[Fiction] Let The Rain Fall 14/?

letitrain

 

มันเป็นวันที่ยาวนานสำหรับเขา เมื่อรู้ตัวอีกทีท้องฟ้าข้างนอกก็ระบายด้วยแสงสีส้มแสดของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะคล้อยลับจากขอบฟ้า เขายังคงไม่อยากจะเชื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายในสิบชั่วโมงที่ผ่านมา เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว และได้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับชานซองแล้ว จุนโฮเป็นทั้งชีวิตของเขา เป็นทั้งความรับผิดชอบ และเป็นคนที่เขาผูกพัน เมื่อเช้านี้โลกทั้งใบของเขาแทบจะพังทลายลงตอนที่เขาเข้าไปปลุกจุนโฮเหมือนทุกๆวัน เพียงแต่วันนี้ จุนโฮไม่ยอมตื่น ไม่ว่าเขาจะเขย่าร่างเล็กจนสุดแรง หรือตะโกนเรียกจนสุดเสียง ร่างที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ยอมลุกขึ้นมา ใช้ปากร้ายๆต่อว่าเขา โมโหเขา เหมือนทุกที

เขาต้องสั่งแข้งขาที่อ่อนล้าของตัวเองให้ลุกขึ้นยืน หลักจากที่ส่งจุนโฮเข้าห้องฉุกเฉินไป ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นห่วงคนข้างในนั้นมากแค่ไหน จนไม่อยากจะละสายตาไปแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ในขณะที่เขาต้องก้าวขาห่างออกจากบานประตูที่ปิดลง เขานึกถึงวันที่เขายกเลิกสัญญาการเป็นเด็กฝึกกับบริษัท เขาขอท่านประธานเพียงอย่างเดียว ขอให้รับเขาเข้าทำงาน ขอให้เขาได้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของจุนโฮ เพราะมันคงเป็นทางเดียวที่เขาจะสามารถอยู่เคียงข้างจุนโฮ และดูแลจุนโฮต่อไปได้ โทรศัพท์ของเขาเริ่มส่งเสียงร้องแล้ว ความวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้น การยกเลิกตารางงานอย่างกระทันหันของจุนโฮย่อมกลายเป็นที่จับตามอง นักข่าวกำลังพยายามดมกลิ่นราวกับหมาล่าเนื้อ สปอนเซอร์ต่างๆจะต้องเริ่มระส่ำระส่าย สัญญางานทั้งหมดจะได้รับผลกระทบไปอย่างต่อเนื่อง  ชานซองได้เรียนรู้ในวันนี้เอง เขาเป็นคนที่อยู่กับจุนโฮเสมอ แต่ไม่ใช่คนที่อยู่เคียงข้าง เขาคอยดูแลจุนโฮเสมอ แต่ไม่เคยเป็นคนที่ได้ดูแล ทั้งๆที่ในเวลาเช่นนี้จุนโฮควรมีใครสักคนอยู่ตรงนั้นเพื่อเขา

เขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการเจรจากับทางโรงพยาบาล เพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องสาเหตุการเข้ารักษาตัวของจุนโฮจะไม่เร้นลอดออกไป เขาต้องติดต่อผู้ว่าจ้างทั้งช่องโทรทัศน์ต่างๆ เพื่อเคลียร์ตารางงานของจุนโฮออกไปให้เพียงพอสำหรับให้จุนโฮได้พักผ่อน ก่อนที่บริษัทจะออกประกาศชี้แจงอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายเพื่อแจ้งเรื่องการยกเลิกตารางงานของจุนโฮจากวันนี้ไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ด้วยสาเหตุว่าจุนโฮมีอาการป่วย และอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก แน่นอนว่ามันสร้างความเคลือบแคลงให้กับทั้งแฟนคลับและนักข่าว กระทู้แสดงความเห็นของเนติเซนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด สายจากนักข่าวก็โทรหาเขาจนสายแทบไหม้ เมื่อรู้ตัวอีกทีกระเพาะของชานซองก็กำลังส่งเสียงโครกคราก ฟ้องร้องว่าเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า เขาทำหน้าที่ของเขาเสร็จหมดแล้ว ดูแลจุนโฮให้ดีที่สุดด้วยบทบาทของเขา หมอบอกว่าจุนโฮปลอดภัยแล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอให้จุนโฮตื่นขึ้นมาเท่านั้น แค่รอ.. แต่เวลาที่เดินผ่านไปแต่ละนาทีมันช่างอืดอาดจนชวนหงุดหงิด

