[Fiction] Let The Rain Fall 10/?

 

มินจุนรู้ว่าเขาไม่ควรประหลาดใจ หากว่าเขากลับมาที่หอพักแล้วจะไม่เจอรูมเมทของเขา เขาคาดหวังอะไรล่ะ ให้แทคยอนนั่งรอเขาอยู่แต่ในห้องน่ะหรอ คนที่ไม่แม้แต่จะโทรมาหา หรือส่งข้อความมา เมื่อรู้ว่าเขาหายไป ทั้งๆที่ตอนนั้น… มินจุนกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ทำไมต้องมาจูบเขา ทำไมต้องมาพูดอย่างนั้นกับเขา ทำเหมือนว่าเขาเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไร ทั้งๆที่ตัวเองก็ทำตัวเดาไม่ถูกอย่างนี้ เขาคิดจนหัวเขาจะระเบิด ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้หรอก คำพูดของแทคยอนในวันนั้น ราวกับเป็นแค่คำพูดพล่อยๆที่ไร้ความหมาย ทิ้งระเบิดไว้ที่เขา แต่ตัวเองกลับทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหัวเสีย มันก็แค่นั้นแหละ

หลังจากไปอยู่กับจินอุนแล้ว เพราะว่าเขาเกรงใจคุณแม่ของจินอุนที่เขามักจะกลับบ้านดึก เขาจึงย้ายไปนอนที่สตูดิโอของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เขามีเวลาทำเพลงมากขึ้น และโซฟาที่นั่นก็ถือว่านอนสบายเลยทีเดียว แต่เขาก็ยังต้องกลับมาที่หออาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เพื่อนำเสื้อผ้ามาซัก และเก็บเสื้อผ้าชุดใหม่ไปใช้สำหรับอีกอาทิตย์ถัดไป เขากำลังหยิบเสื้อผ้าลงกระเป๋าเป้ที่เอามาด้วย ตอนที่แทคยอนกลับเข้ามา

แทคยอนทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาทักเขา แต่โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นก่อน

“อ่อ ฉันลืมกระเป๋าตังค์น่ะ เดี๋ยวออกไป รอหน่อยนะเจส”

โดยที่ไม่รู้ตัว มินจุนกระแทกลิ้นชักตู้เสื้อผ้ากลับเข้าไป เขาหันไปมองร่างสูงซึ่งเดินคุยโทรศัพท์พร้อมกับหยิบกระเป๋าตังค์จากหัวเตียง และดูเหมือนว่าแทคยอนจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง แทคยอนหันกลับมา มินจุนยักไหล่ แทคยอนทำปากบุ้ยใบ้ว่าเขาต้องออกไปแล้ว มินจุนได้แต่พยักหน้า ขณะที่มองตามร่างสูงที่เดินออกไป โดยไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ

“ใช่ว่าฉันจะสนใจอะไรนายนักหรอกนะ” มินจุนพูดเมื่อประตูปิดลง ไม่ได้อยากให้พูดด้วยสักหน่อยนี่

มินจุนเก็บกระเป๋าจนเสร็จ เขาสะพายเป้ไว้บนหลัง หันมองความเรียบร้อยของห้อง ก่อนจะบิดลูกบิดประตูให้เปิดออก เพื่อเดินออกไป แต่บานประตูกลับถูกกระชากให้เปิดออกเสียก่อน ร่างสูงใหญ่ของแทคยอนยืนขวางบานประตูไว้จนหมดทางเดิน

“ฟังนะ” แทคยอนพูดพลางหายใจหอบไปด้วย ราวกับเขาว่าเพิ่งวิ่งกลับขึ้นมาจากชั้นล่าง และจากเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าก็ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งวิ่งกลับขึ้นมาจริงๆ

