[Fiction] Let The Rain Fall 9/?

 

 

 

จดหมายฉบับนึงวางอยู่บนโต๊ะของเขา เมื่อนิชคุณกลับจากการประชุมในช่วงบ่ายที่ลากยาวมาจนเกือบถึงเวลาเลิกงาน ซองจดหมายทำจากกระดาษสีเหลืองนวลจ่าหน้าซองด้วยตัวอักษรสีทองเป็นประกายถึงครอบครัวหรเวชกุล เขานั่งลงและหยิบมันขึ้นมา การ์ดเชิญร่วมงานการกุศล นิชคุณถอนหายใจ แม่ของเขาพยายามเชื้อชวนเขาให้ไปเป็นเพื่อนอยู่หลายครั้ง แต่เขาไม่ชอบงานประเภทเข้าสังคมพวกนี้เลยจริงๆ นี่แม่เขาคงเป็นคนสั่งให้คนมาวางไว้บนโต๊ะเขาอีกล่ะสิ นิชคุณต่อสายโทรศัพท์

โทรศัพท์ดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ปลายสายจะรับ

“แม่ครับ การ์ดเชิญบนโต๊ะผมมันคืออะไร”

“อ่อ คุณได้การ์ดเชิญแล้วใช่มั้ยลูก ไปแทนแม่หน่อยนะ”

“แต่แม่ครับ แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานพวกนี้ ผมไม่รู้จักใครเลย ไม่เหมาะกับผมหรอกครับ” นิชคุณปฏิเสธด้วยเหตุผลเดิมๆ เขาเคยยอมใจอ่อนไปกับแม่อยู่สองสามครั้ง แล้วในงานก็มีแต่เพื่อนของแม่ ส่วนเขาก็ได้แต่เดินตาม โดยไม่รู้จักใครสักคน และต้องคอยยิ้มเวลาที่พวกแม่ๆพูดคุยถึงเขาและเหล่าลูกๆเท่านั้นแหละ มันน่าเบื่อจะตาย

นิชคุณอ่านการ์ดเชิญคร่าวๆ รายละเอียดบอกว่าเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศล นิชคุณกลอกตา นี่แม่จะให้เขาไปนั่งฟังเพลงเก่าๆที่ร้องโดยนักร้องรุ่นคลาสสิกหรือไงนะ

“ไม่เหมาะกับแม่มากกว่าน่ะสิ เขาบอกแม่มาว่าเขาต้องการจัดงานให้คนรุ่นใหม่ งานนี้รวมนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ รวมทั้งทายาทธุรกิจเอาไว้ เขาจัดมาเพื่อพวกลูกนั่นแหละ แม่ถึงส่งไปให้คุณไง ไปทำความรู้จักคนอื่นเอาไว้ เป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่หรอ”

“แม่ไปกับผมนะ”

“ไม่เอาล่ะ จะเอาคนแก่ไปทำไมในงานของเด็กๆ”

แล้วทีแม่? งานของผู้ใหญ่ แม่ยังพาเขาไปด้วยเลย นิชคุณได้แต่นึกในใจ

“แล้วแม่จะให้ผมไปคนเดียวหรอครับ ผมขาดความมั่นใจนะ” นิชคุณอ้อนผู้เป็นแม่แบบที่ไม่ค่อยจะทำบ่อยสักเท่าไหร่

“ลูกก็ชวนน้องไปเป็นเพื่อนสิ นี่แม่ก็ไม่เห็นน้องมาเล่นบ้านเราสักพักแล้วนะ ไปแกล้งอะไรน้องเขาไว้หรือเปล่าน่ะเรา” เพราะนิชคุณเป็นลูกคนเดียว เวลาที่แม่พูดถึงน้องจึงหมายถึงอูยองเสมอ นิชคุณนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เขาเจออูยองคือคืนที่เขาอุ้มอูยองกลับบ้าน อูยองดื่มจนเมาโดยไม่รู้ตัว ไวน์ข้าวก็เหมือนความรักนันแหละ หลอกลวงด้วยรสชาติหอมหวาน ทำให้เราเผลอดื่มเข้าไปจนมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว และเขาก็พยายามแล้ว พยายามที่จะปกป้องอูยองไม่ให้จมดิ่งลงมาในความรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ ความรักของเขา… เขายังจำสิ่งที่อูยองบอกกับเขาก่อนที่ร่างเล็กจะผล็อยหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อนได้