ชานซองหันกลับไปมองจุนโฮที่นอนหลับอย่างนิ่งสงบ นอกเหนือจากใบหน้าที่ซีดเซียว และสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางแล้ว จุนโฮก็เหมือนแค่หลับไปเท่านั้น ที่ข้างเตียง นิชคุณไม่ได้ละไปจากจุนโฮเลย กว่าแปดชั่วโมงมาแล้วตั้งแต่ที่นิชคุณมาถึง ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ขณะจับมือที่ซีดขาวของจุนโฮเอาไว้ เขาไม่ได้ไว้ใจนิชคุณนักหรอก แต่อย่างน้อยจุนโฮก็ยังมีคนอยู่ด้วย คนที่คงไม่ปล่อยมือจุนโฮทิ้งไปง่ายๆ ชานซองตัดสินใจเดินออกไปข้างนอก เขาต้องการสูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอด หลังจากที่มันถูกบีบรัดมาทั้งวัน

 

ชานซองไปซื้อเครื่องดื่ม และอาหารรองท้องมานิดหน่อยจากร้านสะดวกซื้อใต้ตึกโรงพยาบาล เขาซื้อของมาเผื่อนิชคุณอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เพราะเขาเห็นว่านิชคุณเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกันหรอกนะ ขณะที่เขาเดินผ่านสวนหย่อมเล็กๆที่อยู่ระหว่างทางเชื่อมของตัวอาคาร เขาก็สังเกตเห็นเด็กคนนั้นอีกครั้ง เด็กชายผิวขาวนั่งก้มหน้าอยู่บนม้านั่ง ริมฝีปากสีชมพูเบะลงนิดหน่อย ขณะที่ดวงตาชั้นเดียวหลุบต่ำ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่น่าลำบากใจ ชานซองเกือบจะเดินผ่านไปแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะความคิดที่กำลังรบกวนจิตใจของเขา นี่.. เด็กคนนั้น นั่งรออยู่ตลอดเลยงั้นหรือ

“กินสักหน่อยสิ” ชานซองยื่นนมที่ซื้อมาให้อูยองกล่องหนึ่ง

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่หิว”

“ผู้ใหญ่ให้ก็รับไปสิ” ชานซองแกล้งดุเสียหน่อย มือเล็กๆถึงยื่นมารับกล่องนมไปจากเขา

“นาย ชื่ออะไรนะ” ชานซองเอ่ยถาม ขณะนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ

“จางอูยองครับ”

ชานซองพยักหน้า เขาตัดสินใจจะนั่งตรงนี้สักพัก ชายหนุ่มหยิบห่อข้าวห่อสาหร่ายออกมาแกะและยื่นให้อูยอง ก่อนจะแกะให้ตัวเองอีกห่อหนึ่ง

“ฉันชื่อชานซองนะ ฮวางชานซอง”

“คุณเป็นผู้จัดการของจุนโฮใช่มั้ยครับ”

ชานซองเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่ออูยองเอ่ยถามขึ้นมา

“ผมได้ยินคุณพูดชื่อคุณจุนโฮขึ้นมา ผมก็เลยลองไปเสิร์จดู แล้วเห็นคุณอยู่ในรูปเดียวกับเขาหลายครั้งน่ะครับ” อูยองยอมรับ เขาคงว่างเกินไปละมั้ง ถึงได้มานั่งเสิร์จชื่อคนเอาอย่างนี้ ตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจุนโฮที่ทั้งสองคนพูดถึงนั้นคือใคร จนเสิร์จเจอรูปชานซองในภาพเดียวกับจุนโฮ จุนโฮที่เขารู้จักจริงๆนั่นแหละ

ชานซองยิ้มออกมาบางๆ มีคนรู้ความลับเข้าอีกคนแล้วสินะ ทั้งๆที่เขาต้องจ่ายเงินปิดข่าวไปแทบตาย

“เขาไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยครับ” อูยองเอ่ยถาม สร้างความแปลกใจให้ชานซองอีกครั้ง เพราะน้ำเสียงของอูยองกลับฟังดูเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“โล่งใจไปนะครับ คุณฮยองดูเป็นห่วงเขามากเลย” รอยยิ้มเล็กๆระบายบนเรียวปากบางด้วยความรู้สึกโล่งใจ

รอยยิ้มน่ารัก ที่จู่ๆก็ทำให้ชานซองก็รู้สึกฟืดเคืองในลำคอจนไม่อยากจะกินอะไรต่อ เขามองดูอูยองค่อยๆดูดนมในกล่องช้าๆ ทั้งๆที่อูยองยังดูเป็นเด็กขนาดนี้ แต่กลับมีความคิดและทำตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก

“เดี๋ยวก็มืดแล้ว กลับบ้านก่อนมั้ย เดี๋ยวฉันเรียกแท๊กซี่ให้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอกลับพร้อมคุณฮยองก่อนดีกว่า”

ชานซองไม่ได้กินอะไรต่อแล้ว เพราะความอยากอาหารมันหายไปเสียหมด เขานั่งอยู่ต่อสักพัก เพื่อรอให้อูยองกินข้าวปั้นให้หมดห่อ และดื่มนมให้หมดกล่อง

“ฉันกลับขึ้นไปก่อนนะ” ชานซองเอ่ย เมื่อเห็นอูยองเริ่มพับกล่องนมเพื่อนำไปทิ้ง

“ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ” รอยยิ้มและคำขอบคุณของอูยอง กลับยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดได้อย่างน่าประหลาด

 

ชานซองกลับเข้ามาในห้องที่มืดสลัว พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เงาตะคุ่มทำให้นิชคุณดูเหมือนรูปปั้นของเจ้าชายที่โน้มลงเฝ้ามองเจ้าหญิงนิทรา เขาใช้เวลาทั้งวันภาวนาเพียงอย่างเดียวให้จุนโฮรู้สึกตัว แต่เมื่อชานซองกลับเข้ามาในห้องพักฟื้นของจุนโฮอีกครั้ง จู่ๆเขาก็รู้สึกโล่งใจ ที่ทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม บางทีอาจจะโชคดีแล้วก็ได้ที่จุนโฮยังไม่ฟื้น และยังไม่ได้พบกับนิชคุณ ให้มันเป็นอย่างนี้ อาจจะดีที่สุดแล้ว

ชานซองกดเปิดสวิชต์ไฟ เพื่อให้แสงสว่างกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

“ผมว่าคุณกลับไปได้แล้วล่ะ”

“ฉันอยากจะรอ..”

นิชคุณหยุด เมื่อได้ยินชานซองพูดประโยคถัดไป

“เด็กคนนั้น.. เขารอคุณมานานแล้ว”

 

ร่างสูงที่คุ้นตาซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ทำให้อูยองลุกขึ้นจากม้านั่ง เขาจ้องมองให้ร่างนั้นค่อยๆคมชัดขึ้น จนชัดเจนอยู่ในสายตา นิชคุณหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ราวกับภาพความฝันที่ไม่อาจจับต้องได้ เขาทั้งอยากจะโผเข้ากอด และทั้งอยากจะวิ่งหนีคนๆนี้ไปให้ไกล น้ำตาที่แห้งเหือดไปนานแล้ว เริ่มจะไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามแล้ว พยายามจะทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พยายามที่จะเข้าใจผู้ชายคนนี้ แต่เขาก็ไม่อาจจะเข้าใจได้เลย มันมีเรื่องมากมายที่เขาอยากจะเอ่ยถาม แต่เขาก็กลัวคำตอบของมันเกินกว่าจะพูดออกไป อูยองกัดริมฝีปากที่กำลังสะอึกสะอื้น ขณะที่ยืนตัวสั่นโยนอยู่ต่อหน้าคนที่เขารักหมดหัวใจ

 

นิชคุณจอดรถที่หน้าบ้านของอูยอง พวกเขาต่างก็นิ่งเงียบกันมาตลอดทาง จนนิชคุณเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน

“อูยอง” นิชคุณเรียกอูยองไว้ ก่อนที่ร่างเล็กจะลงจากรถ

อูยองหันกลับมามองใบหน้าที่ซีดเซียวของนิชคุณ ซึ่งดูเป็นคนละคนกับที่เขาพบเมื่อเช้านี้ ราวกับว่านิชคุณได้ถูกสูบพลังไปจนหมด มันจึงไม่มีรอยยิ้มที่สดใส และการพูดคุยที่สนุกสนาน เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ากลายเป็นความทรงจำในอดีตที่ซีดจางเหมือนกับว่ามันได้ผ่านพ้นมานานแสนนานมาแล้ว

อูยองไม่แน่ใจว่ามือที่ถูกกุมไว้ เคยเกิดขึ้นจริงมั้ย พวกเขากำลังจะเดินทางไปที่ไหน และกลับมาอยู่ที่ตรงนี้ได้ยังไง อูยองจำไม่ได้อีกแล้ว

คำถามที่อูยองไม่กล้าถาม นิชคุณกำลังจะตอบมัน เพราะเขารู้สึกว่าเขาจำเป็นที่จะต้องอธิบายให้แก่คนๆนี้ ในฐานะของคนปัจจุบัน

“ฉันเจอกับจุนโฮตอนที่ฉันไปเรียนต่อที่อเมริกา แล้วพวกเราก็คบกันระยะหนึ่ง ฉันรักเขามาก..”

