[Fiction] Let The Rain Fall 13/?

letitrain

 

“อ๊คแทคยอน ไปหาน้องอูยองกัน” แทคยอนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงคุ้นหูจากรูมเมทของเขา

ใกล้ไป..

แทคยอนขยับถอยโดยอัตโนมัติ เมื่อหัวใจเต้นถี่รัวขึ้นมาทันทีที่รับรู้ว่าปลายจมูกของมินจุนอยู่ใกล้ใบหน้าเขาเพียงใด มินจุนกลับมาอยู่ห้องเดียวกับเขาแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนบอกเองให้พวกเขาทำตัวปกติต่อกัน พอเอาเข้าจริง การจะควบคุมหัวใจตัวเองมันก็ยากกว่าที่เขาคิด

“ไปทำไม” แทคยอนแกล้งทำเป็นงัวเงีย เขาบิดขี้เกียจ เพื่อให้มินจุนกระเถิบตัวออกไปบ้าง

“ว่าจะชวนน้องเขาไปดูหนัง” มินจุนเอ่ยพร้อมกับชูตั๋วหนังสองใบขึ้นมา

“ทำไมมีสองใบ”

“ก็ของฉันกับอูยอง”

แทคยอนกระพริบตาปริบๆ

“มีสองใบแล้วจะชวนกุไปทำไมวะ”

“ไปส่งหน่อย” มินจุนฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวอย่างสวยงาม

แทคยอนถอนหายใจ ก่อนจะพลิกตัวหนี แต่มือเรียวก็คว้าแขนเขา และพยายามออกแรงดึงให้ลุกขึ้น

“แทคยอนนนนน”

“ไม่เอา  ไม่ไป”

“ตื่นเดี๋ยวนี้นะเว้ย” มินจุนคว้าท่อนแขนของแทคยอน ออกแรงดึงร่างใหญ่ให้ลุกจนสุดแรง

“ม่ายยยย”

ผลั่ก!

เพราะว่าอีกคนตัวเล็กกว่าน่ะสิ เมื่อแทคยอนออกแรงแข็งขืน คนที่ดึงจนสุดแรงถึงได้เสียหลักล้มลงบนตัวเขา ใบหูของแทคยอนแดงจัด ในขณะที่มองสบดวงตาของคนที่ล้มลงมาบนร่าง ใบหน้าของมินจุนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ทำให้เขาสามารถมองเห็นเส้นขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาเรียวได้อย่างชัดเจน นัยตาสีดำกลมโตสุกสกาวราวดวงดาวที่ลึกลับสะกดให้เขาจ้องมองอย่างไม่ลดละ

แทคยอนกระแอมไอเบาๆในลำคอ เมื่อรู้สึกตัวว่าเขาจ้องมองมินจุนนานเกินไปแล้ว

“ฉันว่านายโทรนัดน้องอูยองก่อนมั้ยว่าเขาว่างรึป่าว”

“อะ.. อืม” มินจุนตอบรับ ก่อนจะรีบปีนลงจากตัวของเขา

 

“ครับ เที่ยวให้สนุกนะครับ” แทคยอนออกจากห้องน้ำทันได้ยินเสียงหงอยๆของมินจุนก่อนจะวางหูโทรศัพท์ ร่างสูงคว้าผ้าขนหนูมาซับหยดน้ำบนใบหน้า อดห่วงคนตรงหน้าไม่ได้

“อ้าว เสร็จแล้วหรอ” มินจุนหันมายิ้มให้

“อูยองว่าไงบ้าง”

“เขา.. ไม่ว่างน่ะ เห็นบอกว่าจะออกไปตกปลากับพี่คุณอะไรนั่น” มินจุนถอนหายใจ “คบกันอยู่จริงๆสินะ”

ทั้งๆที่อูยองเคยพูดกับเขาตรงๆแล้วว่าตอนนี้อูยองมีแฟน และกำลังคบใครอยู่ แต่เหตุการณ์ตอนนั้นที่เขาเจอนิชคุณที่ริมแม่น้ำฮัน ก็ยังคงรบกวนจิตใจของเขา ตอนนั้นนิชคุณเองไม่ใช่หรอที่ปฏิเสธความรักของอูยอง

แทคยอนนั่งลงข้างๆมินจุน เขาหรี่ตาลง รู้ว่ามินจุนต้องกำลังคิดอะไรอยู่

“เสียใจหรอ” แทคยอนเอ่ยถาม

มินจุนส่ายศีรษะ

“เป็นห่วงมากกว่า”

“เอ๊?”