“เพราะว่าผมคิดถึงคุณฮยองมาก ผมจะต้องรีบทำให้ความรู้สึกบ้าๆนี้หายไปใช่มั้ยครับ ผมจะได้กลับมาหาคุณฮยองได้เร็วๆ”

“อูยองก็เปิดเทอมแล้ว เขาคงไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ จะสอบเข้ามหาลัยอีกด้วย” นิชคุณตอบผู้เป็นแม่ด้วยความจริงเพียงบางส่วน เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้แม่เป็นกังวลในเรื่องความสัมพันธ์ของเขา โดยเฉพาะกับอูยอง ที่แม่ดูจะเอ็นดูเป็นพิเศษ เขายังคงมองอูยองเป็นน้องคนหนึ่งที่เขาห่วงใย และอูยองเอง ถ้าอูยองทำตามอย่างที่บอก ทำให้ความรู้สึกบ้าๆนี้หายไป สักวันหนึ่งความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะกลับมาเป็นพี่น้องกันอย่างเดิม

นิชคุณถอนหายใจ เมื่อวางสายไป เขายังคงพลิกการ์ดเชิญในมือไปมา ด้านหลังมีรายชื่อศิลปินที่มาเข้าร่วมงาน เขาสะดุดเมื่ออ่านเจอชื่อของคนๆหนึ่ง อีจุนโฮ

 

 

 

ในช่วงเดบิ้วต์แรกๆ จุนโฮมักจะเจอคำถามง่ายๆ ว่าเขามาเป็นไอดอลได้อย่างไร เขาชอบอะไร มีความสามารถพิเศษอะไร เขาจะตอบว่าเขาเป็นผู้ชนะการออดิชั่น เขาชอบเสียงเพลง และหลงใหลในการเต้น แต่เมื่อเขามีชื่อเสียงมากขึ้น คนก็เริ่มอยากรู้จักเขามากขึ้น คำถามในการสัมภาษณ์จึงเริ่มหลากหลาย และบางครั้งถึงแม้ว่าเขาจะอยากหลีกเลี่ยงที่จะตอบมันแค่ไหน เขาก็ทำไม่ได้

“คุณจุนโฮเขียนเพลงรักเองอย่างนี้ มาจากประสบการณ์รึป่าวคะ” พิธีกรที่เป็นรุ่นพี่ เอ่ยถามเขา

ในรายการทีวี มันไม่จำเป็นว่าจริงๆแล้วเขารู้สึกอย่างไร เขาก็แค่ต้องยิ้มเท่านั้น

“เคยมีความรักใช่มั้ยคะ”

“ครับ” จุนโฮตอบ เสียงกรี๊ดจากแฟนๆในห้องส่ง ทำให้เขาต้องยกมือขึ้นในเชิงยอมแพ้ “มันนานมาแล้วนะครับ ตอนนี้คนที่ผมรักก็มีแต่พวกคุณเท่านั้นแหละครับ”

จุนโฮส่งยิ้มที่ทำให้ดวงตาเป็นเส้นเล็กๆไปที่แฟนคลับ

“ทำไมคะ เกิดอะไรขึ้น”

“เพราะว่าผมต้องมาเป็นนักร้อง..”

“อ่า.. เพราะต้องตั้งใจกับการฝึกซ้อมสินะคะ ไอดอลส่วนใหญ่ก็มักจะต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ทั้งนั้น”

“นูน่าก็ผ่านมาเหมือนกันใช่มั้ยครับ” จุนโฮเอ่ยแซว เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม

“ตอนที่ผมตัดสินใจมาที่นี่ มันกระทันหันมากน่ะครับ”

“รู้สึกเสียใจมั้ยคะ”

จุนโฮนิ่งไปสักพัก เขารู้ว่ากล้องกำลังแพลนมาที่เขา และไม่นานคนดูก็จะจับความรู้สึกของเขาได้หมด

“ไม่ครับ การได้ยืนอยู่ตรงนี้ อยู่ที่นี่ ท่ามกลางแฟนๆที่รักของผม มันคือความฝันของผมนี่ครับ ผมคงเสียใจมากกว่า ถ้าผมตัดสินใจไปอีกอย่าง”

“หลังจากเดบิ้วต์แล้วพวกคุณได้คุยกันอีกมั้ย คุณประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว เขาได้แสดงความยินดีกับคุณมั้ย”