“ฉันรู้ว่าฉันทำให้นายอึดอัด ฉันขอโทษด้วย ฉันไม่ควรที่จะบอกความรู้สึกของฉันกับนาย เพราะว่ามันไม่สำคัญเลย ฉันไม่สนใจว่านายจะไม่เคยรู้ว่าฉันคิดกับนายแบบไหน ฉันแค่.. นายไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้ ไม่ต้องอึดอัดที่จะอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกของฉันฉันจะจัดการเอง โอเคนะ? นายลืมมันไปเลยก็ได้”

“นายโยนระเบิดตู้มใส่ฉัน นายจะให้ฉันลืมมันง่ายๆอย่างนั้นเลยหรอ” มินจุนโวย ทั้งๆที่เขาคิดว่าเขาสงบขึ้นแล้ว และสามารถใช้ชีวิตแบบเลี่ยงๆกันอย่างนี้ได้จนเกือบเหมือนเป็นเรื่องปกติ จู่ๆเขาก็รู้สึกโมโหยิ่งกว่าเดิม

“ฉันรู้ๆ ฉันจะหยุดโอเคมั้ย ฉันจะไม่ทำให้นายอึดอัดอีก ฉันจะออกไปหาแฟนเป็นตัวเป็นตน ส่วนนาย เรื่องของอูยอง ฉันก็คอยเอาใจช่วยนะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้ เราก็แค่… กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนกันเถอะนะ”

มินจุนมองจ้องใบหน้าที่อ้อนวอนของแทคยอน ก่อนที่เขาจะกลับเข้าห้องแล้วเหวี่ยงประตูปิดใส่หน้าหล่อๆของเจ้าบ้านั่นซะ

“มินจุน มินจุนอ่า” เสียงแทคยอนเคาะประตูเรียก ในขณะที่มินจุนพยายามนับลมหายใจเข้าออกของตัวเอง นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆหรอ กลับไปเป็นเหมือนเดิม กลับไปเป็นเพื่อนกัน และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีความรักของตัวเอง ทำไมเขาถึงยิ่งฟังยิ่งชวนให้น่าหงุดหงิด

“มินจุนอ่า” เสียงแทคยอนตะโกนโหยหวนอยู่ข้างนอกก็ไม่ได้ช่วยให้เขาใจเย็นลงเลย แต่เพราะว่ามันฟังดูน่าอับอายมากกว่า ที่ผู้ชายตัวโตจะมาร้องเป็นเด็กโข่งอยู่อย่างนี้ มินจุนถึงยอมเปิดประตูออกไปอีกครั้ง

แทคยอนฉีกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นเขา “ขอโทษ ขอโทษนะ”

“หุบปากน่า” มินจุนหันมองซ้ายขวา ให้แน่ใจว่าไม่มีคนแตกตื่นเสียงร้องของแทคยอนจนออกมามุงดู

และเมื่อเขาหันกลับมามองแทคยอน คนตัวโตก็ยืนเม้มปากนิ่งตามคำสั่ง

“นายจงใจตามฉันมาตลอดเลยหรอ”

แทคยอนพยักหน้า

“ทำไม”

“ฉันพูดได้แล้วใช่ปะ” แทคยอนถาม

“อื้อ พูดมาสิ”

“นายจำได้ปะ ตอนเราอยู่ม.ต้น ฉันเป็นไอ้เด็กแว่นเนิร์ดๆ ไม่มีใครชอบขี้หน้าฉันเลย”

“ฉันก็ไม่ชอบขี้หน้านาย” มินจุนบุ้ยปาก เมื่อนึกถึงสมัยนั้น

“ใช่ นายไม่ชอบฉัน แต่ไม่ได้เหมือนคนอื่น คนอื่นรังเกียจฉัน แต่นายมองฉันเป็นคู่แข่ง ขณะที่คนอื่นมองฉันเป็นตัวประหลาดและไม่อยากยุ่งด้วย แต่นายลงมาแข่งกับฉัน”

มินจุนยิ้มเมื่อนึกถึงตอนนั้น เพราะว่าพ่อแม่อุตส่าห์ส่งเขาเข้ามาเรียนในโซล เขาเลยตั้งใจจะเป็นที่หนึ่งให้ได้ แต่ในห้องเรียนดันมีอ๊คแทคยอน คนที่ไม่ว่าทำบ้าอะไรก็เหมือนจะได้คะแนนสูงสุดตลอดเวลา

