[Fiction] Let The Rain Fall 12/?

letitrain

 

“นายจะไม่ไปเรียนพิเศษต่อหรอ” จินอุนเอ่ยถามอยากประหลาดใจ เมื่อเห็นอูยองรีบร้อนเก็บข้าวของใส่กระเป๋าอย่างผิดสังเกตหลังเลิกเรียบคาบสุดท้าย ทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงเศษกว่าจะถึงเวลาเรียนพิเศษ พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนออกจากห้องเรียน

“วันนี้เป็นวันครบรอบน่ะ”

“ครบรอบ?”

“ครบรอบที่ฉันกับพี่คุณคบกันร้อยวัน” อูยองเอ่ย แก้มกลมๆอมยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ

“นี่ตกลงพวกนายเป็นแฟนกันจริงๆหรอ” จินอุนก็รู้ว่าอูยองเคยบอกเขาแล้วว่าทั้งสองคนคบกัน แถมทั้งเหตุการณ์วันนั้นเพราะเป็นงานใหญ่พอสมควร ข่าวของนิชคุณทายาทธุรกิจนำเข้ายาและอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ จูบกับเด็กหนุ่มหน้าหวานกลางงานคอนเสิร์ตการกุศลก็เป็นข่าวใหญ่ในอินเตอร์เน็ตอยู่หลายวัน แต่น่าแปลกที่เขากลับไม่เคยเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเลย

“ฉันไม่เคยเห็นพวกนายไปเดทกันด้วยซ้ำ ฉันว่าฉันยังอยู่กับนายเยอะกว่าแฟนนายอีกมั้ง”

“ก็พี่เขาไม่ค่อยว่างนี่นา”

“แต่คนเป็นแฟนกันก็ต้องหาเวลามาเจอกันบ้างไม่ใช่หรอ”

“ก็กำลังจะไปหานี่ไง ไปละนะ”

จินอุนได้แต่มองตามอูยองไป เขาหมายถึงพี่คุณของอูยองต่างหาก ที่ไม่เคยมาหาอูยองเลย เขาไม่เคยเห็นอูยองคุยโทรศัพท์บ่อยๆ หรือคอยนั่งแชทกับใครเหมือนที่คนมีแฟนคนอื่นๆเขาทำกัน เอาจริงๆ ถ้าไม่ใช่คำที่เจ้าตัวบอกว่ามีแฟนแล้ว เขาแทบดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าอูยองกำลังคบใครอยู่

 

อูยองไม่เคยมาที่นี่หรอก เขาประหม่าเล็กน้อยตอนลงจากรถเมล์มาที่ย่านธุรกิจอย่างนี้ มันเต็มไปด้วยผู้คนวัยทำงานที่แต่งตัวดูภูมิฐาน ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มในชุดมัธยมปลายซึ่งกำลังหอบของพะรุงพะรังอย่างเขาดูผิดที่ผิดทางไปเสียหมด เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินตรงไปที่ตึกซึ่งตั้งสูงตระหง่านอยู่หัวมุมถนน เขาไม่ค่อยได้เจอนิชคุณบ่อยนักหรอก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอกันเลย เขาเข้าใจว่านิชคุณไม่ใช่เด็กๆเหมือนเขา และคงต้องวุ่นวายกับการทำงาน ยิ่งตอนนี้นิชคุณรับงานช่วยผู้เป็นพ่ออย่างเต็มตัวแล้ว ย่อมไม่ค่อยมีเวลาเป็นธรรมดา นิชคุณทำงานหกและอาจจะถึงเจ็ดวันต่อสัปดาห์ และเลิกงานดึกๆดื่นๆเสียทุกวัน พวกเขาจะเจอกันบ้างก็ในช่วงวันหยุดที่เขาพาทาโร่ไปหานิชคุณที่บ้าน พวกเขาทานข้าวเย็นด้วยกันกับครอบครัว แม้จะไม่มีช่วงเวลาอยู่ด้วยกันสองคนอะไรมากนัก แต่อูยองก็ไม่อยากทำตัวเป็นเด็กๆที่คอยแต่เรียกร้อง เขาไม่อยากรบกวนการทำงานของนิชคุณ แต่เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบ เขาแค่อยากจะฉลองมันร่วมกัน

