[Fiction] Let The Rain Fall 17

letitrain

 

“ฉันกำลังจะไปหานาย ฉันจะไปหานาย แต่ฉันไม่รู้.. ไม่รู้ว่านายอยู่ไหน ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องไปทางไหน”

 

เสียงสะอึกสะอื้นที่ปลายสายทำให้นิชคุณแน่ใจอยู่สองสามเรื่อง ที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่ากังวลทั้งสิ้น หนึ่งคือจุนโฮเมา สองจุนโฮอยู่คนเดียว และจุนโฮกำลังหลงทาง จุนโฮไม่ควรที่จะเมา ไม่ใช่เพราะเหตุผลธรรมดาๆอย่างคนทั่วไปซึ่งก็น่าเป็นกังวลมากพออยู่แล้ว แต่จุนโฮแพ้แอลกอฮอลล์และหากว่ามันเลวร้ายจริงๆ มันสามารถทำให้จุนโฮต้องเข้าโรงพยาบาลได้เลย เขาไม่รู้ว่าจุนโฮดื่มไปมากแค่ไหน แต่หากมันพอทำให้จุนโฮเมาจนต้องโทรหาเขาซึ่งจุนโฮรู้ดีว่าพวกเขาไม่ควรติดต่อกัน มันก็ย่อมเสี่ยงทั้งนั้น เขารู้ว่าจุนโฮอยู่คนเดียวแน่ๆ เพราะเขารู้ว่าชานซองไม่มีทางปล่อยให้จุนโฮออกมาดื่ม หรือแม้แต่จะยอมให้ติดต่อเขา และเมื่อเขาพยายามเกลี่ยกล่อมแกมขอร้องให้จุนโฮโทรหาชานซองให้ออกไปรับ จุนโฮก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธ

“ถ้าหมอนั่นมา ฉันก็จะไม่ได้เจอนายสิ”

จุนโฮเอาแต่พูดซ้ำๆว่าอยากพบเขา พูดซ้ำๆว่าคิดถึงเขา

มันควรจะชวนให้เขาใจเต้น แต่วันนี้ความรู้สึกของเขากลับหนักอึ้ง ด้วยความสับสน

เขาไม่สามารถทิ้งให้จุนโฮอยู่คนเดียวกลางดึกอย่างนี้ได้ จุนโฮเกิดและโตมาในแคลิฟอร์เนีย ต่อให้จุนโฮจะไม่ได้ดื่มเลยก็ตามมันก็เป็นเรื่องที่โง่มากอยู่ดีที่จะให้จุนโฮออกไปเดินอยู่ที่ไหนไม่รู้ของกรุงโซลตามลำพัง จุนโฮกลับมาที่เกาหลีก็เพื่อเป็นศิลปินฝึกหัด และใช้ชีวิตอยู่ในการดูแลของบริษัทมาตลอด นั่นเท่ากับว่าจุนโฮแทบไม่รู้เส้นทางในโซลเลยด้วยซ้ำ เขาถึงต้องออกมา นิชคุณกำพวงมาลัยแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงคนที่นอนอยู่ในเต๊นท์ตามลำพัง อูยองจะไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าเขาก็จะกลับไปแล้ว เขาจะกลับไปให้ทันก่อนอูยองจะตื่นซะอีก แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องออกมาหาจุนโฮ

“มาเร็วๆนะ มืดชะมัด”

“จุนโฮ แชร์โลเคชั่นให้ฉัน” นิชคุณพยายามเรียกชื่อคนปลายสาย ที่พึมพำด้วยเสียงแผ่วลงทุกที เขาต้องตามหาจุนโฮ ไม่ว่ายังไงก็ต้องตามหาจุนโฮให้เจอ

“แชร์โลเคชั่นให้ฉัน” นิชคุณอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง เขาไม่รู้เลยว่าจะเจอตัวจุนโฮได้ยังไง ถ้าจุนโฮไม่ยอมฟังเขา เขาไม่ใช่คนที่ชอบใช้เทคโนโลยีมากนัก แต่เขาก็ยอมรับว่าบางทีมันก็กลายเป็นที่พึ่งเดียวที่พอหวังได้

