปร่งจนน่ากลัว นิชคุณจ้องมองกลับไป เขาปิดบังความรู้สึกไม่ได้ แต่มันก็ไม่ยากที่เขาจะพูดความจริงเช่นกัน

“ฉันคบเขาอยู่จริงๆ”

“ไม่เอาน่า ยังโกรธฉันอยู่ใช่มั้ย”

“ฉันกลับไปหานายไม่ได้ เพราะว่าเราคบกัน”

จุนโฮส่ายศีรษะไปมาโดยไม่ยอมสบตาของเขา

“นายจะรักคนอื่นได้ยังไง นายไม่ได้รักเขาหรอก ใช่มั้ย ใช่มั้ยล่ะ”

“ฉัน…..”  นิชคุณเองก็ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้เช่นกัน เขาปล่อยให้น้ำเสียงเงียบหายไป

จุนโฮเม้มริมฝีปากที่สั่นเทาลงจนเป็นเส้นบาง ดวงตาร้อนผ่าวหันหลบจากคนที่เงียบงัน เขาไม่รู้ว่าทำไมนิชคุณถึงเอาแต่ยืนยันว่ากำลังคบคนอื่นอยู่ เขาไม่รู้ว่าทำไมนิชคุณถึงพูดความจริงออกมาไม่ได้ว่าไม่ได้รักเด็กคนนั้น เพราะว่านิชคุณรักเขา เขารู้ดีว่านิชคุณยังรักเขา นิชคุณต้องรักเขาสิ อาจจะอยากแกล้งให้เขาเจ็บปวดอยู่ละมั้ง แล้วมันก็ได้ผลดีซะด้วยสิ หน้าอกของเขาแน่นไปหมดจนเหมือนคนหายใจไม่ออก

“ให้โอกาสฉันอีกครั้งเถอะนะ” หลังจากความเงียบที่ยาวนาน จุนโฮเอ่ยออกมาอีกครั้ง “ขอร้องล่ะ”

 

 

 

อูยองเปิดเทอมมาได้เดือนหนึ่งแล้ว เวลาดูจะเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าเขาพยายามเตรียมตัวกันมากแค่ไหน แต่ก็เหมือนว่ามันยังไม่เพียงพออยู่ดี มันเป็นช่วงที่ทุกคนในชั้นมอหกเรียนกันอย่างเคร่งเครียดจนไม่มีเวลาได้คิดถึงอย่างอื่นมากนัก เขาไม่ได้เจอนิชคุณเลย แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นปัญหาของเขาคนเดียว เพื่อนๆของเขาถ้าไม่ใช่ว่าเรียนด้วยกันก็จำใจต้องห่างๆแฟนที่คบกันอยู่ทั้งนั้น บางคนถึงกับต้องเลิกกันเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพวกเขาแทบไม่มีเวลาไปโฟกัสเรื่องอื่นๆเลย มันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นกังวลที่เขากับนิชคุณจะหาโอกาสเจอกันได้น้อยลง นิชคุณเองก็ต้องทำงาน ส่วนเขาก็ต้องตั้งใจกับการเรียน หากจะห่างกันไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าสอบเสร็จเมื่อไหร่ เขาก็มีเวลาไปเจอนิชคุณได้เหมือนเดิม

 

“ได้ยินข่าวมั้ย รายการที่จุนโฮไปถ่ายมีปัญหาอีกแล้ว”

“อีกแล้วหรอ”

“เห็นว่าคราวนี้อยู่ดีๆก็ยกเลิกกระทันหัน”

“เอาอีกแล้ว เห็นวันก่อนก็ไม่ยอมอยู่ถ่ายรายการจนจบ”

“จำได้มั้ยละครที่บอกว่าจุนโฮจะเล่น อยู่ดีๆก็ต้องเปลี่ยนตัวคนแสดงก่อนเริ่มถ่ายไม่กี่วัน”