อูยองขี้โกงเล็กน้อย ตอนที่ไปขอให้แม่ของนิชคุณช่วย เขารู้ว่ากว่านิชคุณจะเลิกงานก็ดึกแล้ว ถ้าไม่มาหาที่ออฟฟิศ วันนี้พวกเขาก็คงไม่ได้เจอกัน แต่ห้องทำงานของลูกชายท่านประธานก็ใช่ว่าใครจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นไปได้ เขาถึงขอให้คุณป้าช่วยแทรกนัดให้เขาเข้าพบนิชคุณไว้ให้ เขายื่นบัตรนักเรียนที่ล้อบบี้ และแจ้งชื่อว่าเขานัดพบนิชคุณเอาไว้

เห็นได้ชัดว่าแม่ของนิชคุณโทรมาบอกเลขาที่หน้าห้องนิชคุณไว้แล้ว เมื่อเขาขึ้นมาถึง เธอถึงบอกเขาว่านิชคุณติดประชุมอยู่ และเปิดประตูให้เขาเข้าไปนั่งรอในห้อง

อูยองวางห่อผ้าซึ่งผูกกล่องข้าวไว้บนโต๊ะรับแขกก่อนจะนั่งลงที่โซฟาสีดำตัวยาว ซึ่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะทำงานของนิชคุณ ด้านหลังเป็นกระจกหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นท้องฟ้าข้างนอกที่มืดคล้อยลงแล้ว ถึงเจ้าของโต๊ะจะไม่อยู่ แต่ภาพที่อูยองนึกถึงก็ทำให้เขายิ้มออกมา พี่ชายของเขาจะเป็นผู้ใหญ่ขนาดไหนกันนะเวลาที่นั่งอยู่บนโต๊ะตัวนี้

เขานั่งอยู่สักพักก่อนที่เลขาของนิชคุณจะกลับเข้ามาพร้อมแก้วน้ำเย็น

“คุณอยากให้ฉันแจ้งคุณนิชคุณมั้ยคะ ว่าคุณอูยองรออยู่ที่ห้อง” เธอเอ่ยถาม เพราะไม่แน่ใจว่าเจ้านายตัวเองจะกลับเข้ามาเมื่อไหร่

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” อูยองปฏิเสธ เพราะเขาตั้งใจจะมาเซอร์ไพร้ส์นิชคุณนี่นา ถ้าบอกไปก่อนนิชคุณก็ไม่เซอร์ไพร้ส์น่ะสิ

“ถ้าคุณต้องการอะไร บอกฉันได้นะคะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินกลับออกไป

อูยองมองแสงสลัวของท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปจนมืดสนิท เขามองเห็นไฟจากตึกตรงข้ามที่ค่อยๆปิดลงไปทีละดวงทำให้เห็นเป็นบานกระจกสีขาวดำสลับกัน ชั้นที่อยู่ถัดลงไปกลายเป็นสีดำทั้งชั้นแล้ว และชั้นที่อยู่ในระดับเดียวกันก็เหลือไฟอยู่เพียงห้องเดียว ในขณะที่เขากำลังสนใจกับแสงไฟเหล่านั้น เสียงเคาะประตูก็ทำให้เขาหันกลับไป รอยยิ้มกว้างระบายขึ้นมาในทันทีเมื่อคิดถึงคนพี่ของตน แต่คนที่เดินเข้ามากลับกลายเป็นเลขาสาวของนิชคุณ

“ฉันต้องขออนุญาตกลับก่อนนะคะ” เธอเอ่ยอย่างเกรงใจ “ให้ฉันโทรบอกคุณนิชคุณมั้ยคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ถ้าเขารู้ว่าคุณรออยู่ เขาคงรีบมาหา”

“ไม่เป็นไรครับ ผมขอรอต่ออีกสักหน่อย พี่กลับก่อนเถอะครับ”