“ได้ยินมั้ย จุนโฮ ฉันกำลังจะไปหา ฉันกำลังจะไปหานายไง”

เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรจากคนปลายสาย จนชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกหวั่นกลัวจนใจหล่นวูบ

“ตึ๊ง” เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ เมื่อเห็นว่ามันแสดงพิกัดจุดๆหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเขาไปราวๆหนึ่งถึงสองชั่วโมง

 

 

ราตรีทอดตัวมืดสนิท เขาจอดรถที่ข้างทาง และวิ่งไปตามทิศทางที่จุนโฮส่งมาให้เขา มันนำเขาสู่สวนสาธารณะที่มืดครึ้ม  ที่ประเทศเกาหลีใต้ ดูจะไม่ปล่อยที่ว่างแห่งใดให้ไร้ประโยชน์ สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใต้ทางด่วนยกระดับออกนอกเมือง พื้นที่ที่ถูกเวรคืนเพื่อตัดถนน จึงกลายเป็นสวนสาธารณะที่กินบริเวณกว้าง มันเป็นพื้นที่สีเขียวที่ให้ความร่มรื่น และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในตอนกลางวัน แต่เมื่อตกกลางคืนมันกลายเป็นที่พักพิงของคนไร้บ้าน นิชคุณเดินผ่านเงาตะคุ่มที่อาศัยม้านั่งในสวนเป็นเตียงนอนและหนังสือพิมพ์เป็นผ้าห่มอยู่สองสามคน พวกเขาไม่ได้ดูมีพิษมีภัย แต่มันก็ทำให้เขาอดเป็นห่วงจุนโฮไม่ได้ มันไม่ใช่ที่ที่ไอดอลอย่างหมอนั่นจะออกมาเดินเตร่อยู่ตอนกลางคืนไม่ใช่หรอ นิชคุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขาแน่ใจว่าเขาอยู่ใกล้จุดที่จุนโฮแชร์ให้เขามากแล้ว แต่เขายังคงไม่เห็นวี่แววของจุนโฮเลย

นิชคุณพอจะเดาได้ว่าทำไมจุนโฮถึงมาที่นี่ เขาบอกจุนโฮว่าเขาอยู่ต่างจังหวัด จุนโฮคงพยายามไปหาเขาอย่างที่เจ้าตัวพูดจริงๆ เมื่อพื้นที่ของสวนสาธารณะสิ้นสุดลงที่ริมแม่น้ำ ในขณะที่ทางด่วนถูกตัดข้ามแม่น้ำไปต่อ เขาพบจุนโฮยืนอยู่ใต้สะพานของทางด่วน แสงไฟจากถนนเบื้องบนทอดลงมาเป็นแสงสลัวที่ทำให้เกิดเงาดำพาดสะเปะสะปะบนพื้น

จุนโฮส่งยิ้มให้เขา ราวกับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเรื่องที่ทำมันบ้าบิ่นแค่ไหน

“นายมาแล้ว”

นิชคุณก้าวเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนโงนเงนในความมืด ใบหน้าของจุนโฮเป็นสีแดงจัด และมอมแมมไปด้วยน้ำตา รอยปื้นแดงลามยาวไปตามลำคอ มองเห็นได้ชัดแม้ในแสงสลัว

“นิชคุณ นายเคยบอกให้ฉันเลือกใช่มั้ย”

ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่เขาอย่างเจ็บปวด

“ฉันเลือกนาย” จุนโฮยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ชายหนุ่มหัวเราะปนด้วยเสียงสะอื้น เขาปล่อยให้ความฝันที่ชัดเจนมาเสมอพร่าเบลอ เพื่อที่เขาจะมองเห็นนิชคุณด้วยสายตัวตัวเองได้อีกครั้ง แสงไฟที่สาดส่องมาที่ตัวเขามืดดับลง เสียงเพลงและเสียงเชียร์ที่ดังอยู่รายรอบตัวเขาเงียบแผ่วลง ความฝันทั้งหมดของเขา การเต้น การร้องเพลง เสียงดนตรี การได้รับความรักท่วมท้นจากผู้คนนับหมื่นนับแสนที่เขาไม่รู้จัก ทุกสิ่งที่ต้องสลายไป ก็เพื่อที่เขาจะก้าวออกไปยืนอยู่ต่อหน้านิชคุณได้

“ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนี่ไง ฉันเลือกนายแล้ว”

จุนโฮเอื้อมมือที่เย็นเฉียบสัมผัสบนใบหน้าของนิชคุณราวกับว่ากลัวสิ่งที่เห็นจะกลายเป็นเพียงภาพลวงตา ดวงตาคู่เล็กยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นจากผิวกาย เขาโอบกอดนิชคุณ ความอบอุ่นที่ซึมซับเข้ามาทำให้เขาได้รู้สึกถึงหัวใจที่ตายไปแล้วค่อยๆเต้นได้อีกครั้ง

 

 

 

อูยองมองขึ้นไปบนฟ้า เช้าวันนี้อึมครึม และอากาศก็ร้อนอบอ้าว ก้อนเมฆลอยหนักอึ้งอยู่บนฟ้า พร้อมจะรวมตัวเป็นกลุ่มเมฆครึ้มฝน อูยองสะพายกระเป๋าเป้เดินออกมาที่ถนนใหญ่ตามลำพัง เขาจำได้ตอนขามาว่า ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปที่แคมป์มีป้ายรถเมล์ตั้งอยู่ มันดูจะเป็นระยะทางไกลกว่าที่เขาคิดเมื่อเขาต้องเดินเท้ากลับมา เอาเข้าจริง เขาไม่รู้ทางแถวนี้เลย แต่เขาก็ไม่สามารถนั่งรออยู่ในเต๊นท์ได้เหมือนกัน เขาจะต้องรอถึงเมื่อไหร่ นิชคุณอาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้ อาจจะลืมเขาไปแล้วก็ได้ เหมือนอย่างวันนั้นที่นิชคุณก็เกือบจะทิ้งเขาไว้ที่จุดพักรถ

อูยองรู้ว่าเขาไม่สามารถโกรธนิชคุณได้ และเขาก็ไม่ได้โกรธ เขารู้ว่าจุนโฮนั้นสำคัญกับนิชคุณมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังไม่อยากที่จะได้ยินอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะคำโกหก หรือคำขอโทษ

ถ้าต้องรออยู่กับความรู้สึกที่น่าอึดอัดอย่างนั้น เขากลับเองน่าจะดีกว่า

อูยองเปิดมือถือ หลังจากขึ้นรถมาได้สักพัก เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะต้องไปต่อรถที่ไหน เพื่อที่จะกลับเข้าโซล เขาถึงต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็คเส้นทาง และหลังจากที่เขาเปิดเครื่องได้ไม่นาน นิชคุณก็โทรหาเขาอีก

“ครับ”

“นายอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่รับสายฉันเลย” นิชคุณดูจะรัวคำถามใส่เขาในทันทีที่เขายอมรับสายในที่สุด

“กำลังกลับบ้านครับ”

“นายไม่ได้ข้อความฉันหรอ ฉันบอกให้รออยู่ที่แคมป์ไง ฉันกำลังไปรับ”

“ผมเหนื่อยๆน่ะครับ ก็เลยกลับมาก่อน ขอโทษนะครับ ที่ไม่ได้รอ”

“ตอนนี้อยู่ที่ไหน ฉันออกมาแล้ว เดี๋ยวฉันไปหา”

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่บนรถแล้วครับ”

“ถึงไหนแล้ว รอก่อนสิ เดี๋ยวฉันไปรับ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไว้เจอกันที่บ้านนะครับ”