“ฉันไม่ไว้ใจเลย ไปต่างจังหวัดกันสองต่อสองอย่างนั้น”

“แต่พวกเขาเป็นแฟนกันนะ” อ๊คแทคยอนหัวเราะออกมาเบาๆ

“นายไม่คิดว่ามันแปลกหรอแทค ปกติถ้าฉันเช็คเวลากับจินอุนแล้วว่าพวกเขาไม่มีเรียน อูยองก็จะว่างตลอด ทั้งๆที่คบกับพี่คุณมาตั้งนานแล้ว แต่อูยองไม่เคยปฏิเสธฉันเลยนะ”

“ก็แปลก” แทคยอนยังจำภาพที่อูยองจูบกับนิชคุณซึ่งถูกแพร่ไปในอินเตอร์เน็ตได้  มันมีความคิดเล็กๆที่คอยรบกวนจิตใจของเขา คนเราหากจะรักกันแล้วมันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องประกาศให้โลกรู้ขนาดนั้น ทำไมต้องที่นั่น ทำไมต้องวันนั้น ทั้งๆที่เป็นงานที่มีสื่อเข้าร่วมมากมาย แต่แทคยอนก็ตอบตัวเองไปว่าเขาคงขาดความโรแมนติกละมั้ง เขาถึงได้ไม่เข้าใจในการกระทำแบบนั้น

“เฮ้อ” มินจุนถอนหายใจเสียงดัง ราวกับตั้งใจจะไล่ความกังวลใจออกไป เด็กหนุ่มก้มมองดูตั๋วสองใบในมือ “ฉันก็ซื้อตั๋วหนังมาแล้วด้วยสิ”

แทคยอนเหลือบมอง ก่อนจะอมยิ้มที่มุมปาก มือหนาชิงตั๋วหนังจากมือของมินจุนมาใบหนึ่ง

“ไปดูกับฉันแทนมั้ยล่ะ”

 

อูยองวางสาย และหันไปมองคนข้างๆ

“พี่มินจุนน่ะครับ” เพราะว่านิชคุณใส่แว่นกันแดด และมองตรงไปข้างหน้าขณะขับรถ อูยองถึงมองไม่เห็นว่าสายตาของนิชคุณกำลังมองไปที่ไหน และฟังเขาอยู่รึป่าว แต่นิชคุณก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา อูยองจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ นิชคุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงไม่มีเรื่องหึงหวงเล็กๆน้อยๆ แต่ในฐานะแฟน อูยองก็อยากจะซื่อตรงกับนิชคุณให้มากที่สุด อูยองบอกนิชคุณทุกครั้งที่มินจุนกับแทคยอนชวนเขาไปไหน ถึงแม้ว่านิชคุณจะไม่เคยเอ่ยถามอะไรก็ตาม

วันนี้พวกเขาจะไปตกปลาด้วยกัน มันช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งอาทิตย์ อูยองได้แต่รอคอยด้วยความตื่นเต้นเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ไปเดทกับนิชคุณแบบสองต่อสองอย่างจริงๆสักที นิชคุณบอกกับเขาว่าอยากไปพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์มากกว่าจะออกไปเจอผู้คนที่วุ่นวาย พวกเขาเลยตัดสินใจออกมาตกปลาที่ต่างจังหวัดด้วยกัน มันต้องใช้เวลาในการเดินทางสักพัก แล้วการนั่งอยู่บนรถตามลำพังกับนิชคุณอย่างนี้ก็ชวนให้เลือดสูบฉีดขึ้นมาเลี้ยงบนพวงแก้มกลมๆจนร้อนผ่าว

อูยองไม่รู้ตัวเลยว่าเขาถูกสะกดด้วยความงดงามของใบหน้าด้านข้างของนิชคุณไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นโค้งเว้าจากหน้าผากมาถึงสันจมูกโด่งคมชวนให้เขาอยากไล้นิ้วลงบนสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบนั้น เขาเริ่มจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีแดงฉ่ำและเริ่มนึกถึงรสจูบที่ถูกกลีบปากคู่นี้ป้อนให้  ความรู้สึกวาบหวามมวนอยู่ในท้อง จนอูยองได้ยินเสียงเต้นตึกตักของหัวใจตัวเอง

“มองอะไร” เสียงนุ่มๆเอ่ยถามอย่างนิ่งเรียบ หารู้ไม่ว่าเกือบทำให้จางอูยองหัวใจวายเข้าให้แล้ว