เสียงประตูปิดลงอีกครั้ง และห้องก็กลับมาเงียบสนิทจนน่าอึดอัด เขาจึงลุกขึ้นยืน และเดินไปที่หน้ากระจกหน้าต่างหลังโต๊ะทำงานของนิชคุณ อูยองจ้องมองออกไปข้างนอก ที่ห้องเดียวของตึกตรงข้ามซึ่งยังคงเปิดไฟอยู่จนกระทั่งแสงไฟในห้องนั้นดับลง เขามองนาฬิกา และพบว่ามันเป็นเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว เขาหันกลับไปมองที่ประตูห้องอีกครั้งคาดหวังให้นิชคุณเดินเข้ามา แต่มันยังคงนิ่งสนิท สายตาของอูยองกวาดไปรอบห้อง จนสะดุดที่รูปบนโต๊ะของนิชคุณ เขาเคยเห็นรูปใบนั้นมาแล้ว รูปที่เสียบอยู่ในหนังสือของนิชคุณตอนที่กลับมาเกาหลี วันนี้ถูกนำใส่กรอบและวางไว้บนโต๊ะทำงาน อูยองมองเห็นรอยยิ้มของนิชคุณในรูป และทำให้เขายิ้มออกมาอีกครั้ง

“เอ๊..” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกคุ้นตากับชายหนุ่มอีกคนในภาพ ชายหนุ่มชาวเอเชียที่นิชคุณโอบไหล่อยู่ ผู้ชายคนนั้นดูคล้ายนักร้องที่ชื่อจุนโฮเลยไม่ใช่หรอ

อูยองกำลังจะเดินไปที่โต๊ะเพื่อดูภาพนั้นใกล้ๆ แต่ประตูก็เปิดออกเสียก่อน อูยองหยุดเดินและฉีกยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่ก้าวเข้ามา

“พี่คุณ”

“อูยอง..”

อูยองหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของนิชคุณ คนตัวเล็กเดินออกไปหาก่อนจะสวมกอดร่างสูงด้วยความคิดถึง มือเล็กโอบรอบเอวของคนพี่ ก่อนจะแนบแก้มกลมลงบนไหล่กว้าง

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มีอะไรรึป่าว”

“สุขสันต์วันครบรอบร้อยวันนะครับ”

“หืมม ร้อยวัน?”

อูยองหัวเราะ เขาไม่แปลกใจหรอกที่นิชคุณจะจำไม่ได้ เล่นทำงานลืมวันลืมคืนซะขนาดนี้ เขาไม่ได้น้อยใจอะไร เพราะเขาไม่ได้คาดหวังให้นิชคุณต้องมาจดจำในเรื่องเล็กๆน้อยๆไปเสียหมด เขาเพียงแค่ต้องการให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันในวันนี้เท่านั้นก็พอ

“ร้อยวันที่เราคบกันไงครับ”

“งั้นหรอ” นิชคุณพึมพำ มือหนาวางลงบนแผ่นหลังของอูยองที่โอบกอดเขาไม่ยอมปล่อยอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาๆทำให้หัวใจของอูยองอบอุ่นขึ้นมา

“ฮยองทานอะไรรึยังครับ ผมทำอาหารมาให้ ทานด้วยกันนะครับ”

“นายล่ะ”

ร่างเล็กส่ายศีรษะอยู่ในอ้อมแขน

“ผมรอทานพร้อมกัน”

“อูยอง..”

อูยองเงยขึ้นสบตาของนิชคุณ ดวงตากลมสดใสเปล่งประกายที่เต็มไปด้วยความสุข

“ครับ”

นิชคุณลูบศีรษะของอูยองอย่างช้าๆ

“ไม่มีอะไรหรอก ทานข้าวกันเถอะ”

 

“มันไม่ร้อนแล้ว อาจจะไม่ค่อยอร่อยนะครับ” อูยองบ่นอุบอิบตอนที่จัดอาหารบนโต๊ะ

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันกินได้ นี่นายทำเองหมดเลยหรอ”