อูยองวางสาย และกดปิดเครื่องไปอีกหน เขารู้ว่าการวิ่งหนีเป็นเด็กๆมันงี่เง่า แต่เขาไม่ได้จะหนีนิชคุณไปตลอด เขาแค่ขอเวลาอยู่กับตัวเองอีกสักพัก เขาบอกแล้วว่าเขาเหนื่อย เขาต้องการที่จะพักสักนิดก็ยังดี เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เม็ดฝนเริ่มลงเม็ดเบาๆ จากละอองเล็กๆบนกระจกใส ก็รวมตัวกันเป็นเม็ดกลม ก่อนจะไหลลงเป็นทางจนภาพที่มองเห็นพร่าเบลอ แต่ไม่เลยจางอูยองไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว

 

อูยองไม่แปลกใจเลยที่นิชคุณจะมาถึงก่อนเขา ต่อให้นิชคุณต้องตีรถกลับไปกลับมา มันก็ยังย่อมเร็วกว่าการที่เขาต้องต่อรถอยู่สามสี่ครั้ง เมื่ออูยองก้าวลงจากรถประจำทางที่ป้ายรถเมล์หน้าทางเข้าบ้าน เจ้าของร่มสีแดงที่ยืนรออยู่แล้วก็วิ่งเข้ามาหา สายฝนที่โปรยปรายถูกกันออกจากตัวเขาด้วยร่มที่ยื่นออกมากันฝนให้ในทันที

“ทำไมไม่เปิดเครื่อง ออกมาคนเดียวได้ยังไง ถ้าหลงทาง หรือเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง” น้ำเสียงดุๆของคนโตกว่า ทำให้อูยองรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างจากเด็กเล็กๆคนหนึ่งในสายตาของนิชคุณ

“ผมไม่เป็นอะไรสักหน่อย กลับมาถึงบ้านแล้วนี่ไงครับ”

คำพูดดื้อรั้นที่ทำให้นิชคุณถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ฝ่ามือหนายื่นออกมาจับมือบางไว้ ก่อนที่อูยองจะเดินหนีไปอีก เขารู้ว่าอูยองเป็นเด็กดื้อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดื้อจนน่าหนักใจขนาดนี้ เขาส่งข้อความไปบอกไว้ก่อนเพราะเป็นห่วงหากอูยองตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใคร เขาตั้งใจจะกลับไปรับ แต่อูยองก็แอบออกมาคนเดียวซะก่อน เมื่อพยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้แทบทั้งวัน ถึงอูยองจะโตขึ้นแล้ว แต่ก็เป็นแค่เด็กม.ปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แล้วเด็กคนนั้นก็เดินทางกลับจากต่างจังหวัดคนเดียวโดยไม่สามารถติดต่อได้ด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง

“อูยอง ไม่ดื้อสิ”

“ผมเปล่า”

นิชคุณรั้งข้อมือขาวที่ดื้อรั้นไว้ไม่ให้เดินหนี

“ยังไม่ถึงบ้านเลย เดี๋ยวเดินไปส่ง”

“ผมกลับเองได้”

“อูยอง..”

อูยองเงยหน้าขึ้นสบตาของนิชคุณ ใบหน้าของนิชคุณดูอิดโรยอาจเพราะตั้งแต่ลุกออกไปเมื่อกลางดึกนิชคุณก็ยังไม่ได้พักเลย สายตาที่วิตกกังวลของนิชคุณทำให้เขารู้ว่านิชคุณเป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ เพียงแต่ว่าความห่วงใยนั้นมันน่ากลัว มันทำให้เขารู้สึกอ่อนแอ มันทำให้ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเพื่อตัวเองทลายลงไปหมด

อูยองหลับตาลง เมื่อไม่สามารถทนความห่วงใยที่ทอดมองกัน

“ผมเหนื่อยจริงๆนะครับ”

มือใหญ่ลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยน

“คนเก่ง” น้ำเสียงนุ่มๆเอ่ย  เหมือนน้ำเย็นที่รินรดใจที่เหนื่อยล้าได้ชะงัด “กลับบ้านกันนะ ฉันมารับแล้ว”