“ผมหวังว่าเขาจะยินดีนะ” จุนโฮหัวเราะ

“คุณอยากจะพูดอะไรถึงแฟนเก่าหน่อยมั้ย”

“พูดได้หรอครับ” จุนโฮมองไปที่ชานซองเป็นเชิงขออนุญาต กฎของบริษัท เขาพูดถึงความรักและการเดทได้แต่ในรูปอดีตเท่านั้น และการพูดออกกล้องเหมือนว่าคุยกับแฟนเก่า เขาไม่แน่ใจนัก ว่าเขาสามารถทำมันได้

“ได้สิคะ คุณมีข้อความที่อยากจะส่งถึงเขารึป่าว ฉันคิดว่าเขาจะได้ดูมันนะ ฉันคิดว่ารายการของเรามีคนเปิดดูเยอะทีเดียว” พิธีกรกล่าวเรียกเสียงหัวเราะ ในขณะที่จุนโฮยังลังเล ชานซองพยักเพยิดกลับมา แต่เขาเชื่อว่าถ้าเขาพูดอะไรไม่เหมาะสมไป ชานซองก็พร้อมจะเดินเข้าไปหาโปรดิวเซอร์ของรายการ แล้วสั่งให้ตัดออกในทันที

จุนโฮมองไปที่กล้องที่จับหน้าเขา เขาเลือกจะพูดด้วยภาษาที่เป็นทางการ แทนที่จะแสดงให้เห็นความสนิทสนม ซึ่งอาจจะทำให้แฟนๆรู้สึกอึดอัด เขาเรียนรู้ที่จะเข้าใจจิตใจของแฟนคลับ และในขณะเดียวกันโดยที่ไม่รู้ตัว เขาหลงลืมที่จะใส่ใจในความรู้สึกของตัวเอง

“ในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ผมไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงมันได้อีก เรามาเดินต่อไปข้างหน้ากันเถอะนะ มันอาจไม่ใช่เส้นทางที่เราเคยคิดจะเดินด้วยกัน แต่ได้โปรดอยู่อย่างมีความสุข ผมหวังหว่าหากว่าเราได้เจอกันอีก เราจะยังสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ”

 

 

 

นิชคุณสบดวงตาของจุนโฮ เขาสงสัยจริงๆว่าคนๆนี้คือจุนโฮที่เขาเคยรู้จักหรือเปล่า ทุกคำพูดทุกการกระทำ เขาไม่สามารถหาความจริงใจในนั้นได้เลย ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องโกหกเสแสร้ง คือการแสดงเพื่อเรียกความนิยมต่อหน้ากล้อง เขากดรีโมทปิดทีวี ก่อนจะจ้องมองหน้าจอสีดำที่ว่างเปล่าซึ่งสะท้อนเงาของตัวเขาที่นั่งอยู่เพียงลำพังในคืนวันศุกร์ ความคิดที่ว่าจะออกไปข้างนอก ถูกขัดด้วยก้อนขนสีเทาลูกใหญ่ที่กระโดดตุ้บมานั่งข้างๆ

ดวงตาสีเหลืองสว่างถูกตัดขอบด้วยเส้นขอบตาสีดำ มองจ้องมาที่เขาก่อนจะส่งเสียงร้องทักทาย

“ไง” นิชคุณขานรับ พร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวมันเบาๆ “ลูกเป็ด..นายมาได้ยังไง…”

เพราะว่าโดยปกติแล้ว อูยองเป็นคนดูแลลูกเป็ด หลังจากที่อูยองไม่มาที่บ้านเขาเกือบเดือน เขาจึงไม่ได้เจอมันมาสักพักแล้ว

“อูยอง..” นิชคุณรีบลุกขึ้นยืน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอูยองจะต้องเป็นคนพาแมวของเขากลับบ้านมาแน่ๆ เขาเดินตามเสียงพูดคุยที่น่าจะดังอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน

อูยองกำลังยืนคุยกับแม่บ้านของเขา

ผมหน้าม้าของอูยองยาวขึ้นเล็กน้อย ล้อมกรอบหน้าให้ยิ่งดูหวานคล้ายเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่มีพวงแก้มกลม อูยองดูตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอนิชคุณที่กำลังเดินออกมาหา

“ผมฝากด้วยนะครับ” อูยองรีบพูดกับคุณป้าแม่บ้าน และเตรียมจะเดินกลับไป แต่นิชคุณก็เรียกเขาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนสิ อูยอง”