น้ำเสียงของนิชคุณสั่น ในขณะที่ลมหายใจของอูยองขาดห้วงไป ราวกับว่ามีใครมากระชากมันไปจากเขา

“ฉันยังรักเขา”

อูยองมองสบตาของนิชคุณ มองเข้าไปค้นหาคุณฮยองของเขาในนัยตาดำขลับคู่นั้น เขาไม่แน่ใจอีกแล้วว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไร ร่างกายของเขากำลังชาแปลบจนไม่อาจไหวติง

“อูยอง” เป็นครั้งแรกที่อูยองอยากจะขอร้องให้นิชคุณหยุดเรียกชื่อเขาได้แล้ว เสียงกรีดร้องและอ้อนวอนที่ดังอยู่ในใจของเขาไม่มีใครได้ยิน

เสียงของนิชคุณยังคงลอยล่องอยู่บนความเงียบงัน

“ฉันไม่อยากรักเขาอีกแล้วล่ะ แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันถึงจะรักใครได้อีก ถ้าเป็นอย่างนี้ นายยังอยากจะรักฉันอยู่มั้ย เพราะถ้านายอยากจะวิ่งหนีฉันไปตอนนี้ ฉันให้โอกาสนายแล้วนะ วิ่งหนีจากฉันไป เพราะฉันยังรักนายไม่ได้หรอก”

คนฟังไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว สิ่งที่นิชคุณพูดมามันคือการบอกเลิกรึป่าว หากมันเป็นประโยคบอกเลิก คงเป็นการบอกเลิกที่เลือดเย็นที่สุด เพราะคำพูดเหล่านั้นก็กำลังให้ความหวังกับเขาเช่นกัน ความสับสนเซทับจนความรู้สึกมันด้านชาไปเสียหมด เขาไม่รู้สึกแม้กระทั่งว่าปลายนิ้วของเขาอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าหัวใจของตัวเองยังเต้นได้อยู่มั้ย หรือเขาเผลอหยุดหายใจไปในจังหวะใดบ้างรึป่าว เขาไม่รู้ว่าน้ำตากำลังไหลพรั่งพรูลงมาจากดวงตาที่บวมช้ำ  ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสียงแห้งผากได้เอื้อนเอ่ยออกไป ด้วยความรู้สึกเดียวที่พอจะหลงเหลืออยู่ในหัวใจ

“ผมรักฮยอง”

นิชคุณหลุบตาลงครู่หนึ่ง ช่วงเวลาที่นิ่งงันจนเหมือนว่าเวลาได้หยุดเดินไปตลอดกาลเสียแล้ว ก่อนที่อูยองจะรู้สึกตัวอีกครั้ง และเข็มนาฬิกาของเขาก็เริ่มเดินต่อ เมื่อนิ้วมืออุ่นๆยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้มกลม

“ยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ กลับไปคิดดูก่อนเถอะนะ นายยังอยากจะคบกันอยู่มั้ย”

 

นิชคุณไม่ได้รู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว เพราะเขาไม่ได้ดื่มหนักเหมือนเมื่อก่อน แต่ความรู้สึกปวดหัวตึ้บที่โจมตีเขาทันทีที่เขาตื่นขึ้น ทำให้นิชคุณรู้สึกไม่ต่างจากวันที่เขาตื่นขึ้นมาพร้อมอาการแฮงค์อย่างรุนแรง ศีรษะของเขาหนักอึ้งจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ดวงตาของเขาบวมช้ำจนชวนปวดแสบเมื่อต้องลืมตา เขาไม่รู้ว่าเขาเผลอหลับไปตอนไหน  ทั้งๆที่เมื่อคืนเขาแทบจะไม่สามารถหลับตาลงเพราะความกังวลใจ เขาจำได้ว่าเขานั่งอยู่จนท้องฟ้าสว่าง คิดฟุ้งซ่านจนท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสีจากสีส้มปนครามจนเป็นสีฟ้าสดใส เขาจำได้ว่าเขาได้ยินเสียงนกที่เริ่มบินออกจากรังในตอนเช้าส่งเสียงร้องขานเข้ามารบกวนจิตใจที่ว้าหวุ่น ก่อนที่สุดท้ายแล้วร่างกายที่อ่อนเพลียก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

เขาน่าจะหลับไปได้สักชั่วโมงสองชั่วโมง ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขากำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อโทรถามอาการของจุนโฮ ตอนที่เขาได้ยินเสียงเล็กๆที่คุ้นหูดังแว่วมาจากด้านล่าง นิชคุณวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อล้างหน้าล้างตาอย่างลวกๆ เพื่อจะรีบเดินตามเสียงนั้นไป จนพบเจ้าตัวยืนคุยกับคุณป้าแม่บ้านอยู่ที่โต๊ะอาหาร กับข้าวชุดเล็กๆวางเรียงอยู่บนโต๊ะสำหรับหนึ่งที่