แล้วอูยองก็แพ้อีกแล้ว จางอูยองแพ้นิชคุณทุกที

อุตส่าห์ว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว แต่น้ำตาก็ไหลพรูออกมาหมด

“ขอโทษนะ” นิ้วมือใหญ่กวาดน้ำตาออกจากแก้มเนียน

อูยองยอมให้นิชคุณจูงมือเขากลับบ้าน นิชคุณมาส่งเขาที่หน้าบ้าน อูยองเขย่งเพื่อจะหอมแก้มของคนพี่ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป เขารู้ว่าความรักของเขาก็ไม่ต่างกับดอกไม้ไฟในคืนนั้น เขาได้แต่จ้องมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าเฝ้ารอให้มันเปล่งประกายด้วยแสงสว่างไสว วันแล้ววันเล่า ด้วยความหวัง จนเมื่อความมืดถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีแพรวพราว ความสวยงามนั้น ถึงแม้จะรู้ว่ามันอยู่ได้เพียงชั่วคราว แต่เขาก็เผลอไปมีความสุขที่ได้มองเห็นดอกไม้ไฟผลิบานอยู่บนฟ้า มันถูกจุดขึ้นไปแล้ว มันขึ้นไปสูงกว่าดอกไม้ดอกใด มันเบ่งบานส่องประกายอย่างสวยงาม พร่างพราวอย่างน่าหลงใหลจนทำให้เผลอลืมไปว่าสุดท้ายแล้วมันก็จะสลายไปอีก แต่ก็คงไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อย มันก็เคยสว่างขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรอ

 

 

ชานซองทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมที่ปลายเตียง ขณะมองร่างของเจ้าของห้องนอนขดอยู่บนที่นอน เขาได้รับรู้ทุกอย่าง มันถึงทำให้เขานั่งตาสว่างอยู่จนเช้า

ไม่ใช่นิชคุณ ไม่ใช่ตัวจุนโฮเอง แต่คนที่ทำร้ายจุนโฮมากที่สุด อาจจะเป็นพวกเขาเอง ค่ายเพลงที่เอาแต่ค้ากำไร และผู้จัดการส่วนตัวที่ล้มเหลว เขาปกป้องจุนโฮไม่ได้ ช่วยเหลือจุนโฮก็ไม่ได้ หลังจากที่จุนโฮออกจากโรงพยาบาล จุนโฮควรจะต้องรักษาต่อ ถึงแม้สภาพร่างกายจะแข็งแรงดีแล้ว แต่สภาพจิตใจของจุนโฮยังไม่หายดี แต่บริษัทกลับรับงานมากมายเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่จุนโฮหยุดพักไป จนสุดท้ายจุนโฮจึงไม่ได้กลับไปพบแพทย์อีก และเขาก็ไม่สามารถยับยั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาดเช่นนั้นได้

เขาพยายามชดเชยด้วยการดูแลให้แน่ใจว่าจุนโฮจะไม่คลาดสายตา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้เขาคิดกลับไปกลับมาว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกแล้ว หรือยิ่งทำให้จุนโฮรู้สึกอึดอัด จนเกิดความเครียดขึ้นมาอีก เมื่อคืนนี้หลังจบตารางงาน เขาส่งจุนโฮที่ห้อง และรอให้จุนโฮเข้านอนเหมือนเช่นทุกวัน เขาแน่ใจว่าจุนโฮหลับแล้ว เขาถึงกลับออกไป แต่เขากลับได้รับสายจากคนที่เขาไม่คาดคิดในตอนตีสามครึ่ง นิชคุณโทรหาเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน และบอกให้เขาออกไปตามหาจุนโฮ