“อ่า ฮยอง ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ว่าฮยองอยู่บ้าน” อูยองก้มตัวลงขอโทษ 90 องศา ท่าทีที่ดูเป็นทางการและจงใจให้ห่างเหิน ทำให้นิชคุณอดไม่ได้ที่จะสวนกลับไป

“ทำไมล่ะ ถ้ารู้ว่าฉันอยู่ นายจะเข้าไปหาฉันหรอ”

“ผมจะไม่มาต่างหาก” อูยองขยับปากมุบมิบ แต่คนที่ได้ยินน่ะ ตกใจไปแล้ว เพราะไม่คิดว่าอูยองจะพูดออกมาจริงๆว่าไม่อยากเจอหน้าเขาน่ะสิ

“แล้วมาทำไม” นิชคุณกอดอก พยายามเก็บความรู้สึกไม่พอใจที่เกิดขึ้น เขาก็รู้อยู่ว่าอูยองกำลังพยายามหลบหน้าเขา แต่การจะมาพูดต่อหน้าต่อตาว่าไม่อยากเจอหน้ากัน มันกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด

“ผมจะไปทัศนศึกษาวันพรุ่งนี้ ผมกลัวว่าจะไม่มีคนดูแลทาโร่ เลยพามาที่นี่”

“เอาแมวเขาไปเลี้ยง พอเลี้ยงไม่ได้ก็เอามาคืนเนี่ยนะ” ประโยคที่ฟังดูเหมือนถากถางจากนิชคุณ ทำให้อูยองมองหน้านิชคุณอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งๆที่ตั้งใจจะหลบสายตาให้มากที่สุด แต่ตอนนี้ดวงตากลมใสกำลังมองหน้าพี่ชายตัวโตที่พูดจาไร้สาระชวนโมโห

“แล้วใครเอาแมวมาเลี้ยง พอเลี้ยงไม่ได้ ก็เอาไปฝากให้คนอื่นดูแลแทนอยู่ตั้งหลายปีครับ” อูยองย้อนกลับบ้าง

“นายเป็นคนบอกเองนะว่านายจะดูแลมัน”

“แล้วผมไม่ดูแลตรงไหน ผมไม่อยู่แค่สองสามวันนี่แหละ เดี๋ยวผมก็มารับคืน”

หน้าตาน่ารักที่กำลังโต้เถียงด้วยความโมโหอย่างจริงจัง ทำให้นิชคุณหลุดหัวเราะออกมา เขาแกล้งกระแอมไอเพื่อกลบรอยยิ้มที่ผุดขึ้นที่มุมปาก เขารู้ดีว่าอูยองมีนิสัยไม่ยอมคนง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่ความผิดตัวเอง จางอูยองน่ะเถียงจนขาดใจเลยล่ะ พอเห็นหน้าตาดื้อรั้น ก็อดนึกถึงจางอูยองตอนเด็กๆไม่ได้ เด็กที่เคยโต้เถียงกับเขาจนไม่ยอมกลับบ้านจนกว่าเขาจะเป็นฝ่ายยอมแพ้

“กลับวันไหน” นิชคุณพยายามคุมเสียงให้นิ่งทั้งๆที่ใจจริงอยากหัวเราะออกมาอยู่แล้ว เมื่ออูยองตวัดสายตามองตอบกลับมา

“น่าจะเย็นวันอาทิตย์ครับ” ใบหน้าบึ้งตึง ชวนให้นิชคุณอยากแกล้งขึ้นไปอีก

“แล้วจะมาหาที่บ้านเลยรึป่าว”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ทิ้งทาโร่ไว้ให้ลำบากฮยองหรอกครับ”

“ก็ดี มากี่โมงล่ะ จะได้ให้เตรียมข้าวไว้ให้”

“ห้ะ?” อูยองมองหน้านิชคุณด้วยความสับสน “อะไรนะครับ”

“อยู่กินข้าวด้วยกันนะ”

“คุณฮยอง..” นิชคุณปล่อยให้ริมฝีปากของตัวเองยิ้มออกมา เมื่อในที่สุดอูยองก็ยอมพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ ไม่ได้แข็งกร้าวดื้อรั้นอีก

“แม่บ่นว่าคิดถึงนาย นายเล่นหายหน้าไปตั้งหลายวัน วันอาทิตย์กินข้าวเย็นด้วยกันนะ”