อูยองเม้มปากลงเล็กน้อย ก่อนจะสารภาพอย่างเคอะเขิน เพราะความจริงแล้วสิ่งที่เขาขอให้แม่ของนิชคุณช่วย ไม่ใช่แค่ทำให้เขาขึ้นมาบนตึกได้ แต่เขายังขอให้ช่วยสอนเขาทำอาหารอีกด้วย “ซุปนี้คุณป้าช่วยทำน่ะครับ แต่คิมบับ กับไข่ม้วนนี่ผมทำเองนะ”

อูยองยื่นข้าวห่อสาหร่าย กับไข่ม้วน ที่ตัวเองม้วนมากับมือให้นิชคุณชิม คนโตกว่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะหยิบมาเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

“อร่อยมั้ยครับ ใช้ได้มั้ย”

“อร่อย” นิชคุณหัวเราะเมื่อเห็นดวงตาคู่เล็กพยายามเบิกโตเพื่อรอคำตอบ

“อร่อยใช่มั้ยครับ” อูยองยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“นายเองก็กินด้วยสิ หิวแย่แล้ว” นิชคุณคีบอาหารให้อูยองด้วยความเคยชินที่คอยดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้แก้มกลมแดงเรื่อขึ้นมา

 

“รอก่อนนะ เดี๋ยวกลับบ้านด้วยกันนะ” นิชคุณพูดเมื่อพวกเขาทานเสร็จ เขายังต้องเคลียร์งานและส่งเมล์อีกนิดหน่อย ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เขานั่งพิมพ์งานในคอมพิวเตอร์ได้สักพัก ก่อนจะเงยขึ้นมองอูยองที่นั่งรออยู่บนโซฟา ร่างเล็กเก็บโต๊ะ และเช็ดทำความสะอาดอย่างเงียบๆ เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามันครบร้อยวันมาแล้ว เพราะเขามัวแต่ทำงานหรอ หรืออาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ เพราว่าเขาไม่เคยมองเห็นอูยองในฐานะของคนรักเลย เขาแค่ทำเรื่องโง่ๆไปตามอารมณ์ที่อยากเอาชนะคนๆนั้นเท่านั้นเอง แล้วทำไมอูยองถึงต้องทนกับความเหงา ของการมีแฟนที่ไม่ใส่ใจอย่างเขา มาได้ถึงร้อยวัน โดยไม่ปริปากบ่นว่าอะไรเขาเลยสักคำ

“ขอโทษนะ” นิชคุณพูดออกไป

อูยองเอียงศีรษะเล็กน้อยเมื่อได้ยิน

“ขอโทษที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ฮยองต้องทำงานนี่นา”

นิชคุณยิ้มอย่างเศร้าๆ

“ไว้เราไปเที่ยวกันมั้ย” นิชคุณยิ้มออกมากลบกลืนความเศร้าเมื่อครู่นี้

“ไปได้หรอครับ”

“ได้สิ วันเสาร์นี้มั้ย นายอยากไปไหนดีล่ะ”

อูยองยิ้ม

“เป็น..การเดทรึป่าวครับ”

“อืม ไปเดทกัน” นิชคุณพยักหน้าให้คนตัวเล็ก

 

รถสปอร์ตสีดำวิ่งเข้าไปในคอนโดหรูติดริมแม่น้ำฮัน ชายหนุ่มเจ้าของรถสวมชุดสีดำทั้งชุดพร้อมทั้งแว่นดำและหมวกสีดำสนิท มีเพียงผิวสีขาวซีดที่โผล่เป็นให้เห็นเป็นรอยขีดตรงรอยขาดของกางเกงยีนส์บริเวณหัวเข่า ชายหนุ่มจอดรถ และคว้าถุงซึ่งเต็มไปด้วยข้าวของแบรนด์เนมจากเบาะหนังสีแดงออกจากรถ

“นายไปไหนมา ทำไมไม่รับสาย” เสียงของฮวังชานซองผู้จัดการส่วนตัวของเขาถามขึ้นมาในทันทีที่เขาเข้ามาในห้องพักของตัวเอง

“ไร้มารยาท” จุนโฮเหลือบมองชานซองที่เข้ามาเปิดทีวีเสียงดังในห้องเขา ทั้งๆที่เขาไม่อยู่