ถึงแม้ว่ามันจะชวนหงุดหงิดที่เขาต้องทำตามคำสั่งของนิชคุณ แต่เขาก็ออกไปตามที่นิชคุณบอก แน่นอนว่าเขาต้องตามหาจุนโฮให้เจอ นั่นมันหน้าที่ของเขา เขาพบตัวจุนโฮก่อนนิชคุณ เขามองเห็นจุนโฮร้องไห้จนชวนปวดใจ แต่เขาก็ทำได้เพียงสังเกตการณ์อยู่ไกลๆว่าจุนโฮจะไม่ได้เป็นอะไรมาก และรอจนกว่านิชคุณจะมา ไม่เลยเขาไม่ได้ยอมทำอย่างนั้นเพราะนิชคุณบอกให้เขาทำ แต่เพราะว่าเขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จุนโฮต้องการ

จุนโฮต้องการนิชคุณมากกว่าที่เขาคิด

มันถึงยิ่งทำให้เขาเจ็บปวด เมื่อเขาเห็นร่างเล็กโผเข้ากอดนิชคุณด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิดปังได้อีกต่อไป เขามองเห็นรอยยิ้มบางๆที่ระบายบนใบหน้าที่เศร้าโศก มองเห็นความคิดถึง ความโหยหา ที่ท่วมท้นในแววตา เขานึกถึงกำแพงที่รายรอบจุนโฮอยู่เสมอ นึกถึงห้องที่จุนโฮไม่ยอมให้เขาได้เข้าไป ไม่ว่าเขาจะพยายามก้าวเข้าไปมากแค่ไหน เขาเข้าใจแล้วว่ามันได้เก็บงำความทรงจำอะไรไว้ ต้องเจ็บปวดมามากแค่ไหนที่ต้องหันหลังให้กับความรัก ต้องโดดเดี่ยวสักเท่าไหร่บนเส้นทางที่ตัวเองเลือกเดิน จุนโฮยังรักนิชคุณอยู่เสมอ แล้วสุดท้ายจุนโฮก็เปิดประตูบานนั้นให้แง้มออกอีกครั้ง

แล้วมันจะเป็นยังไงต่อล่ะ ในเมื่อคนที่จุนโฮคิดว่ายังรออยู่ในห้องนั้น ได้เดินออกมาแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

Note:

เป็นไงล่ะ คนสองจิตสองใจก็วนรถไปนะคะ ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องนอน หึ

ขอโทษที่ทิ้งระยะเกินเดือนนะคะ มาช้าแล้วยังจะสั้นอีก
เป็นตอนตอนที่แต่งแล้วลบๆอยู่นานมาก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พอใจนัก
อยากจะดึงความรู้สึกของแต่ละคนออกมาได้มากกว่านี้ แต่ไม่มีเวลาอินกับตัวละครจริงๆค่ะ
เขียนฟิคต้องใช้พลังงานเยอะมากนะรู้ยัง ><

 

 

10 comments

  1. อ่านจบแล้ว โพล่งคำแรกออกมา “อะไรอ่าาา…” สั้นจนตกใจ ฮือออ หรือเค้าอิน
    กำลังพีคเลย น้ำตาปริ่มแล้ว เลื่อนลงมา ห๊าาาาา จบแล้ว T^T
    แงงง เอาตอนต่อไปมาาาาา /เอามีดจี้

    ล้อเล่นน้าาา 555
    รู้ว่าการแต่งฟิคมันยากจริงๆ กว่าจะบรรยายได้ บางครั้งมีเวลาแต่ไม่มีฟีลก็ไม่ได้อะไร เขียนไม่ออก
    ยิ่งฟิคบีบตับ ยิ่งต้องการพลังเยอะ ฮือออ สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วย >___<