“หรือว่าจะแอบมีแฟน ติดแฟนจนเสียงานรึป่าว”

“ไม่ใช่หรอกน่า”

เสียงซุบซิบดังมาจากกลุ่มเด็กสาวที่เดินผ่านเขาไป อูยองยืนรอจินอุนที่ขอเข้าห้องน้ำก่อนจะไปเรียนพิเศษต่อด้วยกัน จุนโฮเป็นไอดอลชื่อดังที่เป็นที่นิยม ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามหลีกเลี่ยง แต่มันก็ไม่พ้นที่จะได้ยินชื่อของจุนโฮถูกเอ่ยออกมาไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง โทรทัศน์ทุกช่องมีรายการที่จุนโฮไปออก ตามถนนมีป้ายโฆษณาที่เป็นหน้าของจุนโฮติดอยู่เต็มไปหมด เพียงแค่เดินผ่านตามร้านริมถนนทั่วไปเสียงเพลงของจุนโฮก็ดังแว่วขึ้นมา เพื่อนๆและนักเรียนในโรงเรียนก็ดูจะชื่นชอบ และพูดถึงจุนโฮกันอยู่บ่อยๆ น่าตลกนะ ที่เขาเคยไม่อยากได้ยินชื่อของคนๆนี้ด้วยซ้ำ แต่เขากลับได้ยินจนความไม่พอใจที่มีกลายเป็นเพียงความรู้สึกที่เฉยชา ก็แค่ดาราคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตของเขาเลย ไม่ใช่หรอ

“ไปกันเถอะ”

“นี่นายท้องเสียรึไง นานชะมัด” อูยองโวย เมื่อในที่สุดจินอุนก็กลับมาสักที

อูยองไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องซุบซิบพวกนี้หรอก สิ่งที่เขาต้องสนใจในตอนนี้ก็คือเรื่องการเรียน และสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เท่านั้น นิชคุณจะเคยคบกับจุนโฮแล้วยังไง ในเมื่อคนที่เป็นแฟนนิชคุณในตอนนี้ก็คือเขา นิชคุณบอกกับเขาเอง ว่าถึงยังไงก็จะไม่กลับไปรักจุนโฮอีกแล้ว และเขาก็ยังคงเชื่อในคำพูดนั้น

 

 

 

“อ่า ไม่ได้ออกมาช้อปปิ้งนานแล้ว” จุนโฮพูดอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ยิ้มจนตาคู่เล็กหายไปเป็นเส้นบาง

“วันนี้นายไม่มีงานหรอ” นิชคุณเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะจุนโฮมักจะโทรหาเขาเวลาที่ว่างจากตารางงานแม้เพียงชั่วโมงสองชั่วโมง แต่ช่วงนี้จุนโฮดูเหมือนจะโทรหาเขาได้ทุกวัน ทั้งๆที่ตารางงานของซุปเปอร์สตาร์อย่างจุนโฮน่าจะแน่นเอี้ยดเสียด้วยซ้ำ มันเหมือนกับว่าจุนโฮกำลังพยายามทำให้เขาเห็นว่าจุนโฮได้เลือกเขาแล้วจริงๆ จุนโฮชวนให้เขาออกมากินข้าวด้วยบ้าง ดูหนังด้วยบ้าง ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับวันที่พวกเขายังคบกัน วันนี้จุนโฮรบเร้าขอให้เขาออกมาเดินซื้อของเป็นเพื่อน

“ไม่มีหรอก” จุนโฮตอบในทันที เอาจริงๆเขาจำไม่ได้หรอกถ้าไม่ใช่งานใหญ่ๆที่สลักสำคัญอะไร ชานซองต่างหากที่เป็นคนคอยจัดการตารางงานให้เขา แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมรับสายชานซองมาตั้งแต่เช้า จุนโฮจึงไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีงานหรือเปล่า แต่ช่างมันเถอะ ถ้ามันเป็นงานที่สำคัญจริงๆ เขาก็ต้องจำได้อยู่แล้ว ส่วนงานเล็กๆน้อยๆ ถ้าเขาจะเบี้ยวบ้าง ชานซองก็ต้องเคลียร์ให้ได้อยู่แล้ว หมอนั่นเอาตัวรอดเก่งจะตาย