“ถ้าพี่คุณตื่นแล้ว เอาออกมาอุ่นให้เขาด้วยนะครับ” นิชคุณทันได้ยินคนตัวเล็กกำลังจะขอตัวกลับออกไปพอดี

“อูยอง” เขาเอ่ยเรียกด้วยความประหลาดใจระคนโล่งใจ เขาไม่ปฏิเสธว่าหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เขาคิดวกวนจนนอนไม่หลับ ก็คือเรื่องของอูยอง เขาคิดไปแล้วว่าอูยองคงอยากจะวิ่งหนีเขาไปให้ไกลที่สุด จนแม้แต่ในฐานะพี่ชาย เขาก็อาจจะต้องสูญเสียน้องชายคนนี้ไปแล้วจริงๆ

แต่อูยองกลับอยู่ที่นี่ หันมายิ้มให้เขา เหมือนที่เคยยิ้มให้กันเสมอ

“อ๊ะ ตื่นแล้วหรอครับ งั้นนั่งรอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมเอากับข้าวไปอุ่นให้”

นิชคุณรั้งข้อมือขาวเอาไว้ ก่อนที่อูยองจะเดินผ่านออกไป

“ป้าครับ ฝากด้วยนะครับ”

เขาหันไปบอกแม่บ้านให้ยกถาดอาหารออกไปแทน ก่อนจะหันมามองใบหน้ากลม พวงแก้มขาวเป็นสีชมพูอ่อนๆเหมือนแก้มเด็ก เขาสังเกตเห็นดวงตาของอูยองเองก็ยังบวมอยู่บ้าง อูยองก็คงร้องไห้มาทั้งคืนเหมือนกัน

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ ผมคิดว่าเมื่อวานฮยองคงเหนื่อย ก็เลยให้ป้าเขาช่วยทำไก่ตุ๋นโสมไว้ให้นะครับ แต่นึกว่าฮยองจะไม่ตื่นมากินซะแล้ว”

“ทำไมไม่ขึ้นไปปลุกล่ะ”

“ก็อยากให้ฮยองพักผ่อนนี่ครับ”

ดวงตาคู่เล็กเบิกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆเอวบางก็ถูกนิชคุณรวบไปกอดไว้

“อะ.. อะไรกันครับ เดี๋ยวใครมาเห็น” ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด จนนิชคุณต้องกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

“ใครจะมาเห็นล่ะ นี่บ้านฉันนะ แล้วนี่ก็แฟนฉัน”

“อะไรกันครับ…”

“มันเหนื่อยจริงๆด้วย” นิชคุณถอนหายใจออกมา ก่อนจะหลับตาลง โดยไม่ปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมกอด

น้ำเสียงที่เหนื่อยล้าของนิชคุณ ทำให้อูยองยอมยืนนิ่งๆ ขณะที่ลมหายใจอุ่นๆคลอเคลียอยู่ข้างใบหู

“ที่ฉันถามนายเมื่อวาน…”

“ผมตอบไปแล้วไงครับ”

“จะไม่เปลี่ยนใจหรอ”

อูยองส่ายศีรษะ มือเล็กเอื้อมออกไปกอดเอวของนิชคุณบ้าง

“คนนี้ก็แฟนผมนี่ครับ ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอกครับ”

นิชคุณหัวเราะออกมาเบาๆ อูยองเป็นเด็กที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างนี้เสมอไม่ใช่หรอ ตั้งแต่วันที่เอาแมวมาคืนเขาแต่กลับร้องไห้เพราะอยากเก็บทาโร่ไว้เสียเอง จนถึงวันที่อูยองบอกรักเขา ถ้าหากอูยองบอกว่ารักมันก็คือรัก  และไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่านั้น อูยองไม่วิ่งหนี และไม่เคยฝืนความรู้สึกของตัวเอง เขาเรียนรู้ว่าถ้าวันไหนอูยองร้องไห้ นั่นเป็นเพราะว่าอูยองเสียใจ และถ้าหากว่าอูยองเช็ดน้ำตาออกไปหมดแล้ว อูยองก็เข้มแข็งจนคนโตกว่าอย่างเขาเองก็ยังรู้สึกละอาย เขาสูดหายใจลึกและยาว เพื่อสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวขาวราวน้ำนม หวังว่าตัวเขาเองจะได้รับพลังจากอูยอง และหัวใจที่แตกเป็นเศษเสี้ยวจนบาดคนรอบข้างอยู่ในตอนนี้จะเข้มแข็งขึ้นมาได้บ้าง สักนิดก็ยังดี