    ………………

    ในส่วนของตอนนี้นั้น สงสารน้องยองเหมือนเดิม อยากให้โกรธอิพี่จริงๆ
    แต่ก็นะ รักมาก แพ้ทางตลอด ฮึก…
    แพ้ทางอยู่เรื่อยงี้ อิพี่จะได้ใจทิ้งน้องบ่อยๆ อีกมั้ยนี่
    และแล้วก็เป็นอย่างที่เคยกลัว
    จุนโฮพร้อมจะกลับมางี้จริงๆ สินะ แม้จะเมาแต่นี่ก็ว่าฟันเฟิร์มไปแล้ว
    แล้วอิพี่ก็ยังหวั่นไหวสับสน ฮอลลลล
    ส่วนชานซอง คิดกับโฮมากกว่าเพื่อนมั้ยยังไง ถ้าคิดนี่แอบเศร้าแทน ;(

  2. มาแล้วววว ดีใจๆๆๆ ขอบคุณมากค่าาาาาา เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่า

    เข้าใจทุกฝ่ายเลยค่ะ ไม่มีใครเจ็บน้อยกว่าใครเลย
    ต้องโทษชะตา(?) ที่ทำให้ คนที่ใช่ กะ เวลาที่ใช่ ยังมาไม่ตรงกัน

  3. มาล้าวววว ตอนนี้เดาพี่คุณไม่ถูกจริงๆ ความห่วงที่มีให้จุนโฮมากมายเมื่อเทียบกับอูยอง พี่คุณไม่มีอะไรเลยสักอย่างที่ชัดเจน จุนโฮดูน่าสงสารจริงๆ แต่จุนโฮยังมีชานซอง แต่อูยองไม่มีใครเลยเจ็บปวดแทน แค่คิดว่าอยากเดินออกมา กำลังจะเดินออกมาแต่คนๆนั้นกลับเหมือนมาให้ความหวังเราอีกครั้ง สุดท้ายเราก้อกลับไปอยู่ในที่เดิมที่ๆเราทำได้แค่ต้องรอให้เค้าเห็นว่าเราสำคัญ แหมมม! อินหนักค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอูยอง😂 แอบอยากให้อูยองใจแข็งอีกนิด อยากเห็นพี่คุณเศร้าบ้าง ใกล้ถึงปลายอุโมงรึยังคะไรต์ อยากมอบแสงสว่างให้อูยองกับจุนโฮบ้างเศร้าเหลือเกิน รอติดตามนะคะ อยากจะบอกว่าแิบเข้ามาเชคตลอดเลยว่าไรต์อัพรึยางงง มีความฟิคจบอารมณ์ไม่จบ รอติดตามนะค่า^^

  4. เราดีใจมากๆๆๆที่ไรท์เตอร์มาต่อตอนที่7 ตอนนี้ชีวิตท้อแท้ ต้องการกำลังใจ การอ่านฟืคคุณด้งของไรท์เตอร์ก็เป็นการเพิ่มกำลังใจให้ตัวเองได้มากเลยทีเดียว ขอบคุณนะคะ

    พี่คุณกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากรู้ว่านิชคุณรุ้สึกยังไงตอนที่จุนโฮบอกว่าจะเลือกนิชคุณ พี่คุณยังจะรู้สึกดีใจเหมือนแต่ก่อนอยู่มั้ย หรือตอนนี้อูยองเข้ามาอยู่ในใจมากขึ้นแล้ว
    จุนโฮ เอาจริงๆก็น่าสงสารนะ คงอัดอั้นมามากจริงๆ ชานซองก็โทษตัวเอง เอ้อออ
    สงสารสุดคือเด็กด้ง ยังเด็กแต่ก็อดทนมาก อดทนมากๆจริงๆ เลิกรักนิชคุณดีมั้ย แต่เราก็อยากให้เค้าคู่กันอีก ยังไงดี พี่คุณช่วยรักน้องมากกว่านี้หน่อยได้มั้ย ปวดใจ

    ไม่รู้ว่าตอนที่18จะมาเมื่อไหร่ แต่เราก็จะรอไม่อดใจท้อ เดี๋ยวอ่านวนไปค่ะ ให้กำลังใจตัวเอง 555