“ดูนั่นสิ” จุนโฮชี้ชวนให้นิชคุณดูเสื้อผ้าที่หุ่นใส่อยู่ “เหมาะกับนายดีนะ”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่รู้จะใส่เสื้อผ้าแพงๆพวกนี้ไปทำไม” เพราะว่าหากเป็นห้างทั่วไป จุนโฮคงไม่สามารถเดินดูของได้อย่างสะดวก ถ้ามีคนเห็นเข้าและรู้ว่าเป็นจุนโฮ จุนโฮก็จะโดนรุมถ่ายรูปและขอลายเซ็น พวกเขานัดกินข้าวในห้องส่วนตัว ดูหนังในโรงวีไอพี หากจะเดินห้าง ก็เป็นห้างหรูที่ราคาแพงระยับ ซึ่งไม่ค่อยมีคนเดินมากนัก

“หึ” จุนโฮทำแก้มพองเล็กน้อย “ก็นายใส่อะไรก็ดูดีนี่นา”

ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันแล้ว นิชคุณเป็นคนไม่แต่งตัวอะไรมากนัก มีแค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ไม่กี่ตัวที่ใส่ซ้ำไปมา แต่หน้าตาหล่อเหลาก็ทำให้ชายหนุ่มดูดีได้โดยไม่ตั้งใจ ถ้าไม่รู้จักกันเขาคงดูไม่ออกหรอกว่านิชคุณเป็นลูกชายประธานบริษัทใหญ่ในเกาหลีใต้ และก็ถือว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง

“นายไม่สนใจอะไรบ้างหรอ” จุนโฮเอ่ยเมื่อพบว่ามีแต่เขาคนเดียวที่ถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ

“ไม่เอาล่ะ แพงจะตาย” นิชคุณมองไปรอบๆที่เรียงรายด้วยแบรนด์สินค้าราคาแพง

“ทำเป็นงกไปได้” นิชคุณหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงจุนโฮบ่นกระปอดกระแปด เวลาที่เขาทำอะไรที่จุนโฮไม่ชอบใจ ร่างเล็กมักจะบ่นใส่เขาแล้วก็ทำหน้าอย่างนี้นี่แหละ

ไม่เปลี่ยนไปเลย…

“ฉันขอเข้าไปดูร้านนั้นหน่อย” จุนโฮพูดเมื่อเดินผ่านร้านที่รวมเสื้อผ้า และเครื่องประดับแนวสตรีทแฟชั่น แต่กลับมีราคาสูงลิ่วเกินกว่าที่ใครจะกล้าใส่ไปเดินริมถนน โดยไม่ให้เป็นจุดสนใจ

นิชคุณยืนมองจุนโฮอยู่ห่างๆ จุนโฮเข้าไปทักทายพนักงานที่คงจะรู้จักกันดี คงเพราะจุนโฮเป็นไอดอลละมั้ง ถึงจำเป็นต้องรู้จักแบรนด์แฟชั่นพวกนี้ ความรู้สึกแปลกๆทำให้เขารู้สึกโหวงๆอยู่ภายในเมื่อเห็นจุนโฮที่มีพนักงานรายล้อม และเสนอขายคอลเลคชั่นที่เพิ่งออกใหม่แบบนั้น เป็นภาพที่ดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

เขานึกถึงจุนโฮในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่เรียบง่าย นึกถึงอาหารที่พวกเขาทำกินเองในห้องพัก นึกถึงเดทในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย นึกถึงวันที่พวกเขาไปปิคนิคริมทะเลสาบ และล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้า มองดูก้อนเมฆบนฟ้าลอยผ่านไป ภาพของเด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาที่ยิ้มได้ที่เขาตกหลุมรักเมื่อห้าปีก่อนซ้อนทับกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้น