จุนโฮเดินผ่านชานซองอย่างไม่สนใจอะไร เขาเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วโยนของที่ซื้อมาลงบนเตียง วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนที่เขาไม่มีงาน เขาขับรถออกไปเองแต่เช้า และซื้อของเหมือนคนบ้า จุนโฮถอดหมวกและแว่นออก ปล่อยให้มันร่วงลงไประเกะระกะบนพื้น

ชายหนุ่มจ้องมองกล่องใส่กระเป๋าราคากว่าห้าล้านวอนที่ตัวเองเพิ่งซื้อมา ก่อนจะรู้สึกขยะแขยงจนไม่อยากแตะต้อง เขาหยิบมันขึ้นมาก่อนจะโยนมันใส่ผนัง กล่องสีส้มดำกระทบกับผนังห้องและเปิดออก กล่องกระดาษบุบยับหล่นคว่ำลงกับพื้น ของที่ถูกห่อไว้อย่างดีกระเด็นออกมาราวของที่ไร้ค่า ดวงตาของเขาร้อนผ่าว เมื่อเขาเริ่มรื้อข้าวของ และโยนมันทิ้งด้วยความรังเกียจ

เสียงโครมครามทำให้ชานซองวิ่งเข้ามาในห้อง

“จุนโฮ จุนโฮ เกิดอะไรขึ้น” ร่างสูงตระโกนอย่างตระหนก เขาวิ่งปรี่เข้าไปจับตัวจุนโฮไว้ ตอนที่จุนโฮพยายามจะฉีกเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาทิ้ง

“นายเป็นบ้าอะไร เกิดอะไรขึ้น”

เนื้อตัวของจุนโฮสั่นเทา

“ชานซอง ชานซองดูสิ” จุนโฮมองข้าวของมากมายที่กองระเนระนาดอยู่ในห้อง “ฉันมีทุกอย่างแล้วใช่มั้ย ฉันมีชื่อเสียง ฉันมีคนที่รักฉันตั้งมากมาย ฉันมีทุกอย่างที่ฉันอยากได้ แต่ชานซองอ่า.. ทำไม”

นัยตาแดงก่ำหันมาสบตาของเขา

“ทำไมฉันถึงไม่มีความสุขเลย”

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาของจุนโฮ ก่อนที่หยาดหยดอื่นๆจะไหลพร่างพรูตามออกมา แต่จุนโฮกลับยิ้มออกมา ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมาจากมุมปาก

“ฉันมันก็ไม่ต่างกับปีศาจเลยใช่มั้ยล่ะ ฉันที่เหมือนกับว่าได้ขายวิญญาณให้ซาตานไปแล้ว เพื่อให้ความฝันของฉันเป็นจริง ฉันยอมแลกมันกับทุกอย่าง แม้แต่หัวใจของฉันเอง”

ชานซองหลับตาลงอย่างเจ็บปวด อาจจะเป็นเพราะเขาอยู่เคียงข้างจุนโฮมาตลอด ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกของจุนโฮในตอนนี้ เขารับรู้ถึงความทุ่มเทต่อการเป็นนักร้องของจุนโฮมาตั้งแต่วันแรกที่จุนโฮก้าวเข้ามาในประเทศเกาหลี ความฝันหนึ่งเดียวที่จุนโฮยอมได้ทุกอย่าง ในขณะเดียวกันเขารับรู้ว่าหัวใจของจุนโฮกำลังแตกสลาย

“อย่าคิดอย่างนั้นสิ นายไม่ใช่ปีศาจ นายคือฮีโร่” ชานซองดึงตัวจุนโฮมากอดไว้ “นายเป็นฮีโร่ ที่มีความฝันเป็นพลังวิเศษ”

เพราะว่าจุนโฮตัวเล็กกว่าเขามาก ร่างเล็กในอ้อมแขนถึงจมเข้าไปแนบอก เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เหมือนเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด

 

“นายจะทิ้งฉันไปได้ยังไง ชานซอง นายไม่มีสิทธิ์จะทิ้งฉันไปตอนนี้นะ” คนตัวเล็กโวยวาย ขณะที่กอดเขาไว้แน่น