“มันเหมือนกับว่าฉันมีเพื่อนเล่นเลยนะ”

“แล้วเราก็กลายเป็นเพื่อนกันจริงๆ เพราะไม่มีใครคบเรา” มินจุนหัวเราะ พวกเขาแข่งกันเรียนอย่างบ้าคลั่งตลอดมัธยมต้น จนเมื่อขึ้นมัธยมปลาย และมินจุนเริ่มรู้ตัวว่าสนใจทางด้านดนตรี คะแนนสอบของมินจุนตกลงบ้าง แต่ก็ถือว่าเขายังทำคะแนนได้ดีและรั้งอยู่ในตำแหน่งหนึ่งในสิบของห้อง ในขณะที่แทคยอนที่เมื่อโตขึ้นก็สละภาพลักษณ์เด็กแว่นเนิร์ดๆกลายเป็นหนุ่มหล่อคมเข้มที่ถึงแม้จะทำตัวกร่างเท่ไปวันๆให้สาวกรี๊ดเล่น คะแนนก็ยังคงเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ

แทคยอนยิ้มให้มินจุน “นายเป็นคนสำคัญของฉันนะ”

แทคยอนมองสบตาของเขา เป็นเรื่องน่าแปลกที่ในเวลาแปดปีที่รู้จักกันมา ทำไมจู่ๆหัวใจเขาถึงต้องมาเต้นแรงในวันนี้

“นายคุยกับใครอยู่” มินจุนถามขึ้นมาลอยๆเหมือนไม่ใส่ใจ

“อะไรนะ”

“นายบอกว่านายกำลังหาแฟนเป็นตัวเป็นตน นายกำลังเดทกับใครอยู่หรอไง”

“ก็มีรุ่นน้องสองสามคน”

“สองสามคน?” มินจุนทวน ก่อนจะตวาดใส่แทคยอนที่ทำท่าจะเล่าต่อ “หุบปากไปเลยไป”

แทคยอนหุบปากแต่โดยดี

มินจุนก้มมองนาฬิกา เขากำลังจะไปสายแล้ว เขาปิดประตูห้อง และเดินสวนแทคยอนที่ยืนหุบปากตามคำสั่ง

“เดี๋ยวสิ นายจะไปไหนน่ะ” มินจุนหันกลับไปมองแทคยอนที่ทำท่าตกอกตกใจ เมื่อรู้ว่าเขากำลังจะเดินหนีไปอีกครั้ง

“นัดกับอูยองไว้น่ะว่าจะพาไปที่สตูดิโอหลังเลิกเรียน” มินจุนยิ้มให้แทคยอนที่ดูเหมือนแมวตัวโตที่เจ้าของกำลังจะทิ้งให้อยู่บ้านลำพัง “นายจะตามมาด้วยมั้ยล่ะ”

แทคยอนสบตาของมินจุน ก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้าง เจ้าแมวตัวโตรีบวิ่งตามเจ้านายมาทันทีเมื่อถูกเรียก

 

อูยองไม่มั่นใจในเสียงของตัวเองเท่าไหร่นัก เขาเองก็ร้องเพลงเล่นๆกับจินอุนบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ร้องในห้องอัดจริงๆสักครั้ง ในตอนแรกเขาปฏิเสธคำชวนของมินจุน แต่มินจุนก็ยืนยันแกมขอร้องว่าอยากให้เขาไปอัดเสียงทำเดโม่สำหรับเพลงที่มินจุนแต่งขึ้น มินจุนบอกว่าจะมารับเขาที่หน้าโรงเรียน อูยองจึงออกมายืนรอได้สักพัก เพราะว่าเขามัวแต่เป็นกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี เขาจึงไม่ทันสังเกตุรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่วิ่งมาจอดตรงหน้า ประตูฝั่งด้านคนขับเปิดออก พร้อมกับคนที่เขาไม่คิดว่าจะเจอที่นี่เดินออกมา