“ขอบคุณนะ อูยอง ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน ฉันรับปากไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แต่ฉันสัญญา ว่าฉันจะพยายามนะ”

รอยยิ้มเล็กๆแต้มบนกลีบปากสีชมพูหวาน อูยองหลับตาลงในอ้อมกอดของนิชคุณเช่นกัน มันไม่ใช่ประโยคบอกรัก และยังห่างไกลจากคำๆนั้นมากนัก ทั้งๆที่ตอนนี้เขารู้แน่ชัดว่าหัวใจของนิชคุณเป็นของคนอื่น แต่เขาก็มีความสุขมากแล้ว เขาอยากรอฟังคำนั้น ไม่ว่ามันจะนานเท่าไหร่ หรือต่อให้มันจะไม่มีวันมาถึง แต่แค่ความหวังว่าเขาจะได้รับความรักของพี่คุณกลับมาบ้าง มันก็คุ้มที่จะรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

Note:

ไม่รู้ว่าอ่านตอนนี้จะเห็นใจนิชคุณเพิ่มบ้างมั้ย หรือว่าโกรธคนพี่มากกว่าเดิม 55
หรือจะเกลียดอิคนเขียนแทนนี่ก็ไม่รู้แฮะ – -”

อ่านเม้นตอนที่แล้วละเริ่มหวั่นๆใจว่าจะทนอ่านกันไหวจนจบเรื่องรึป่าว
ให้เวลาอิคนพี่กันหน่อยน่าา รักครั้งแรกมันฝังใจ แถมรักแรกดันมาเข้าโรงบาลอีก พี่แกก็มีเครียดไปบ้าง
อยู่อ่านเป็นกำลังใจให้น้องอูยองกันต่อไปก่อนนะคะ

อ่อ ฝากนิดนึง เรารับฟี๊ดแบ้กทุกช่องทาง คอมเม้นในบล้อก หรือในทวิตก็ได้ #RainFallKW
แต่ถ้าพูดในทวิตอยากให้ระวังการด่านิชคุณนิดนึง กลัวพี่แกมาเสิร์จชื่อตัวเองเจอแล้วแกจะตกใจ 55555555555ใช้เป็นโค้ดลับมานะคะ อิพี่ นชค อพค อย่างงี้น่าจะปลอดภัยกว่าเนอะ

ขอบคุณค่า

 

14 comments

  1. อ่านแล้ว ไม่เกลียดคนพี่ค่ะ และเข้าใจนะ
    เราเคยเป็นแบบนั้น คนพี่ยังดีกว่าเราที่บอกน้อง
    เรามะได้บอกล่ะ –” นึกย้อนไปก็สงสารคนที่เราทำแบบนั้นนะ

    เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เอาใจช่วยให้คนน้องอดทน รักมาได้ตั้งหลายปี เรื่องแค่นี้มะทำให้หมดรักหรอกเนอะ สู้ๆ