นิชคุณถอนสายตาจากร่างเล็กที่เขาจ้องมองอยู่ เมื่อรู้สึกถึงความเสียใจที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เขาเดินวนไปรอบๆร้านไม่ได้สนอกสนใจในอะไรนัก จนเมื่อสายตาสะดุดกับสร้อยข้อมือเส็นเล็กที่วางขายอยู่ในตู้กระจก จู่ๆรอยยิ้มก็ระบายบางๆขึ้นมาบนเรียวปาก

 

อูยองรีบเก็บหนังสือลงกระเป๋าหลังจากเรียนเสร็จ มันเป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว เขาต้องรีบกลับบ้านก่อนจะตกรถบัสเที่ยวสุดท้าย เขาเริ่มคอร์สติวเข้มก่อนสอบเอนทรานซ์มาได้สองอาทิตย์แล้ว เพราะมันดึกมากแล้วหน้าสถานที่เรียนพิเศษจึงมีพ่อแม่บางคนจอดรถเพื่อรอรับลูกๆของพวกเขา อูยองกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงจากบันได วันนี้เขาเลิกเรียนค่อนข้างช้ากว่าปกติ เพราะว่ามีการสอบวัดผล ที่นี่ไม่ไกลจากที่บ้านเขาก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากจะต้องเดินกลับบ้านหรอกนะ ขาที่กำลังรีบจ่ำเดินชะลอช้าลง เมื่อเห็นคนที่แอบมองและยิ้มไปกับท่าทางรีบร้อนของเขา ยืนรออยู่กับผู้ปกครองคนอื่นๆ

“คุณฮยอง”

“จะรีบไปไหนฮึ เดี๋ยวก็ล้มเอาหรอก” นิชคุณเดินเข้ามาหา แล้วดึงกระเป๋าเป้ที่อูยองยังไม่ทันสะพายได้เสร็จดีไปถือให้ในทันที

“ฮยองมาได้ไงครับ”

“ก็ไปหาที่บ้าน แล้วแม่นายบอกว่านายยังไม่กลับ นี่ต้องเลิกดึกขนาดนี้เลยหรอเรา”

อูยองมองนิชคุณอย่างประหลาดใจ พวกเขาไม่ได้เจอกันตั้งนาน ตั้งแต่เปิดเทอมมา นิชคุณก็ดูเหมือนจะยุ่งตลอดจนไม่มีเวลาว่างที่ตรงกัน แล้วจู่ๆนิชคุณก็มาหา ทั้งๆที่ดึกขนาดนี้

“มานานรึยังครับ”

นิชคุณยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยอย่างเก้อเขิน เพราะว่าเขาไม่คิดว่าอูยองจะเรียนจนดึกขนาดนี้น่ะสิ เขาถึงออกมารอรับตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้วได้

“สักพักแล้วล่ะ”

“มีอะไรรึป่าวครับ” ร่างเล็กเงยขึ้นมองคนโตกว่าด้วยความสงสัย ดวงตากลมที่เงยขึ้นมองบวกกับแก้มขาวๆที่ดูน่ารักทำให้นิชคุณยิ้มออกมา

“แค่อยากมารับน่ะ” มือใหญ่ยื่นมาลูบศีรษะของอูยองเล่น ก่อนจะเดินนำอูยองไปที่รถที่จอดอยู่

 

“กินข้าวรึยัง” นิชคุณพูดขึ้น ก่อนที่อูยองจะทันได้เปิดประตูรถ

“กินก่อนมาเรียนแล้วล่ะครับ”  อูยองตอบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ๊ะ ฮยองกินอะไรรึยังครับ”

นิชคุณยิ้มแห้งๆ “ก็ไม่นึกว่านายจะเลิกช้า ก็เลยว่าจะชวนไปกินข้าวด้วยกันต่อน่ะ”