“เลิกเรียนแล้วใช่มั้ย” อูยองเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่เพิ่งเดินลงจากรถอย่างไม่เชื่อสายตา

“ฮยองมาทำอะไรที่นี่”

“มาหานายไง ตอนกลับจากทัศนศึกษาบอกให้แวะมากินข้าวด้วย ก็แอบมาเอาไอ้ลูกเป็ดไปเงียบๆ แวะเข้ามาก็ไม่บอกกัน ฉันไปหาที่บ้านนายก็ไม่เจอนายสักที แม่นายก็บอกแต่ว่านายยังไม่กลับ นี่เลิกเรียนแล้วแอบหนีเที่ยวไปไหนน่ะเรา น่าจับตีจริงๆเลย”

“อ..อะไรนะครับ” อูยองมึนงงไปหมด หลังจากโดนนิชคุณบ่นใส่เสียยาวเหยียด

“ฉันเลยกะจะมาดักนายหลังเลิกเรียนนี่ไง” นิชคุณฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจในแผนการณ์ของตัวเอง “แล้วก็เจอเด็กน้อยยืนอยู่หน้าโรงเรียน กำลังจะแอบหนีเที่ยวจริงๆด้วย”

อูยองย่นจมูกใส่ เมื่อได้ยินนิชคุณเรียกเขาว่าเด็กน้อยอีกแล้ว

“ใครเป็นเด็กน้อยครับ แล้วใครหนีเที่ยวกันครับ”

“นายไง เด็กดื้อของฉัน”

ทั้งๆที่รู้ว่านิชคุณกำลังแกล้งแหย่เขา แต่จู่ๆใบหน้าก็ร้อนผ่าวเพราะคำพูดของคนตรงหน้า อูยองจึงรีบเอ่ยเสียงนิ่ง เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก

“มีธุระอะไรครับ”

นิชคุณยิ้มบางๆ

“เย็นวันศุกร์นี้ว่างมั้ย อยากให้ไปด้วยกันหน่อย”

“ไปไหนครับ”

คำถามของอูยองไม่ได้รับคำตอบ เพราะนิชคุณกำลังสนใจกับการมองสำรวจอูยองในชุดนักเรียนและรองเท้าผ้าใบ ก่อนที่ร่างสูงจะส่ายหน้า

“นายจะไปสภาพนี้ไม่ได้นะ”

“ไปไหนครับ” อูยองถามอีกครั้ง แต่แทนที่จะได้คำตอบ ข้อมือขาวกลับโดนมือหนารวบให้เดินตาม

“วันนี้ไปซื้อของกัน”

“แต่ผมมีนัด…” อูยองแย้งขึ้น ก่อนที่นิชคุณจะพาเขาขึ้นไปนั่งบนรถและปิดประตูใส่โดยไม่ฟังเขาสักคำ

“วันนี้เด็กดื้ออดหนีเที่ยวแล้วล่ะ เพราะนายต้องไปกับฉัน”

อูยองเบะใส่คนที่เดินอ้อมกลับมาที่ที่นั่งคนขับ ใบหน้ากลมที่หันมามองค้อนพร้อมนั่งกอดอกนิ่ง ทำให้นิชคุณหลุดหัวเราะออกมา ชายหนุ่มก้มลงฟุบกับพวงมาลัย ก่อนจะหันมองคนที่นั่งข้างๆ

“ไปกับฉันหน่อยนะ ฉันไปที่นั่นคนเดียว.. ไม่ไหวจริงๆ” นิชคุณถอนหายใจ พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน อูยองสบตาของนิชคุณ เมื่อกี้ยังแกล้งเขาจนน่าโมโหอยู่เลยไม่ใช่หรอ ทำไมตอนนี้นิชคุณถึงดูอ่อนล้าจนชวนให้เป็นห่วงได้ขนาดนี้ เขานึกอยากให้เขาสามารถอ่านใจของนิชคุณได้ แต่เขาไม่รู้ ไม่รู้จริงๆว่าคนๆนี้คิดอะไรอยู่