“ม่ะ..ไม่มีอะไรครับ” อูยองรีบหันหนีรอยยิ้มที่มุมปากของนิชคุณ คนตัวเล็กรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว นิ้วมือที่สั่นเทาเอื้อมไปเปิดวิทยุหวังให้มีเสียงอะไรมากลบเสียงหัวใจของเขาลงได้บ้าง

เพลงที่ดังขึ้นคลอเบาๆ ทำให้อูยองผ่อนคลาย และช่วยดึงสมาธิของเขาจากนิชคุณไปได้บ้าง อูยองมองออกไปนอกหน้าต่าง วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว จากตึกรามบ้านช่องในตัวเมือง กลายเป็นต้นไม้และต้นหญ้าสีเขียวชะอุ่ม สถานที่ที่แปลกตาทำให้อูยองหันไปสนอกสนใจกับต้นไม้ต้นใหญ่ ภูเขาที่อยู่ไกลๆ และบ้านหลังเล็กๆที่กระจายอยู่เป็นหย่อมๆ อูยองเผลอฮัมเพลงออกมาเบาๆ โดยไม่ทันเห็นว่านิชคุณกำลังยิ้มตามเมื่อได้ยินเสียงของเขา

นิชคุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ในวันที่เขาไม่มีอะไรให้คิดมากมาย ในวันที่เขารู้สึกว่าการใช้ชีวิตมันง่ายกว่านี้ เขานึกถึงวันที่อูยองมานอนค้างที่บ้านของเขาในช่วงวันหยุดเพื่อที่จะอยู่เล่นกับลูกเป็ดได้ทั้งคืน เมื่อเขาตบเตียงเบาๆ ทั้งเด็กแก้มยุ้ยและเจ้าแมวขนปุยก็กระโดดขึ้นมานอนบนเตียง นิชคุณเปิดเพลงจากไอพอดซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดที่เขาได้รับตอนอายุครบ12ปี และแบ่งกันฟังกับอูยองด้วยหูฟังคนละข้าง อูยองจะร้องเพลงคลอเบาๆขณะที่นิ้วมือเล็กๆลูบเส้นขนบนลำตัวของทาโร่ที่นอนขดอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาสองคนเหมือนเป็นการกล่อมนอน เสียงบางใสที่อาจไม่ได้ไพเราะเหมือนกับนักร้องอาชีพคนใด แต่กลับเป็นน้ำเสียงที่ทำให้คนที่ได้ยินผ่อนคลายได้ ไม่ต่างจากเจ้าทาโร่ที่ถูกกล่อมนอนจนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ความรู้สึกสบายใจอย่างวันนั้นได้ย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อเขาได้ยินเสียงร้องเพลงของคนที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน

นิชคุณเหลือบมองอูยอง ยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นว่าอูยองโตขึ้นมากเพียงใด จากเด็กชายตัวเล็กๆที่เขาเคยรู้จัก  ชั่วขณะหนึ่งที่เขาปล่อยให้เสียงของอูยองขับกล่อม มันเกือบจะเหมือนว่าเขาได้ลืมความเจ็บปวด และความเหนื่อยล้าไปได้ทั้งหมดแล้วจริงๆ

อูยองหันมาหัวเราะกับเขาเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกแอบมองอยู่ ใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะหันหนีออกไป นิชคุณอดจะหัวเราะไปกับท่าทางเขินอายของอูยองไม่ได้ เขารู้จักอูยองมาตั้งแต่เด็ก เด็กที่เคยพูดจาเจื้อยแจ้วกับเขาไปได้เรื่อยเปื่อย และไม่เคยหวั่นกลัวที่จะโต้เถียงกับเขาเลยสักครั้ง กำลังเขินอายจนแก้มแดงไปหมด

“อ๊ะ เพลงนั้นนี่นา…” อูยองพึมพำขึ้นมาเมื่อเสียงดนตรีเปลี่ยนเป็นเพลงใหม่ นิชคุณเองก็จดจำท่วงทำนองของเพลงนี้ได้ดีเช่นกัน อูยองหันมามองสบตาของเขาอย่างเคอะเขิน ริมฝีปากเม้มปากเมื่อนึกถึงสัมผัสรุ่มร้อนบนกลีบปากอีกครั้ง

มันกลายเป็นเพลงที่มีความหมายพิเศษสำหรับอูยองไปแล้ว  เพราะมันเป็นเพลงที่พวกเขาจูบกันครั้งแรก..