“แต่ผม..” อูยองลังเล

“นายมาอ้อนแม่ฉัน จนแม่ฉันติดนายไปแล้ว อยู่ๆจะหายไปได้ยังไง” นิชคุณย้ำให้อูยองรู้สึกผิด แต่สายตาที่มองช้อนกลับมา กลับทำให้เขารู้สึกผิดซะเอง

“ฮยองก็รู้… ผมกำลังพยายามอยู่นะครับ” อูยองถอนหายใจ “ฝากบอกคุณป้าด้วยว่าช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะครับ ไว้ถ้ามีโอกาสผมจะแวะมาหา”

อูยองโค้งให้เขาอีกครั้งเป็นการบอกลาอย่างห่างเหินจนน่าใจหาย

 

 

เจบอมมักจะรู้สึกกดดัน เมื่อเขาจะต้องแจ้งผลตรวจของสัตว์เลี้ยงให้กับเจ้าของที่เฝ้ารอคำตอบอย่างเป็นกังวล เขาเป็นคนที่ทั้งบอกข่าวร้าย และข่าวดี ได้เห็นคนที่หัวใจสลายไปต่อหน้าต่อตา หรือบางคนก็ได้รับข่าวดีที่ทำให้รู้สึกโล่งใจ เขาได้รับทั้งคำขอบคุณ และคำอ้อนวอน มนุษย์เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจนเหมือนคนในครอบครัว พวกเขาจ้องมองมาที่สัตวแพทย์อย่างเขาด้วยความหวังที่มีต่อลูกตัวน้อยที่เต็มไปด้วยเส้นขนปุกปุย

แต่ไม่เคยที่เขาจะกดดันเท่าตอนนี้ ที่มีชายหนุ่มร่างสูงยืนค้ำหัวรอคำตอบจากเขาอยู่ ขนาดตอนสอบจบเขายังไม่รู้สึกถูกกดดันเท่านี้เลย เจบอมไล่อ่านค่าต่างๆจากผลเลือด ทุกอย่างปกติ และแสดงให้เห็นถึงสุขภาพที่ดี เขากระแทกแฟ้มลงกับโต๊ะ ด้วยเสียงดังพอให้คนที่ยืนค้ำหัวถอยไปได้บ้าง

“เป็นไงบ้าง ตกลงลูกเป็ดเป็นอะไร”

เจบอมมองเลยนิชคุณซึ่งทำตัวเหมือนเป็นคุณพ่อมือใหม่ที่วิตกจริตเกินเหตุไปยังลูกเป็ดบนโต๊ะตรวจ แมวขนยาวฟูสีเทาสยายแทบจะเต็มโต๊ะเมื่อมันนอนแผ่ลง และแกว่งหางเบาๆ

“ผลตรวจปกติ แข็งแรงทีเดียวเลยล่ะ”

“แต่มันกินข้าวน้อยมากเลย วันนี้ทั้งวันก็เอาแต่นอน ฉันเรียกมากินข้าวก็ไม่มา เอานมให้กินก็เลียไปนิดเดียว”

เจบอมมองหน้านิชคุณอย่างเห็นใจ นี่เขากำลังจะบอกข่าวร้ายรึป่าวนะ บอกไปอย่างนี้กับคนที่เป็นเจ้าของตัวจริง นิชคุณจะเสียใจรึป่าวนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ นิชคุณหายไปตั้งนานนี่นะ

“มันคิดถึงอูยองน่ะ”

“อะไรนะ” นิชคุณขมวดคิ้ว

“แมวน่ะ ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตตามที่มันคุ้นเคย เช่น ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนเจ้าของ มันก็เครียดได้นะ รออูยองกลับมาเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”

“แต่มันก็มาบ้านฉันเป็นประจำนะ ปกติก็ไม่เห็นจะเครียดอะไรนี่”

“ก็ปกติเวลาไปหานาย อูยองก็ไปด้วย แมวก็เหมือนเด็กๆนั่นแหละ พอไม่เห็นเจ้าของก็เลยซึม”

“ฉันก็เป็นเจ้าของแกเหมือนกันนะ ไอ้ลูกเป็ด” นิชคุณหันไปค้อนใส่แมวตัวโต ที่ทำท่าจะนอนต่ออีก