“อ่า…” คนตัวเล็กมองมาที่คนพี่ อดรู้สึกผิดไม่ได้

“แถวนี้มีอะไรอร่อยๆกินบ้างมั้ย”

อูยองเม้มริมฝีปากลง ไม่รู้จะตอบนิชคุณยังไง มีน่ะมี แต่ป่านนี้แล้ว ร้านก็ปิดหมดแล้วน่ะสิ

 

อูยองเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงพร้อมด้วยรามยอนร้อนๆสองถ้วย เวลาเลิกเรียนแล้วเขาหิวก็แวะซื้ออะไรรองท้องจากที่นี่นี่แหละ  เขาเดินไปหานิชคุณที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะด้านหน้าร้าน ชายหนุ่มยิ้มให้เมื่ออูยองเดินมาหา

“ขอบคุณครับ” นิชคุณเอ่ยขณะที่รับถ้วยรามยอนจากมือของอูยองไป

อูยองอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นนิชคุณรีบเปิดกิน คงหิวน่าดูเลยล่ะสิ แล้วก็ไม่ยอมโทรมาบอกกันก่อนว่าจะมาหา แต่ถ้าอย่างงั้นเขาคงบอกนิชคุณว่าไม่ต้องมา แล้วพวกเขาก็คงไม่ได้เจอกัน เขาปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการที่เห็นนิชคุณมายืนรออยู่ทำให้อูยองดีใจแทบบ้าเลยล่ะ

“เอ๊ะ ของใครกันครับ” อูยองเอ่ยเมื่อนั่งลงตรงข้ามกับนิชคุณ และสังเกตเห็นสร้อยสีเงินถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ

“ใครลืมไว้รึป่าวครับ” อูยองหยิบขึ้นมา หันมองซ้ายมองขวา ก่อนที่มือเล็กจะโดนนิชคุณคว้าไป

ร่างสูงส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะยิ้มออกมา

“ของนายนั่นแหละ”

นิ้วมือเรียวค่อยๆสวมสร้อยบนข้อมือขาวของคนน้อง ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ นึกไว้แล้วเชียวว่าถ้าอยู่บนข้อมือของอูยองแล้วจะต้องน่ารักมากแน่ๆ สร้อยเงินเส้นเล็กที่มีลายถักละเอียดละออบนผิวขาวที่เหมือนกับน้ำนม

“อะไรกันครับ”

“พอดีเห็นแล้วนึกถึงนายน่ะ ก็เลยซื้อมาให้”

มือใหญ่ยังคงจับข้อมือบางไว้ นิ้วมืออุ่นลูบบนสร้อยเงินที่อยู่บนผิวขาว ให้สัมผัสที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง

“น่ารักดี” นิชคุณยิ้ม พาให้คนที่มองอยู่หน้าร้อนผ่าว

“ข..ขอบคุณนะครับ”

อูยองที่ค่อยๆยิ้มเล็กๆอย่างเขินอาย ทำให้นิชคุณยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

นิชคุณขับรถมาส่งอูยองที่บ้าน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่เลี้ยวเข้ามาในซอยซึ่งมืดลงถนัดตาเมื่อพ้นจากไฟถนนใหญ่ ถึงแม้จะเป็นทางกลับบ้านที่คุ้นเคย แต่เมื่อนิชคุณมองออกไปบนถนนที่เงียบสงัด ก็อดจะรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้

“นี่นายต้องกลับบ้านดึกๆทุกวันเลยหรอ” ร่างสูงเอ่ยอย่างเป็นกังวล

“ครับ”

“ทำไมไม่โทรให้ไปรับล่ะ”

“ไม่อยากรบกวนฮยองนี่ครับ ผมนั่งรถเมล์มาสองป้ายเอง ไม่เป็นไรหรอกครับ”