“ฉันไม่อยากฟัง”

นิชคุณกดปิดเพลง ก่อนที่เสียงร้องในท่อนแรกจะดังขึ้น อูยองมองจ้องเขาอย่างสับสน

“ปิดเพลงดีกว่านะ ฉันอยาก… คุยกับนายมากกว่า” นิชคุณพูด ขณะที่มือหนาเอื้อมออกไปเพื่อจับมือของอูยองมากุมไว้ เขาบีบมันเบาๆ ขณะที่หันกลับไปมองถนน

“อ่า” อูยองหันไปมองรอยยิ้มบนริมฝีปากของนิชคุณ จู่ๆเขาก็ไม่ชอบที่แว่นดำซึ่งปิดบังใบหน้าครึ่งนึงของนิชคุณทำให้เขารู้สึกอึดอัด ทั้งๆที่นิชคุณกำลังยิ้ม แต่ทำไมเขากลับมองไม่เห็นดวงตาภายหลังเลนส์แว่นสีทึบนั้น

“เป็นยังไงบ้าง เรียนหนักมั้ยช่วงนี้” นิชคุณเอ่ยถามหลังจากความเงียบที่เกิดขึ้นสักพัก

อูยองพยายามสลัดความไม่สบายใจทิ้งไป เขาก้มลงมองมือของนิชคุณที่วางประสานมือของเขาไว้

“นิดหน่อยครับ ใกล้จะสอบปลายภาคแล้ว และก็ใกล้สอบเข้ามหาลัยแล้วด้วย”

“นายทำได้อยู่แล้ว” สัมผัสอุ่นบีบมือของเขาไปด้วยขณะที่พูด

อูยองยิ้มกว้าง ยอมรับความอบอุ่นที่เขาโหยหาให้แผ่ซ่านจากสัมผัสละมุนที่ปลายนิ้วมาสู่หัวใจ

“วันนี้ได้ออกมากับฮยอง ก็เหมือนได้เติมพลังแล้วล่ะครับ”

“จริงด้วยสินะ ฉันก็เหมือนกัน” นิชคุณหันมายิ้มให้อูยอง แต่คราวนี้อูยองลืมไปแล้วล่ะว่าแว่นที่นิชคุณสวมใส่มันทำให้เขาอึดอัดได้ยังไง

 

นิชคุณไม่ได้ปล่อยมือเขาเลย เว้นแต่การผละไปเปลี่ยนเกียร์หรือจับพวงมาลัยบ้างเป็นบางครั้ง แต่มือใหญ่ก็จะดึงมือเขาไปจับต่อเสมอ มันชวนเขินอาย แต่ก็ทำให้อูยองมีความสุขมากเช่นกัน พวกเขาไม่ได้เปิดเพลงอีก แต่ในรถก็ไม่ได้มีแต่ความเงียบจนน่าอึดอัด พวกเขาพูดคุยกันมาตลอดทาง อูยองเล่าเรื่องที่โรงเรียน เรื่องของทาโร่ เรื่องการตกปลาที่พวกเขากำลังจะเดินทางไป ก่อนจะกลับมาที่วีรกรรมของเจ้าทาโร่อีก แล้วก็การสอบของที่โรงเรียน จู่ๆเขาก็รู้สึกว่ามันมีเรื่องมากมายที่เขาอยากเล่าให้นิชคุณฟัง และเขาสามารถเล่ามันออกมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาจอดแวะพักที่จุดพักรถ

“แล้วก็ข้อสอบของอาจารย์พัคโหดมากเลยล่ะครับ” อูยองบ่นโอดโอย ขณะที่นิชคุณกำลังหาที่จอดรถ เขากำลังพูดถึงการเตรียมสอบปลายภาคที่ใกล้เข้ามาแล้ว

“หิวมั้ย หาอะไรรองท้องกันก่อนดีกว่า”  นิชคุณหัวเราะเบาๆ ให้เด็กน้อยที่กำลังเบ้ปากเมื่อนึกถึงกระดาษข้อสอบ

“ก็ได้ครับ” อูยองเอ่ยเสียงอ่อย

“ไปเร็ว” นิชคุณเขย่ามือเล็กไปมาด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนจะลงจากรถ

มือของนิชคุณที่คลายออกไปแล้ว ทำให้อูยองต้องกำมือของตัวเองเอาไว้หลวมๆ เพราะความรู้สึกโหวงๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