นิชคุณยิ้มให้อูยอง รอยยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้อูยองหยุดโต้เถียงได้เสมอ “วันนี้กลับบ้านด้วยกันนะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

แทคยอนมองรถสีดำที่เพิ่งขับออกไป ก่อนจะหันมองมินจุนอย่างเป็นกังวล เพราะว่าเขาเฝ้ามองมินจุนอยู่เสมอ เขาถึงรู้ดีว่าอูยองสำคัญกับมินจุนมากแค่ไหน

“นายโอเคนะ” พวกเขามองเห็นอูยองที่ยืนรอมินจุนอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม มินจุนกำลังจะตะโกนเรียก ตอนที่รถคันนึงวิ่งเข้ามาจอดขวาง ก่อนที่ชายเจ้าของรถคนนั้นจะพาอูยองขึ้นรถไป

“นั่นมันลักพาตัวชัดๆ” แทคยอนพูดอย่างมีอารมณ์ ในขณะที่มินจุนยังคงไม่พูดอะไร

ใช่ เขาเห็นทุกอย่าง แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดเหมือนอย่างที่เคยเป็น

“งั้นเรากลับกันเถอะ” มินจุนหันไปพูดกับแทคยอน ที่ยังคงบ่นกระฟัดกระเฟียดเหมือนเป็นคนถูกเบี้ยวนัดซะเอง

“แต่อูยอง..”

“แทค” มินจุนเตือนสติ “กูนี่ที่ผิดหวัง ไม่ใช่เมิง”

 

อูยองโดนนิชคุณจูงมือ หรือจะเรียกให้ถูกลากเข้ามาในร้านเสื้อผ้าของดีไซน์เนอร์ชื่อดังและเขาพอจะบอกได้ว่าราคาของสินค้าแต่ละอย่างในร้านจะต้องแพงระยับอย่างแน่นอน

“ทำไมเราต้องมาซื้อเสื้อผ้าใหม่กันด้วยล่ะครับ” อูยองอิดออด เมื่อนิชคุณยื่นเสื้อผ้าให้เขาไปลอง มันเป็นชุดสูทเรียบหรูสีดำที่เข้าคู่กับกางเกงสแล็ค พร้อมกับเสื้อเชิ๊ตสีขาว

“เพราะว่านายจะต้องไปกับฉันในฐานะคนของหรเวชกุลนะ จะมาแต่งตัวเป็นเด็กม.ปลายได้ยังไง” นิชคุณพูดพร้อมผลักหลังคนน้องเบาๆเข้าไปในห้องลองเสื้อ

คำว่าคนของหรเวชกุลดังก้องในหู ขณะที่อูยองยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาอย่างงุนงง

“มันจะไม่เป็นไรหรอครับ” อูยองพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังพอให้คนที่รออยู่ข้างนอกได้ยิน

“อะไรหรอ” นิชคุณตอบกลับมา

“ถ้าผมยังรักฮยองอยู่”

อูยองไม่แปลกใจเลยที่คนข้างนอกจะเงียบไป หรือนิชคุณจะหนีเขาไปแล้วนะ อูยองก้มลงดูเสื้อผ้าที่ตัวเองถืออยู่ เขาไม่มีตังค์จ่ายค่าเสื้อผ้าพวกนี้หรอกนะ อูยองยิ้มให้กับตัวเองในกระจก ก่อนจะหันหลังกลับ และเปิดผ้าม่านออก นิชคุณยังยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีช็อกโกแลตจ้องมองเขาก่อนจะขมวดคิ้ว

“ทำไมนายไม่ลองใส่มันล่ะ” นิชคุณพูดอย่างไม่สบายใจ

“ผมไม่คิดว่าผมควรไปไหนกับฮยอง” อูยองยื่นเสื้อผ้าคืนกลับไป แต่นิชคุณไม่ได้ยื่นมือออกมารับมัน เขาเท้าแขนกับขอบประตู ทำให้เหมือนกับว่าอูยองถูกล็อกตัวอยู่ในห้องลองเสื้ออย่างไม่มีทางหนี