    ขอบคุณไรท์ค่า กะลังอยากอ่านมากๆๆๆๆก็มาอัพพอดี ^^

  2. สติลเกลียดอิพี่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความ(พยายาม)เห็นใจ 0.02 เปอร์เซ็น – –
    หึหึ เราไม่อัพเวลให้อิพี่ง่ายๆ หรอก ทำน้องเจ็บมาก็เยอะ
    ตอนที่อิพี่ถามน้องว่าจะเลิกมั้ยทำนองนี้ เรานี่พูดออกมาเลย “เลิกเลยๆๆๆ”
    อยากให้อิพี่รู้สึกเสียใจบ้าง ให้กะน้องนะ ไม่ใช่คนอื่น
    อยากให้เห็นค่าของน้องมากจริงๆ สักที ไม่ใช่รู้แค่ว่าน้องรักตัวเอง
    แต่รู้บ้างว่าน้องทำอะไรเพื่อพี่ น้องรัก น้องรอ น้องซื่อสัตย์ น้องทุ่มเท น้องให้พี่มากกว่าตัวเองเสมอ
    พี่มีค่าสำหรับน้องมากแค่ไหน อยากให้รู้
    ชอบที่คาแรกเตอร์อูยองเรื่องนี้ดูแตกต่างจากเรื่องอื่นบ้าง ชอบที่น้องไม่งี่เง่า น้องเข้มแข็ง และเข้าใจ
    แต่บางครั้งก็อดจะอยากเข้าไปเขย่าๆๆๆ เรียกสติให้อูยองจริงๆ เฮ้อ ทำไมเราถึงได้แสนดีแบบนี้
    ชอบที่อดทน เข้มแข็ง แต่สำหรับบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องทนก็ได้
    ไม่ใช่อะไร นี่กลัวใจ(อีกและ) จากตอนที่แล้วๆ ที่โฮดูอาละวาด ดูไม่มีความสุขแล้วกับสิ่งที่มีสิ่งที่ทำ
    กลัวความอ่อนแอของจุนโฮจะดึงพี่คุณให้กลับไปหา
    ที่สำคัญกลัวใจพี่คุณมากที่สุดด้วย เพราะตอนนี้ยังรักโฮอยู่ ถ้าโฮพร้อมรักอีก พี่คุณก็คงพร้อมรักตอบอยู่แล้วสินะ แค่นึกก็เหี่ยวแล้วใจ แงงง
    ไม่อยากให้อูยองเศร้า ถึงตอนนี้จะรู้ความจริงแล้วก็เถอะ แต่ก็เป็นความจริงที่เจ็บปวดไง แม้จะดูมีเศษเสี้ยวของความหวังให้อูยองได้อดทนรออยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรค แค่รอก็เจ็บปวดแล้ว หวังว่าการเลือกอยู่เคียงข้างพี่คุณต่อไปของอูยองในครั้งนี้ จะไม่ผิดพลาด ขอให้พี่คุณพยายามสัมผัสความเป็นอูยองมากขึ้น
    คิดถึงอูยองให้มากกว่านี้ (อย่าทิ้งน้องแบบครั้งก่อนนะยะ!) เห็นความสำคัญของอูยองมากขึ้นๆ แคร์ละใส่ใจน้อง ให้มากกว่าแฟนเก่าได้ยิ่งดี ถ้ายังจมปลักกับรักเดิมๆ อยู่แบบนี้ จะคบน้องไว้ก็ไม่มีทางรักน้องหรอก

    เราว่าไรท์ไม่ปล่อยให้ดราม่าเพียงเท่านี้แน่นแน่ /เตรียมบาซูก้ารอ
    ขอบคุณที่ให้อิพี่บอกความจริงกับน้องสักที แม้จะทำร้ายจิตใจก้เถอะ ดีกว่าให้น้องดูเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย อย่างน้องตอนนี้น้องก็มีจุดหมายที่ชัดเจนแล้ว มีความหวัง และเข้าใจ(นิสัยๆๆ(ใจร้าย ไม่แค่น้อง))ของอิพี่ที่ผ่านมา ว่าไม่รักสินะ หึหึ
    ขอบคุณคุณไรท์ที่มาต่อนะคะ เดือนละครั้งก็ด้ายยยยยยย *ปาดน้ำตา*

    1. รักมากอะ รู้มั้ยคะ เราอ่านคอมเม้นนี้ซ้ำมาสี่ห้ารอบแล้ว ชอบ ชอบที่มีคนอินกับเราขนาดนี้

      จะเรียกว่าอูยองทนมั้ย อย่าลืมว่าอูยองมีนิสัยชอบเอาชนะอยู่แล้ว ถ้าเรื่องที่น้องคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดน้องก็สู้สุดใจ ถ้าน้องคิดว่ารักพี่ไม่ผิด คนพี่ก็อนุญาตแล้ว น้องไม่ยอมอะไรง่ายๆหรอกค่ะ นี่สปอยมั้ยอะ เดี๋ยวจะได้เห็นด้านสตรองของน้องกันมากขึ้นเรื่อยๆนะคะ 55

      บาซูก้านี่เตรียมมาให้ใครนะคะ >< 555555

  3. เกลียด….ตัวเอง ที่น้ำตาไหลเพราะสงสารน้องยอง
    เกลียด….พี่คุณ ที่เห็นแก่ตัวทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก
    เกลียด….น้องยอง ที่ยังรักพี่คุณอยู่ทั้งที่ใจเจ็บ
    สุดท้ายไม่ว่าจะเกลียดแค่ไหนก็อ่าน
    ไรท์เตอร์ ซารางเฮ