นิชคุณส่ายศีรษะอย่างไม่สบายใจ นั่งรถแล้วมันถึงหน้าบ้านเลยหรือไงนะ ยังไงก็ต้องเดินเข้ามาในซอยอยู่ดี ถึงแม้จะพอมีไฟถนนอยู่เป็นระยะ แต่พอตกดึกซอยที่เงียบเชียบก็ยังดูเปลี่ยวเกินไปอยู่ดี

“พรุ่งนี้เลิกกี่โมงล่ะ เดี๋ยวฉันไปรับ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกลับเองก็ได้”

“มืดขนาดนี้ จะเดินกลับเองได้ยังไงล่ะ อากาศช่วงนี้ก็เริ่มเย็นขึ้นแล้วด้วย”

“ปกติไม่ได้กลับดึกเท่าวันนี้หรอกครับ วันนี้เราแวะกินข้าวกันตั้งนาน” อูยองพยายามอธิบายให้นิชคุณคลายความกังวลลง

“ให้ฉันไปรับก็ได้นะ”

อูยองยิ้มให้ความขี้ห่วงของคนพี่ แต่เขาไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากเป็นเด็กๆที่นิชคุณต้องคอยมากังวลเรื่องของเขา เขาอยากจะดูแลตัวเองให้ได้ อีกอย่างที่สำคัญเขาไม่อยากจะสับสน เพราะความห่วงใยของนิชคุณ ที่มองว่าเขาเป็นน้องชายมาโดยตลอด เขาไม่อยากเป็นเด็กๆในสายตาของนิชคุณอีกแล้ว

“ผมกลับเองได้จริงๆครับ”

นิชคุณถอนหายใจออกมา

“ก็ได้ๆ” มือใหญ่เอื้อมมาลูบหัวของอูยอง ขณะชะลอรถลงที่หน้าบ้านของอูยอง

นิชคุณจอดรถ แล้วหันมามองเด็กตัวน้อยที่ดูจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆได้อย่างน่าใจหาย เมื่อเดือนก่อนอูยองยังคอยมาอ้อน คอยงอแงอยากอยู่กับเขาตลอดเวลาอยู่เลย วันนี้กลับเป็นคนปฏิเสธไม่ให้เขาไปหาเสียเอง

“แต่ถ้าวันไหนอยากให้ไปรับ ก็โทรมาบอกนะ”

“ครับ” อูยองยิ้ม และพยักหน้ารับ

“เข้าบ้านเถอะ” นิชคุณเอ่ย

อูยองปลดเข็มขัดนิรภัยออก ร่างเล็กลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาพูดอย่างช้าๆ

“ถ้าคิดถึงเฉยๆ โทรหาได้รึป่าวครับ”

นิชคุณมองสบดวงตากลมที่หันมารอคำตอบอย่างคาดหวังจนน่าเอ็นดู

“ได้สิ”

อูยองย่นจมูก ก่อนจะเอ่ยมุบมิบออกมา

“ผมได้โทรหาฮยองทุกวันแน่เลย เพราะผมคิดถึงฮยองทุกวันเลย”

นิชคุณมัวแต่หัวเราะกับท่าทางน่ารัก และคำพูดที่ซื่อตรงของอูยอง ตอนที่อูยองโน้มตัวเข้ามา แล้วขโมยจุ๊บบนริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว ก่อนจะลงจากรถไป

“เด็กน้อย” นิชคุณหัวเราะเบาๆกับตัวเอง ขณะมองตามร่างเล็กจนคนตัวเล็กเข้าบ้านไป

 

 

 

 

 

 

 

Note:

เรากลับมาแล้ว ขอโทษที่ให้รอนาน ช่วงนี้ซีรี่ส์รุมเร้ามากๆค่ะ แฮ่ะๆ
พี่คุณยังคงสองจิตสองใจให้หงุดหงิดหัวใจกันต่อไป การเขียนมุมนิชคุณนี่ยากมากจริงๆ
เราอยากให้เขายังมีความคิดถึงรักครั้งเก่าอยู่ และยังมีความหวังกับมัน
มีความเศร้ามีความโหยหา
ในขณะเดียวกันเราอยากให้เขาค่อยๆรักอูยองขึ้นมาทีละนิดๆ แต่ไม่อยากให้รักกันเร็วเกินไป
แต่มือเรามันก็ตามใจตัวเองมาก เพราะเรารักคุณด้งมากเกินไป ฮืออออออออไม่รู้ว่าอ่านแล้ว จะรู้สึกเหมือนที่เราคิดไว้มั้ย  ยังไงก็ฝากคอมเม้นกันด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ ใกล้จบแล้ว🙂

 

7 comments

  1. อ่านเรื่องนี้แล้วเข้าใจนิชคุณและไรท์มากค่ะ เพราะเราเคยเป็นแบบนี้มาก่อน แหะๆ
    คนที่รัก เลิกไปยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเคยรักค่ะ แล้วนี่ตามรักตามหลงมาเป็นปี พอจะตัดใจเดินออกมาก็มีเหตุให้รั้งไว้ มันอารมณ์ห่วงหน้าพะวงหลัง กลับตัวไม่ได้เดินต่อไปไม่ถึงนะคะ เลือกคนที่รักอยู่แต่ทำเราเจ็บ อีกคนที่รักเรารอเราก็ไม่ผิดอะไร แถมเค้าไม่ทำเราเจ็บเหมือนคนที่เรารักด้วย มันยากจริงๆนะ
    ให้กำลังใจทุกฝ่ายอ่ะ อยากให้นิชถอยมาถามใจตัวเอง อยากให้โฮมีสติ มีความรับผิดชอบ อยากบอกให้ยองอดทน
    และให้กำลังใจไรท์มีเวลามาอัพไวๆค่ะ แหะๆ

  2. ไรท์แต่งได้ดีนะคะ มีความละมุนมีความอ่อนหวานของคนพี่และความมั่นคงของคนน้อง ชอบ ๆ คะ ค่อยถักทอไปนะความรักของคนสองคน และค่อย ๆ หายไปกับความเจ็บปวดในอดีต รักคุณด้งมากที่สุด แอบสงสารชานกะโอคร่า

  3. ภาษาดีมากเลยนะคะ เราชอบสำนวนไรท์มากกกกกกก(อีกเเล้ว) ฮือ รอค่ะะะะ สู้ๆนะคะ😀 เข้าใจว่ารักเก่ามันก็ยังฝังลึกอยู่ในใจ เเต่รักครั้งใหม่ก็มาเเบบมั่นคง ตามสไตล์เด็กขี้อ้อย555555555 ขอให้คุณด้งมั่นใจในความรักขึ้น ละชานนูนอก็พบร้ากกันซ้ากทีนะคะ 5555555 สู้ๆค่าาาาาา❤️❤️

  4. เชื่อว่าไรท์เตอร์ติด Doctors, W, Lets foght ghost, uncontollably fond เหมือนเรา 555 ช่วงนี้ซีรีย์รุมเร้าจริงๆ

    เข้าใจจุนโฮนะ นุ้งคงรู้สึกแย่มากๆจนถึงใากที่สุดในสิ่งที่เคยตัดสินใจไป ตอนนี้อยากจะกลับมา แต่ก็ไม่สามารถกลัลมาได้อย่างง่ายๆ เพราะนิชคุณเปลี่ยนไปแล้ว ตัวเองก็เปลี่ยนๆปแล้ว สงสารนุ้งงงงง ต้องให้ชานนาน่ามาดามอกนะ