“ทำไมล่ะ”

“เพราะว่าความรู้สึกของผม…”

“ถ้าฉันบอกว่าไม่เป็นไรล่ะ”

อูยองเงยหน้าขึ้นมองคนพี่ นิชคุณก้มลงมองสบตาของเขา ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากเข้าหาก่อนจะค่อยๆเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา เหมือนกับว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผ่านความสับสนมาอย่างมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเขายังคงไม่แน่ใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ ยังคงไม่แน่ใจกับสิ่งที่เอ่ยออกมา

“ถ้าฉันบอกว่าฉันอยากให้นายไปเป็นคู่เดทของฉันล่ะ”

 

 

Note: เฮลโหล สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ไม่ได้อัพเดทเรื่องนี้มาสักพัก นี่คือผลผลิตของทั้งปีที่ผ่านมาได้แค่นี้จีๆ เรายังอยากเล่าเรื่องนี้ต่อนะ และก็หวังว่ายังมีคนอยากอ่านเรื่องนี้ต่อนะคะ
สัญญาว่าปีนี้จะโฟกัสไปกับการแต่งฟิคเรื่องนี้
และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้จบในปีนี้นะ 5555 สู้!!!

ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกันเสมอนะคะ ขอบคุณมากๆ🙂

7 comments

  1. พี่คุณณณณณณณณณ อะไรเนี่ย คิดอะไรอยู่คะ
    อย่าอ่อยน้องแบบนี้ ไม่(อยาก)เข้าใจอิพี่เลยจริงๆ
    ถ้าน้องตัดใจไม่ได้ เคสนี้เราไม่จะไม่ว่าน้องเลย
    พี่ผิดค่ะ ผิดเต็มๆ
    แล้วนี่อะไรรรรร มาชวนน้องไปงาน เป็นเป้นคุ่เดทเฟคๆ งี้?
    ฮึ้ยยย อย่่าให้รู้นะ ว่าเอาไปประชดจุนโฮ จะด่าให้!! แหม่ พูดแล้วขึ้น
    นาทีนี้ไม่ไว้ใจพี่คุณเลย ไม่รู้ว่าคิดยังไงแน่ เพราะตัวเองยังเคลียร์ความรู้สึกตัวเองไม่ได้สักที
    ยังสับสนกับความรู้สึกตัวเองอยู่เลย ไปเคลียร์ใจตัวเองก่อน ไม่งั้นจะก้ำกึ่ง น้องก็ไม่ทันตัดใจพอดี
    “อย่าให้ความหวัง” เคยฟังเพลงนี้มั้ยยยยยย อาจไม่ได้ตั้งใจให้ความหวัง แต่ทำแบบนี้มันก็ยากต่อการตัดใจนะ
    สงสารอูยองจัง ทั้งที่อิพี่ก็ไม่ด้ทำร้ายทุบตี แต่น้องน่าสงสารชะมัด
    ถ้าคราวนี้ทำน้องร้องไห้เจ็บปวดอีกนะ โดนนนนนนน /ลับมีดรอ
    ส่วนพี่แทคกะพี่คิมก็ซึนๆ
    ต่างคนต่างอยากคุยกันแต่ก็ซึนๆ
    ดีนะพี่แทคกลับมาสารภาพว่าอยากให้เป็นเหมือนเดิม ไม่งั้นไม่ได้คุยกันพอดี 5555

    ขอบคุณนะคะที่มาอัพเดท ฮืออออออออ คิดถึงเรื่องนี้มาก
    ก่อนอ่านตอนนี้ก็ต้องย้อนไปอ่านตอนก่อนจริงๆ ฮาาา
    มาต่อไวๆ นะคะ เดี๋ยวอารมณ์ค้างนาน ฟีลเค้าจะหาย ถถถถ
    สู้ๆ ค่าาา รอติดตามอยู่น้าา
    แล้วก็…สวัสดีปีใหม่นะคะ ^0^