อูยองก้าวตามนิชคุณเข้ามาที่ศูนย์อาหารของจุดพักรถ ภายในมีโต๊ะวางให้นั่งทานอาหารอยู่ราวสี่ห้าโต๊ะ ล้อมรอบด้วยร้านขายอาหารทานเล่นเล็กๆน้อยๆจนไปถึงอาหารมื้อหนัก เพื่อรองรับนักเดินทางที่ผ่านไปมาบนเส้นทางนี้ มีคนนั่งอยู่อย่างประปราย อาจเพราะมันยังเป็นเพียงช่วงสายๆ ผู้คนถึงไม่ได้มาทานอาหารกันเยอะนัก เขาเดินตามนิชคุณไปซื้อต๊อกปกกิ และของทอดกินเล่นที่ร้านซุ้มเล็กๆ สายตาก็อดจะแอบมองมือคนพี่ไม่ได้ เขาเอาแต่จะคิดว่าถ้านิชคุณจับมือของเขาไว้ก็คงดี นี่เขากลายเป็นคนโลภมากอย่างงี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ จางอูยองกลายเป็นคนเสพย์ติดการจับมือไปแล้วหรอไง

อาหารที่เตรียมเสร็จแล้วถูกยื่นมาให้ พร้อมๆกับเสียงโทรศัพท์มือถือของนิชคุณที่ดังขึ้น นิชคุณกดรับสาย และบุ้ยใบ้ให้อูยองถือจานอาหารไปนั่งก่อน

อูยองคิดว่านิชคุณกำลังจะเดินตามเขามาที่โต๊ะ แต่หลังจากคุยโทรศัพท์สักพักนิชคุณก็เดินออกไป เขาไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากนัก เขามองเห็นนิชคุณยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอกต่อสักพัก และเมื่อชายหนุ่มวางสายด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ร่างสูงก็เดินมุ่งกลับไปที่รถทันที อูยองลุกขึ้น และรีบวิ่งตามนิชคุณออกไป

“เกิดอะไรขึ้นครับ” อูยองเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา เมื่อเขากระชากประตูรถให้เปิดออก ก่อนที่นิชคุณจะถอยรถออกไป

“ขึ้นรถ” นิชคุณเอ่ยราวกับจะเป็นคำสั่ง “เร็วสิ!”

อูยองรู้สึกว่าร่างกายของเขาชาไปทั้งตัวเมื่อสบตาของนิชคุณ เขาขึ้นไปนั่งบนรถ และไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยอะไรออกมา คำถามมากมายวิ่งวนในหัวไปหมด ในขณะที่อูยองสังเกตได้ว่าพวกเขากำลังขับรถกลับไปทางเดิม มันเกิดอะไรขึ้น นิชคุณคุยกับใคร เขาพยายามจะเข้าใจ แต่หัวใจของเขามันก็บีบรัดไปหมด นิ้วมือของเขาสั่นเทาจนเขาต้องบีบมันไว้ ถ้าเขาไม่วิ่งออกมา.. ถ้าเขาออกมาช้ากว่านี้.. ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญขนาดไหน แต่คนแบบไหนกันที่จะทิ้งคนรักของตัวเองเอาไว้ได้

เรื่องอะไรที่มันสำคัญนักหนา

อูยองกัดริมฝีปากแน่น ขณะที่ก้อนสะอื้นไม่อาจถูกกลั้นไว้ ไหล่บางสั่นไหว พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ทั้งๆที่เขากำลังร้องไห้ ทั้งๆที่ทำให้เขาตกใจกลัวแทบตาย แต่ตอนนี้เขาเหมือนกลับกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนในสายตาของนิชคุณอีกครั้ง

 

นิชคุณเร่งความเร็วและพาพวกเขากลับเข้ามาในโซลได้ในหนึ่งชั่วโมง นิชคุณไม่ได้ขับไปที่บ้าน ไม่ได้ไปที่ทำงาน แต่พวกเขากำลังเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นิชคุณจอดรถ แล้วเดินออกไป ราวกับว่าลืมไปแล้วว่ามีใครอีกคนที่นั่งมาด้วย อูยองพยายามหายใจแต่มันปวดจนเหมือนว่าเขาหายใจไม่ออก เขามองตามร่างสูงที่เดินตรงไปที่อาคารโดยไม่หันกลับมามองแม้เพียงสักนิดเดียว