“ไม่เอาสิ นายจะร้องไห้ทำไม นายกำลังจะได้เดบิ้วต์นะ”

“นายก็เหมือนกัน เราต้องได้เดบิ้วต์ด้วยกันสิ”

ชานซองยิ้ม พวกเขาเคยเป็นเด็กฝึกด้วยกัน พวกเขาถูกฟอร์มวงขึ้นมาหลายครั้ง แต่บริษัทก็ยังคงไม่พอใจ จนสุดท้ายเมื่อจุนโฮออดิชั่นเข้ามา เพราะความสามารถของจุนโฮที่โดดเด่น ทั้งๆที่เข้ามาทีหลัง จุนโฮกลายเป็นคนที่มีความน่าจะเป็นที่จะถูกเลือกให้เดบิ้วต์มากที่สุด มีการฟอร์มวงขึ้นใหม่ แต่เด็กฝึกเก่าๆหลายคนไม่พอใจและลาออกไป ทำให้สุดท้ายการเตรียมเดบิ้วต์เป็นวงบอยแบนด์ก็ล้มเหลว บริษัทมีแผนจะเดบิ้วต์ศิลปินเดี่ยวแทน และคนๆนั้นไม่ใช่เขา แต่คือจุนโฮ ซึ่งเป็นคนที่มีศักยภาพมากที่สุด

เขารู้ว่าเขาจะไม่ได้เดบิ้วต์ ถ้าหากว่าจุนโฮยอมเป็นศิลปินเดี่ยวแล้ว เขาไม่เก่งพอที่จะเป็นศิลปินเดี่ยว เขาแก่เกินกว่าจะร่วมวงกับเด็กฝึกใหม่ๆ แต่เขาก็รู้ว่าจุนโฮจะไม่ยอมเดบิ้วต์คนเดียวหรอก และคงต้องติดอยู่กับเขาจนกว่าบริษัทจะหาคนขึ้นมาฟอร์มวงขึ้นมาใหม่ได้ พวกเขากำลังจะจับมือกันเดินเข้าหากำแพงที่ไร้ทางออก นอกเสียจากว่าเขาจะเป็นคนยอมแพ้ไปเสียเอง

“ฉันไม่อยากเป็นนักร้องแล้ว” ชานซองพูดขึ้น เขาลาออกหลังจากการเป็นศิลปินฝึกหัดมาห้าปี มันน่าใจหาย แต่มันก็คงเป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้น

“นายจะมาทิ้งความฝันเอากลางทางอย่างนี้ได้ไง”

“เพราะว่ามีอย่างอื่นที่ฉันอยากรักษาเอาไว้มากกว่า” ชานซองตอบ

 

ชานซองปล่อยให้จุนโฮได้ร้องไห้ออกมา เขาไม่รู้ว่าจุนโฮทนอัดอั้นมานานขนาดนี้ได้ยังไง เด็กหนุ่มคนนี้ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักหยุดพัก หัวใจที่พยายามทำว่าเข็มแข็ง ก็คงเหนื่อยล้าลงเต็มที อ้อมแขนที่แข็งแรงโอบพยุงร่างที่สั่นโยนไว้ เขาไม่รู้ว่ามันนานเท่าไหร่ แต่ร่างที่สะอื้นไห้จนตัวโยนก็ค่อยๆนิ่งสงบลงในที่สุด จุนโฮมองเหม่อออกไปบนแม่น้ำซึ่งกำลังเคลื่อนไหว

“ชานซอง ถ้านายเจอฉันในอนาคต ฝากถามเขาทีได้มั้ย ว่าเขามีความสุขรึป่าว ชีวิตของเขาสุขสบายดีใช่มั้ย ถามเขาที ว่ามันคุ้มค่า กับสิ่งที่ฉันเสียไปในตอนนี้”

 

 

 

 

 