  4. ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เห็นใจอิพี่ขึ้นเลย
    หมั่นนางมากกว่าเดิมด้วยจิตใจทำด้วยอะไร
    ยังดีที่ยังกล้าเล่าความจริงให้น้องรู้ น้องก็สตรองไปมั้ย ยองของพี่หนูต้องดีขนาดนี้มั้ย แต่เพราะรักพี่เข้าใจ
    แต่คือแบบน้องตัดใจไปได้แล้วรอบนึงมั้ย อิพี่ก็ดึงน้องกลับมา ทำดีกับน้องละน้องมันจะตัดพี่ลงได้ยังไง รักไปแล้วหนิ รักมากด้วย
    นี่เชียร์ให้อิน้องไปอ่อยคนอื่นบ้าง แต่อิพี่คงไม่สนใจอีก (หมั่นไส้ไปอีก) ทำไมถึงหมั่นไส้อิพี่ได้ขนาดนี้ สงสารน้อง สงสารนุ้ง สงสารชานอีก นี่สงสารทุกคนยกเว้นอิพี่ อิพี่ต้องโดนหนักกว่านี้ อดนอนคืนเดียวมิสามารถลบล้างความผิดได้ บอกเลย 55555

    ปล. แค่บอกว่าจะอัพทุกเดือนก็ดีใจแล้ว ขอบคุณไรท์นะคะ ~~~😘😘

  5. หน่วงมากเลยฮืออคนพี่ก็ทั้งน่าตีทั้งน่าสงสารคนน้องก็ดูเข้มแข็งจนกลัวว่าจะเหนื่อยเมื่อไหร่ 😿 ขอบคุณไรท์มากๆค่าา สนุกมากๆ

  6. ง่าาาา.. ทำไมอ่านตอนนี้ยิ่งเกลียดคนพี่มากขึ้นไปอีก.. เกลียดๆๆๆๆๆ เกลียดที่เห็นแก่ตัว
    รู้ว่าน้องรักตัวเอง เลยยังมีหน้ามาบอกให้น้องรอตัวเองให้เลิกรักกับรักแรกอยู่..
    เห็นน้องเป็นของตายสินะ บอกให้รอ.. แล้วต้องรอจนถึงเมื่อไหร่ละคะ?? ถ้าเกิดว่าคนป่วย
    หายขึ้นมาแล้วกลับมารักกัน ซึ่งมีแววว่าจะเป็นแบบนั้นสะด้วย-*- แล้วน้องจะทำยังไง
    น้องก็มีศักดิ์ศรีนะคะ.. แหม!! อยากจิแหกฟิคเข้าไปตบกะบาลคนพี่เหลือเกินล่ะค่ะ-*-
    อยากยุน้องให้ทิ้งคนใจโลเลไปสะเลยจริงๆ (ฉุดลูกกลับบ้าน).. ฮึ้ย!.. เกลียด.. เห็นแก่ตัว.. เกลียดๆๆ

    1. พี่ไม่ได้บอกให้รอนะ พี่บอกให้น้องหนีไปแล้ว แต่น้องไม่ไป พี่เลยบอกให้รอ เห็นมั้ยอิพี่ก็มีความเป็นคนดีอยู่นะคะ 5555555

  7. ง่ะ อูยองงงง เข้มแข็งมากอ่ะ นิชก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด คิดว่านิชรักอุยองมากนะแค่ยังไม่รู้ตัว อย่างน้อยก็ไม่ผลักไส อย่างน้อยก็ยังอยากให้อูยองอยู่ข้างๆ

    แต่…. หวังว่าจะไม่ใจอ่อนกลับไปหาจุนโฮ ให้อูยองปวดใจนะ นิชคุณจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนไม่ได้นะ ชานซองล่ะ ทุ่มเทดูแลตุนโฮมาทั้งชีวิตนะ

    ตอนต่อๆๆๆๆๆไปม่าหนักอีกแน่ๆ งื้ออออ เตรียมผ้าซับน้ำตาใช่มั๊ยคะไรท์เตอร์

  8. ขอให้จบเเฮปปี้กันทุกคนเถอะ ขอร้อง *ปาดน้ำตา* 😭 ชอบสำนวนการเขียนของไรท์มากกๆค่ะ น้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลย… กลัวใจพี่คุณมาก55555 จะมีเเทคเคมาเเจมบ้างมั้ยคะ 555555 เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ ❤️❤️

  9. ชานซอง คนที่ควรจะรู้สึกผิดกับอูยองน่ะ มันนิชคุณ ชานแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ
    สัญญาว่าจะพยายาม? หึ ให้มันจริงเห๊อ ก็เห็นทิ้งน้องตลอดเวลา มาทำเป็นพูดให้ความหวัง เกลียด
    เดี๋ยวจุนโฮโทรมาก็วิ่งแจ้นไปหาอยู่ดีนั่นแหละ แล้วใครที่ต้องเสียน้ำตา ก็อูยองมั้ย แย่ที่สุดเลย
    อูยองมีคติในตัวเองมาก ยึดมั่นในตัวเองมาก ก็ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ขอให้อูยองมีความสุขกับเค้าบ้างซักทีเถอะ โดนอิพี่ทำร้ายมามากเกินไปแล้วนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s