บางทีเขาควรจะกลับบ้านไปซะ ลุกขึ้น แล้วหนีไปจากตรงนี้ แต่อูยองยังคงมองเห็นสีหน้าร้อนรนของนิชคุณ ตลอดทางที่พวกเขามุ่งตรงมาที่โรงพยาบาล สีหน้าของนิชคุณเจ็บปวดจนอูยองไม่อาจทิ้งนิชคุณไว้คนเดียวได้ อูยองเปิดประตูเพื่อลงจากรถ เขาตัดสินใจเดินตามนิชคุณเข้าไป ทั้งๆที่รู้สึกเหมือนคนที่ใกล้จะหมดแรง เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ๆนิชคุณ ไม่กล้าที่จะมองหน้านิชคุณตรงๆด้วยซ้ำ เขาทำได้เพียงแค่เดินตามคนพี่มาเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อนิชคุณก้าวเข้าไปในลิฟท์โดยสาร เขาสบตาอูยองที่เดินตามเข้ามาอยู่ครู่หนึ่ง อูยองสังเกตเห็นดวงตาที่แดงช้ำของนิชคุณก่อนที่ร่างสูงจะหันหลบสายตา ลิฟท์ขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ และคนที่เข้ามาก็เริ่มทะยอยออกจากลิฟท์ไปจนเหลือเพียงแค่เขาสองคน ก่อนที่บรรยากาศที่เงียบกริบจะกดทับจนเขาหายใจไม่ออก ประตูลิฟท์ก็เปิดออก

มีชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่อูยองไม่รู้จักยืนอยู่ตรงนั้น และนิชคุณก็ปรี่เข้าไปขยุ้มคอเสื้อคนๆนั้นเอาไว้จนข้อนิ้วซีดขาวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้อูยองสะดุ้ง เขาไม่เคยเห็นนิชคุณโมโหอะไรเท่านี้มาก่อน

 

“นายดูแลเขายังไง ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”  นิชคุณตะคอกใส่ชานซองด้วยอารมณ์ร้อนที่ควบคุมไม่อยู่

“มันเป็นคำถามที่คุณควรจะถามผมหรอครับ มันไม่ได้เป็นเพราะคุณหรอครับ” ชานซองกลับตอบกลับนิชคุณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างท้าทาย

“นายควรจะดูแลเขาไม่ใช่หรอ นายควรจะดูแลเขา..”  กรามของนิชคุณขบแน่น แต่เสียงของเขากลับสั่นไปหมด

ชานซองก้มลงมองนิ้วมือที่ขยุ้มเสื้อเขาอย่างอ่อนแรง เขาไม่รู้ว่าเขาควรสงสาร หรือเวทนาผู้ชายคนนี้กันแน่

“ปล่อยเถอะครับ ถ้าคุณเป็นห่วงจุนโฮ ก็รีบเข้าไปหาเขาเถอะครับ”

ชานซองมองตามนิชคุณที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง เขากำลังจะตามเข้าไปตอนที่เห็นใครอีกคนยืนมองอยู่ห่างๆ เขาตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ควรมีคนรับรู้เรื่องนี้ ไม่ว่าจะสื่อ หรือแฟนคลับ มันจะยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายไปหมด แต่ไม่นานเขาก็สังเกตได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือใคร ภาพของเด็กหนุ่มที่เป็นแฟนของนิชคุณซึ่งถูกถ่ายรูปไปลงข่าวในอินเตอร์เน็ตเต็มไปหมด ทำให้เขาประหลาดใจ เขาคิดว่านิชคุณทำลงไปเพื่อประชดจุนโฮเท่านั้น การกระทำโง่ๆที่ส่งผลให้จุนโฮเป็นอย่างนี้ เขาถึงโทรหานิชคุณ ไม่ใช่เพราะว่าเขารู้ว่ามีเพียงนิชคุณเท่านั้นที่จะเยียวยาจุนโฮได้ แต่เพราะนิชคุณควรได้รับผลของการกระทำของตัวเอง แต่ทำไมพวกเขาทั้งคู่ถึงมาด้วยกันล่ะ ทำไมเด็กคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคบกันจริงๆงั้นหรือ

เขายกแขนขึ้นห้ามอูยองที่กำลังจะเดินตามนิชคุณไปที่ห้องพักของจุนโฮ

“ขอโทษด้วยนะ ฉันคงให้นายเข้าไปไม่ได้”

 

 

 

 

Note: อัพช้าอะ ไหนบอกจะมาทุกเดือน แฮะๆ แต่ก็อัพแล้วนะ
เรื่องนี้ไม่ได้ชื่อ Let the rain fall แบบไร้ความหมาย ทุกคนจะได้เห็นความสตรองของน้องยองมากขึ้นเรื่อยๆ
ฝนตกแดดออก น้องก็ไม่หวั่น ไม่ต้องเป็นห่วงน้องนะ น้องแข็งแกร่งที่สุดในเรื่องแล้วล่ะ 55