Note: มาอีกล้าว ช่วงนี้ขยัน พาร์ทนี้แต่งแบบท๊อปฟอร์มมากจริงๆ จบภายในคืนเดียว
ทีไอ้ตอนที่แล้วเขียนจนข้ามปีข้ามชาติไม่จบสักที 5555
จะพยายามอัพให้ได้เดือนละครั้ง – สองครั้งนะ ถ้าท๊อปฟอร์มมากๆก็จะอัพให้ทุกอาทิตย์นะคะ สู้ไปด้วยกันนะ

สำหรับ hashtag ที่เคยขอให้ช่วยคิด เราขอใช้ #RainFallKW นะคะ ขอบคุณที่คิดให้น้าา
อารมณ์แบบ skyfall 007 มาก ได้ยินเสียงนายแม่อเดลขึ้นมาเลย Let the rain fall, when it crumbles.. ผิดๆ
ใครอยากพูดคุย ก่นด่า ตัดพ้อในทวิต ก็ติดแท้กนี้ได้เลยจ้า

ส่วนคอมเม้นในบล้อก เผื่อบางคนยังไม่รู้
เราล็อกไว้นะคะ คือเม้นได้ เม้นติดแน่นอน แต่มันยังไม่โชว์ทันที
โดยเราจะเข้าไป approve ให้แสดงทีหลังค่ะ แต่ทันทีที่ทุกคนคอมเม้น มันจะส่งเมล์หาเราอยู่แล้ว

ถ้ากลับไปดูในบล้อกเอ็กทีน มันจะมีคอมเม้นภาษาแปลกๆอยู่น่ะ
เราไม่ค่อยชอบอะ ขอใช้วิธีนี้ละกันนะคะ ขอโทษที่ยุ่งยากไปนิสนะ

note จะยาวกว่าฟิคละ ไปละคะ แล้วเจอกันใหม่🙂

 

 

9 comments

  1. สงสารอูยองอ่ะ ทำไมพี่คุณใช้ความรักของน้องเป็นการแก้แค้นแบบนี้
    รู้ตัวสักทีสิอูยอง รู้ตัวได้แล้วว่าพี่เค้าไม่รัก ฮือ ฮือ T^T
    ตอนนี้ไม่มีดราม่ารุนแรงแต่ทำไมอ่านแล้วน้ำตาไหลไม่รู้
    สงสารตัวเล็กของเรา

  2. เจ็บทุกฝ่าย แต่เจ็บสุดคงจะเป็นอูยองถ้าวันนึงอูยองรู้ว่าที่ไม่ค่อยได้เจอกันจนคนทักว่าเหมือนไม่ใช่แฟนกันไม่ใช่เพราะงานแต่เป็นเพราะอย่างอื่นหัวใจดวงเล็กๆนั้นคงแตกสลาย

    ช่วยคืนความสุขให้อูยองทีคะไรท์😂 รอติดตามนะคะเอาจริงๆอยากให้อัพทุกอาทิตย์มากเบยยยย

  3. ตอนหน้าขอยาวๆเลบนะคะ เหมือนไม่จบตอน มันเป็นความสุขที่มีความเศร้าแต่มันไม่ใช้เรื่องสำคัญสำหรับอูยองเลย

  4. คือมันจะ khunwoo ในที่สุดชิมิคะ
    ทำไมมันหน่วงเยี่ยงนี้ สงสารคนน้อง

  5. นี่สงสารทุกคนยกเว้นนิช เป็นเมนนิชแต่โกรธนิชมาก #ทีมน้องยอง ทิ้งอิพี่ไปเลย ให้มันรู้บ้างอยากเศร้าก็เศร้าไปคนเดียวสิโว้ย 555

    ส่วนอ๊คเคขอหวาน ๆ ได้แล้วน้า เค้าเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วแอร๊ยยยยย

  6. ถ้าน้องยองรู้ความจริงขึ้นมาจะเสียใจขนาดไหนนะ T^T อยากให้น้องยองเจอคนที่ดีกว่าและรักน้องยองจริงๆ
    ชานแอบชอบนุ้งโฮอยู่รึเปล่าน้อ ถ้าสองคนนี้รักกันได้ก็คงจะดี ปล่อยให้พี่คุณช้ำใจไปเลย เคืองมากที่ทำให้น้องยองเสียน้ำตาอยู่เรื่อย แล้วยังมาหลอกกันอีก