    1. ขอโทษทีน้าา พอดีเค้าล้อกคอมเม้นไว้ กันพวกแสปมก็เลยต้องรอเค้าapproveก่อน เม้นถึงจะขึ้นอะจ้าา

      คิดถึงโมเม้นที่ทุกคนโวยพี่คุณจังค่ะ 5555555

  2. อะไรเนี่ยคุณฮยอง ตกลงว่ายังไงกันแน่ อยากให้รักจริงๆ หรือแค่สงสาร แค่ความผูกพันธ์ ไปงงานก็จะไปเจอแฟนเก่า คนดีกันด้วยดีไหม รักกันมานานหนิ ชิชิ
    อ๊คเคก็เนอะ รู้ใจตัวเองได้แล้วมั่ง
    แต่ถ้าไม่รักก็อย่าให้เสียเพื่อนที่ดีไป ใจมินจุนเต้นไปแรงเท่าที่แทคบอกจะหาคนอื่น น่าจะรักจริงๆแล้วแหละ

  3. โอยยยยดีงามมากๆ รอนานมากๆค่ะไรท์เตอร์ อย่าหายไปอีกนะ

  4. โอ้ยยยยย พี่คุณทำไมยังงี้มาให้ความหวังน้องยองอีกแล้วนะ ได้แต่ยินยอมรับความความเจ็บปวด แงง เมื่อไหร่พี่คิม จะรับรักพี่แทคเค้าลุ้นจนไส้บิดแล้ว 5555 ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก สู้วววววว !

  5. พี่คุณใจร้ายมากกกกกกกกกกกกกก คิดจะเอาเด็กน้อยมาเป็นโล่กำบังให้ตัวเองเหรอ
    เด็กน้อยพยายามจะตัดใจ ตัวเองก็ยังลืมนุ้งโฮไม่ได้ มาทำแบบนี้กะอูด้งได้อย่างไร
    เฮียมินจุนตัดใจจากเด็กด้งได้แล้วจิ เห็นภาพบาดตาแต่ไม่ปวดใจแล้ว เหมียวยังไม่รู้ตัวสินะว่า
    มินจุนเริมเอนเอียงมีใจให้แล้วหุหุ

  6. อยากใช้คำแรงๆด่านิชคุณซักที ไอ่ฟายยยยยยยยยยยยยยยย ทำไม่เป็นคนแบบนี้
    สงสารอูยอง ทำไมยังทำแบบนี้กับน้องอีก คืออะไร เห็นแก่ตัวมาก ไปเองไม่ไหว แล้วจะไปทำไมห๊ะ แล้วไม่มีเพื่อนคนอื่นเรอะไง ทำไมต้องทำร้ายจิตใจแล้ว ให้ความหวัง แล้วก็มาทำร้ายจิตใจกันอีก โอ้ยยย ขึ้นค่ะขึ้น
    คิดหน่อยมั้ยว่าคนน้องจะรู้สึกยังไง แล้วก็เลิกซักทีกับคำว่า เด็กดื้อ”ของขั้น” มันไม่ตลกเลยนะเฟ้ย แค่คำพูดแค่นี้ คนน้องเค้าก็คิดไปแล้วว่าตัวเองยังมีความหวังอยู่ แล้วที่บอกให้เลิกชอบคืออ่ะร่ะ ห๊ะ ไม่ชอบคนแบบนี้เลยอ๊ะ แล้วอูยองจะเลิกชอบได้ยังไง ถ้าคนพี่ยังทำตัวแบบนี้อยู่

    มินจุนเพิ่งจะค้นพบล่ะสิ ว่าตัวเองไม่ได้รักอูยองแบบคนรัก แต่น่าจะเป็นความเอ็นดูมากกว่าเนอะ พี่แทคมีลุ้นนะค้า
    แต่พี่แทคสตรองมาก บอกว่าจะหยุดใจตัวเองให้ได้ คือ แมนอ่ะ ชอบคนแบบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s