    นิชคุณ อารมณ์ทาทายังรึเปล่า อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน♫ไรงี้? (เชื่อว่าไรท์รุ่นเดียวกับเรา 5555555) อ่านแล้วเอาจริงๆไม่รู้ว่าสรุปคนพี่รักใครอยู่ คงจะยังรักจุนโฮอยู่นั่นแหละ แต่ความพิษสวาทมันหายไป กลับเป็นหวั่นไหวมากกับเด็กแก้มป่อง ใช่หรือไม่? นี่ก็อ่านตีโพยตีพายไปเอง
    ก้บอูยองอาจจจะยังไม่ถึงขั้นรักแต่น่าจะชอบในระดับนึงเลยแหละ. ไม่งั้นใครจะรอตั้งสามชั่วโมงเพื่อกินข้าวด้วย จะซื้อสร้อยคอมือให้น้องทำไม แถมยังมาอ้อยอิ่งจับข้อมือยองบอย อิจฉาไม่ใช่ไร 55 อยากเห็นวันที่พี่คุณจูบ กอดอูยองก่อนอีกครั้งนึง อยากเห็นโมเม้าที่ไม่ใช่เอ็นดู แต่การแสดงออกแบบคนรักจากนิชคุณไม่ใช่อูยอง

    อูยองเข้มแข็งมากๆๆๆๆจริงๆ คือคงรักพี่คุณมากสินะ ถึงยอมขนาดนี้ ตัวละครอูยองเป็นอะไรที่เราอยากให้กำลังใจมาก แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้เลิกๆชอบนิชคุณซักที เพราะบางทีเหมือนฝันลมแล้ง ไรท์เข้าใจเราใช่มั้ยคะ 555

    อยากอ่านต่อไวๆ แอร๊ยยย

  5. อ่านละยิ้มตามเลย ฮือ น่ารักจัง จางอูยองของเราเก่งมาก เข้มแข็งกว่าที่คิดไว้เยอะเลย หรือเป็นเพราะตั้งใจเรียนด้วย 555 พอมองในมุมพี่คุณเองก็น่าสงสารนะเนี่ย พอนุ้งกลับมาขอคืนดีขอโอกาสก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน กลืนไม่เข้าคายไม่ออกความรู้สึกตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ เฮ้อออ ประเด็นคือไม่ใช่แค่ตัวเองแล้วตอนนี้ แงง ไม่เป็นไรนะค่อยเป็นค่อยไป สงสารทั้งสามคนแต่พอมีมุมน่ารักกุ๊กกิ๊กบ้างมันก็ชุ่มชื่นหัวใจจริงๆ 55555

    ไรท์สู้ๆนะคะ ตอนนี้ก็ติดซีรีย์ไม่ต่างกัน เราจารอออ 555

  6. อ่านรู้ก็ต้องน้ำตาซึมตลอด รู้สึกสงสารด้งและไม่ยุติธรรมกับด้งมากๆ เหมือนก้งเป็นแค่กิ๊ก ที่รอวันโดนทิ้งเลย ไม่ชอบในความรู้สึกนี้ของพี่คุณเลย อยากให้เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาหาด้ง
    ถ้าวันใดที่ด้งเจอพี่คุณกับจุนโฮอยู่ด้วยกัน ใจไม่สลายอีกครั้งหรอ ความฝันของด้งที่จะเข้ามหาลัยคงไม่หายไปนะถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

  7. ดีใจที่พี่คุณคิดถึงน้องยองบ้างแล้ว เอาใจใส่น้องแบบนี้ ฮืออออ
    ละมุนหัวใจ อยากให้เขารักกันไวๆ จัง
    แต่ก็นะพี่คุณยังไม่เต็มร้อยกับน้องเลย ไม่เป็นไร เรารอได้ ค่อยๆ รักน้องแต่รักนานๆ
    ไม่ทำให้น้องร้องไห้เสียใจก็โอเคแล้ว
    ส่วนจุนโฮน้านนนนน กลับไปหาชานซะเถอะนะ
    จุนโฮเวลานี้นี่ชวนนึกถึงเพลง อ้าว-Atom 555555

    ขอบคุณนะคะ มาต่อไวๆ เน้อ สู้ๆๆ ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s