  7. พี่คุณใจร้ายมากไม่รักแล้วให้ความหวังน้องทำไม ถ้ารู้ความจริงจะเป็นยังไงเนี่ยน้องจะเสียใจขนาดไหนพี่คุณเคยคิดบ้างมั้ย

    การได้รักนิชคุณคือความสุขของอูยองสินะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจเลยสักนิด จาง อูยองมีทางเลือกทางไหนได้บ้างรักก็เจ็บ ให้เลิกรักก็ยิ่งเจ็บเข้าไปอีก

    ชอบฟิคเรื่องนี้มากเลยไรท์เตอร์สู้ๆนะคะ
    อย่าให้อูยองต้องเจ็บไปมากกว่านี้เลยน๊าา สงสารน้องจริงๆ

  8. พี่คุณจะใจร้ายกะน้องไปถึงไหน เอาสถานะมาให้น้องหลงดีใจแต่ทำตัวแบบไม่ได้ให้ความพิเศษอะไรให้สมกะคำว่าแฟนเลย รู้หรอกว่าคบน้องไปงั้น หึ แต่ทำแบบนี้มันเกินไป น้องต้องยอมปิดกั้นโอกาสจากคนอื่นเพื่อมาคบกับพี่เลยนะ เหลียวแลน้องให้มากกว่านี้หน่อยได้มั้ย
    แล้วที่ทำเป็นจะพาไปเที่ยวน่ะ ทำเพราะสงสารน้องงั้นสิ
    หึ เห็นแก่ตัวอยู่ดีนั่นแหละ
    น้องทำดีด้วยขนาดนี้ ไม่เคยเรียกร้องอะไร ไม่ใช่ว่าน้องไม่รู้สึกนะ
    เคยคิดจะเห็นความจริงใจของน้องบ้างมั้ย
    สงสารอูยองหนักมาก
    อุตส่าห์มีแฟนทั้งที แถมได้คนที่ชอบเป็นแฟนซะด้วย มันควรจะมีความสุขสิ
    ไม่ใช่ต้องเหงากว่าเดิมแบบนี้
    ถึงอิพี่จะทำงานหนักก็เถอะ แต่ถ้าจะใส่ใจสักนิด อย่างน้อยมันคงดีกว่านี้
    ไม่อยากคิดตอนอูยองรู้ความจริง ว่าทั้งหมดมัน…
    โอ้ยยยย ปวดใจ

    #แปะโป้งไว้ก่อน ถ้าตอนหน้าทำน้องเสียใจ เราจะโป้งรัววววว

    ขนาดไรท์ไม่บรรยายช่วงสามเดือนที่ผ่านมานะ เรายังงอนพี่คุณเลย ถ้าบรรยายมานี่ เขวี้ยงแผงอาวุธใส่เลยนะฮะ เจ็บปวดดดด

    ขอบคุณนะคะ สู้ๆๆ ท็อปฟอร์มบ่อยๆ นะคะนะ 555555

  9. เรารู้สึกแย่กับพี่คุณมากเลย เราไม่ชอบให้เค้าทำแบบนี้กับอูยองเลย เราไม่ชอบที่เค้าใช้อูยองเป็นเครื่องมือ
    คบกันแต่ไม่ใส่ใจกัน มันก็ไม่ต่างอะไรมั้ย สงสารก็แต่ตัวน้องที่คิดเองทุกอย่าง ให้ความสำคัญกับทุกสิ่ง เดทแรก วันครบรอบ เซอร์ไพร์ส อูยองดูยังไงก็รู้ว่านิชคุณไม่ได้ยินดียินร้าย แต่ก็ยังหลอกตัวเองอยู่่ใช่มั้ย เรารู้สึกแบบนั้น
    จุนโฮอ่า ต้องเข้มแข็งนะ เลือกแล้ว หรือจะเลือกที่จะเลิกเป็นนักร้อง ชานซองให้กำลังใจจุนโฮด้วยนะ
    สุดทา้ย สงสารอูยองจับใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s