  5. โอเค… อ่านตอนนี้ก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมนิชคุณคิดว่าต้องออกมา แต่ถ้าติดต่อชานซองได้ จริงๆ ก็ไม่ควรกับต้องไปดูเองให้เห็นกับตาแล้วนะ ยังเป็นห่วงมากจนทิ้งแฟนไว้ต่างจังหวัดคนเดียวนี่ไม่ไหวอ่ะ แล้วพอน้องจะเข้มแข็ง ยังกลับไปทำให้น้องหวั่นไหวอีก ตอนนี้ก็ยังสงสารน้องยองสุด T_T อยากให้น้องคุณเลิกโลเล ถ้าทิ้งด้งไปหาโฮแบบนี้อีก ก็อยากสให้ทำใจแข็งตัดใจไปเลย น้องคุณจะได้รู้สึกซะบ้างว่าเสียอะไรไป ขอบคุณที่มาอัพเดทนะคะ (อ่านแล้วอินเสมอ โมโหน้องคุณ รำคาญน้องโฮ อยากให้ไปลงเอยกับชานซะที เผื่อน้องคุณจะเลิกรักแล้วด้งจะมีโอกาสแฮปปี้เอ็นดิ้งกับน้องคุณบ้าง)

  6. รอค่ะ นานเเค่ไหนก็จะรอออ เเต่ไรท์อย่าเทฟิคนะ นานเเค่ไหนก็ได้เเต่อย่าเทนะ ❤️

  7. อ่านทุกครั้งเจ็บทุกครั้ง สงสารอูยองจริงๆคะไรท์เตอร์ อ่านแล้วน้ำตามันไหนเองทุกครั้งเลย
    เมื่อไรหรอ เมื่อไรที่พี่คุณจะหยุดที่อูยองจริงๆ หรืออูยองจะหยุดรักพี่คุณสะที
    ยิ่งตอนนนี้โฮบอกว่าเลือกพี่คุณ โฮยังรักพี่คุณ พี่คุณก็รักโฮอยู่สินะ แล้วยองอ่ะ ยองอ่ะ ฮือออ T^T

    แม้ตอนนี้จะสั้นไปหย่อยแต่น้ำตาเราก็ไหลเพราะตอนนี้ได้ ขอบคุณไรท์เตอร์ ขอบคุณที่เขียนเรื่อง ไม่รู้จุดจบของเรื่องนี้ขะเป็นยังไงก็จะตามอ่านต่อไปฮะ T^T

  8. ขำไรท์ คนสองใจก็ต้องขับรถวนไป ไม่ต้องนอน โอ้ยตลก อยากจะโกรธนะ แต่บางทีก็สงสาร
    5555 น้องยองเข้มแข็งมากลูก เกือบจะไม่หลุดแล้ว ถ้าอิพี่ไม่ห่วงเว่อร์วังขนาดนั้น แน่นอนล่ะก็ทิ้งน้องไว้กลางทางกี่ครั้งแล้ว สมควรจะรู้สึกบาปบ้างอะไรบ้าง การที่น้องปิดเครื่องใส่นั่นก็สมควรล้าว รอซะให้เข็ด /มีความอิน 5555

    ตัดมาที่นุ้ง เฮ้อออ บอกได้แค่เฮ้ออ รู้ว่ารักเค้ามากแค่ไหน ก็ตอนที่เสียเค้าไปแล้วนี่แหละ คนเรา

    ไม่รู้จะยังไงแล้วค่ะ สัมผัสได้ว่าพี่คุณก็รักทั้งคู่ เป็นห่วงทั้งคู่ รักสามเศร้านี่มัน..

    เฮ้ออออออ ยาวๆ 555 /ไรท์สู้ๆน้า อย่าทิ้งเรื่องนี้ไว้กลางทางเลย เกาะขาอ้อน 555

  9. อ่านซ้ำรอบที่สาม พร้อมแอบรุ้สึกโกรธจุนโฮ…ทำไมชอบสร้างปัญหาตอนคุณด้งเค้าไปเดทกันทุกทีเรย

    เห้อ…ปวดใจแทนด้ง อดทนเข้าลูก ยังไงตอนนี้เราก็คือคนปัจจุบันนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s