อย่าลืมคอมเม้น หรือ #RainFallKW ในทวิตก็ได้นะคะ
หรืออยากคุยกันแบบสองต่อสอง เมนชั่นมาได้ที่ @HoneyLimes

ขอบคุณค่า

 

6 comments

  1. นิชคุณณณ ใจร้ายอ่ะ อีกหน่อยก็คงอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนสินะ เลือกใครไม่ได้
    อูยอง งื้อออ กำลังจะสอบเข้ามหาลัยด้วยสิ งื้ออ
    เข้มแข็งนะ สตรองนะ
    พี่คุณใจร้ายยยยยยยย ฮื้อออ อย่ามารู้ตัวทีหลังนะว่ารักน้องยอง มีน้องยองอยู่ทุกอณูของชีวิตน่ะ อย่ามาง้อนะ จะบอกน้องยองงอนนานๆเลย ชิ!!!!

  2. ฮือๆไม่ไหว มันบีบหัวใจ สงสารน้องจับใจ
    รักน้องบ้างไหม….คงไม่สินะ
    น้องไม่เคยอยู่ในสายตาเลย อูยองเจ็บไม่ใช่หรอ ออกมาเถอะ ออกมาเถอะนะ เราไม่อยากให้ยองเจ็บ ฮือๆ

    เพราะดูแล้วยังไงพี่คุณก็เลือกจุนโฮ ส่วนเกินอย่างเราจะอยู่ต่อไปทำไม ออกมาให้พ้นความเจ็บปวดไวๆนะ ได้โปรด ฮืออือ T^T

  3. ฮืออออออออออออออออ
    ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้วนไปค่ะ ทำไมชีวติอูยองถึงรันทดแบบนี้ สงสารอูยองมากถึงมากที่สุดค่ะ
    พี่คุณใจร้าย ไม่สิ เลวนั่นแหละ เหมาะสม
    ทำร้ายจิตใจอูยองไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สุดท้ายก็ไม่เคยนึกถึงจิตใจน้องเลย
    ยังลืมโฮไม่ได้จริงๆ สินะ
    เห้ย งั้นก็หยุดค่ะ เลิกกับน้องไปเลย เลิกให้ความหวัง เลิกยุ่งกะน้องสักที!
    อยากให้ถึงวันที่พี่คุณเจ็บปวดบ้าง แบบรุ้ว่ามีอยู่ก็สายไป หึ
    ยิ่งอ่านยิ่งกลัวใจเราจะอ่านไม่จบมาก เพราะรู้สึกทนไม่ได้จริงๆ อิพี่เลวอ่ะ ไม่โอเคแรง
    เรื่องอื่นมีความร้ายกาจหนักกว่านี้มาก แต่ทำไมเราทนได้ก็ไม่รู้ แต่เรื่องนี้อ่านแล้วรู้สึกทรมานจิตใจมากจริงๆ
    มันบีบแบบยังไงไม่รู้ค่ะ บอกไม่ถูกเลย อ่านทุกตอนๆ ก็เกิดคำถามเสมอว่าเมื่อไหร่อูยองจะมีความสุขจริงๆ จังๆ สักที ซึ่งถ้าหลุดพ้นจากอิพี่แล้วอูยองจะแฮปปี้ได้นี่ก็ยอมตอนนี้ สงสารมากจริงๆ อินเว่อร์
    ปวดใจมากกว่าเรื่องไหนๆ ไม่รู้ทำไม(อีดแล้ว)
    ยิ่งตอนน้องคิดว่าตัวเองไร้ตัวตน เป็นคนโง่ในสายตาอิพี่ เป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย ยิ่งน่าสงสาร
    ปวดใจมากกกก อยากให้พี่คิมพี่แทคจินอุนใครก็ได้มาลักอูยองไปเลย ปลอบน้องที ดูแลน้องด้วย ฮืออออออ
    เอาน้องหนีอิพี่ไปเลย ฮือออออ
    เบื่ออิพี่ จะเอาจุนโฮก็เอาไปเลย โป้ง!!!
    ปล อย่างไรก็ตามขอบคุณมากค่ะที่มาต่อ เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะนานๆ มาทีก็ยังปลุกเรามาด่าอิพี่ได้อย่่างต่อเนื่อง 55555 สู้ๆ นะคะ เราเม้นไประบายกะเมทไป บอกไม่รู้ทำไมทรมานใจ เมทมันบอกเราก็ทนอ่านได้เนอะ โรคจิตเหมือนคนแต่ง 555555555 คือเมทเรามันไม่ชอบดราม่าค่ะ ถถ
    อ่านทอล์คพี่เรียมแล้วเครียดหนักไปอีก อูยองจะสตรองมาก? คือน้องยังต้องทนอีกหรอคะ อย่าใจร้ายกับน้องนักเลย เราอ่านแล้วเครียดทุกตอน แงแงแงงงงงงง
    เฟ้งงงง

  4. ทำไมพี่คุณใจร้ายแบบนี้ ทำไมพี่คุณต้องตะคอกใส่น้อง พี่คุณใจร้ายขอให้พี่คุณเสียใจซะเองเถอะ !

  5. เกลียดดดดดดดดดดดดดดด เกลียดมากกกกกกกกกกกกก เกลียดที่สุดดดดดด
    เกลียดคนที่เอาความรักมาเป็นเครื่องมือ เอาความรักมาทำร้ายคนที่ตัวเองก็ยังรัก
    ทำร้ายตัวเอง และที่เกลียดมากคือ เอาหัวใจคนอื่นมาทำร้ายด้วยความรักที่เค้ามีให้
    เกลียดดดดดดดดดดดดดดดดด เกลียดอิพี่ที่สุด เกลียดดดดดด
    สงสารน้องมากเลย 😭😭😭😭😭 รักเค้ามากไป พยามยามมองผ่านความเป็นจริงที่เค้ากระทำ
    ในทุกๆเรื่อง คอยหาเหตุผลมาแก้ตัวแทนในทุกๆเรื่อง โธ่ลูกเอ้ยยย 😭😭😭😭😭😭😭
    เค้าไม่เคยรักนู๋เลย เค้ามองเห็นเป็นแค่เด็กรุ่นน้อง เด็กที่มาช่วยเลี้ยงแมวให้เค้า
    ถึงเค้าจะนึกสงสาร แต่เค้าก็ยังลากมาเพื่อเอามาเป็นอาวุธ เอามาเพื่อทำให้คนที่เค้ารักจริงๆเสียใจ
    เค้าไม่เคยจะมอง ไม่เคยจะใส่ใจ ไม่เคยจะสนใจ เท่าที่นู๋มีให้เค้าเลย😭😭😭
    ต่อไปขอให้นู๋แข็งแกร่ง จิตใจเข้มแข็ง ถึงแม้ว่าอาจจะหัวใจแหลกสลายเมื่อรู้ความจริง
    ขอให้เดินจากมาอย่างผู้ทรนงและมีศักดิ์ศรีนะคะจางอูยอง✊
    แล้วสองคนที่เค้ายังรักกัน แต่ก็ยังทำประชดใส่กันอยู่นั้น ต่างก็ได้รับผลตอบแทน
    นุ้งโฮก็เสียใจ เพราะเลือกทางเดินที่ไม่มีนิช จิตใจบอบช้ำ ความสำเร็จในอาชีพก็ช่วยอะไรไม่ได้
    นิชก็เสียใจเจ็บปวดแต่กับความรักเดิม ไปเถอะคะ ไปคืนดีกันสะ กลับไปรักกันเหมือนเดิม
    ปล่อยน้องยองไป ให้โอกาสน้องได้ไปเจอคนอื่นที่รักน้องจริงๆเถอะ เกลียดพระเอกเห็นแก่ตัว
    หาพระเอกคนใหม่ให้น้องดีกว่านะคะ 555 /เป็นงั้นไป 555
    คุณเลียมแต่งได้ดีมากเหมือนเดิมเลยค่ะ .. ความเจ็บปวดที่อึดอัด ทรมานใจมากเลยสงสารลูก
    รวมเล่มเมื่อไหร่ บอกด้วยนะคะ^^ จองล่วงหน้าเลยค่าาา😄

  6. เราไม่โอเคกับนิชคุณเลย แบบเลยยยยยยยยยยยยย ใจร้ายมาก เป็นแฟนประสาอะไรไม่รู้เลยว่าเค้าจะสอบ ไม่รู้อะไรเลยที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอูยอง ทำให้เพลงที่มีความหลังของตัวเองกับจุนโฮ มาเป็นความทรงจำของอูยอง มันใช่เหรอ เกลียดมาก เราเจ็บอ่ะ อ่านไปเจ็บไป คือมันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ อูยองอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ควรจะต้องทำยังไง ผู้ชายเห็นแก่ตัวทำให้เด็กอายุ17ต้องเจออะไรที่มันประเดประดังขนาดนี้ มันใช่มั้ย ห๊ะ เกลียดดดดดดดดดดดด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s