“นายต้องยอมรับนะ นายเป็นเจ้าของแค่ในนามว่ะ คนที่ดูแลลูกเป็ดคืออูยอง” เจบอมหัวเราะ “จริงๆฉันก็เห็นเคสอย่างนี้มาเยอะนะ ยิ่งประเภทแฟนกัน เลี้ยงหมา เลี้ยงแมวด้วยกัน ผลัดกันเลี้ยง สัตว์เลี้ยงมันก็จำนะว่าชีวิตมันมีเจ้านายคนนี้ๆ พอวันดีคืนดีเจ้านายทะเลาะกัน เลิกคบกันขึ้นมา เจ้านายหายไปคนนึง มันก็ซึม มันก็เครียดสิ ดีไม่ดี เจ้านายเห็นหน้าแล้วบาดใจ ไม่อยากเลี้ยงต่ออีก”

“แล้วนายจะให้ฉันทำไง”

“แล้วนายต้องทำอะไรด้วยหรอวะ พวกนายทะเลาะกันหรอไง พรุ่งนี้อูยองก็กลับมาแล้วนี่ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น” เจบอมพูด ก่อนจะเอะใจเพราะน้ำเสียงของนิชคุณที่ดูจะหนักใจจริงๆ “หรือพวกนายทะเลาะกันหรอ?”

“เปล่า” นิชคุณพูด ก่อนจะถอนหายใจยาว ถ้าพรุ่งนี้จางอูยองไม่มาล่ะ จะหายไปตลอดไปเลยหรอ ถ้าการที่อูยองเอาลูกเป็ดมาให้เขาเลี้ยง คือการเอามาคืน แล้วอูยองจะไม่มาหาเขาอีกล่ะ ความคิดที่วิ่งวนไปมาในหัวชวนให้ใจหวิวไปหมด ไอ้เด็กตัวแสบ จู่ๆจะหายไปได้ยังไงเล่า

“เอาอาหารเสริมบำรุงร่างกายไปแล้วกัน” เจบอมเอ่ย เมื่อนิชคุณดูท่าว่าจะไม่พูดอะไรต่อ คงไม่ใช่มีแต่ลูกเป็ดแล้วละมั้ง ที่รอให้อูยองกลับมา

 

 

 

 

 

 

Note: เปิดไปเจอว่าแต่งไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้เอามาลง เลยขออัพหน่อย

แต่ตอนต่อไป นี่ขอรื้อฟื้นความทรงจำก่อนนะคะ ว่าจะเขียนต่อยังไง 55

8 comments

  1. งืออออออออออ ไรท์มาอัพแล่ววว จุดพลุฉลองรำรอบหมู่บ้าน ดีใจมากเลยค่า ฮื้อออออ

    เวดดิ้งเดรสว่าม่าแล้ว มาเรื่องนี่…. ฮื้ออออออ คือไม่รู้จะพูดยังไงดีอะค่ะ ㅠㅠ อีกคนรักแต่อีกคนไม่รู้สึก มันทรมานนะคะ ความรักฝังใจตั้งแต่เด็ก สำหรับอีกคนคิดเพียงแค่พี่น้องตลอดมา โอ่ยยยย ปวดจายยยย รับรู้ปฏิเสธ… เป็นจางอูยองมันทรมาน ยิ่งหลังจากวันนั้นที่เมา… รักที่ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ พี่คุณใจร้ายชิบ แต่ก็คนไม่รักจะทำอย่างไรก็ไม่รัก ความรักครั้งเก่าก่อนยังไม่จางหายไปสินะ ยังคงเหมือนเดิมและเสมอมา… สำหรับจางอูยอง นิชคุณคือหัวใจของเขา รักมาตั้งนาน รอมาตลอด ถึงแม้ตอนนี้จะรู้ว่ารักเป็นไปไม่ได้ เชื่อว่าลึกๆ ในใจ ถึงบอกไปว่าจะเป็นพี่น้องเหมือนเดิม อูยองก็ยังคงมีเสี้ยงหนึ่งในนั้นที่มีคำว่ารักมอบให้กับนิชคุณ แล้วเจ้าแมวน้อยตัวนี้จะเป็นสื่อกลางให้เขาได้ไหม?? เจ้าท่าโร่ เจ้าลูกเป็ด งือออออ

    พอเค้าหลบหน้า จะหายไปก็มากวนประสาทเค้า ชอบแกล้งพี่ด้งเป็นกิจวัตรใช่ไหมพี่คุณ แต่ก็นะ ถ้าพี่ด้งหายไปตลอดจริงๆ หายไปไม่กลับมา อย่กรู้จริงๆ ใจของนิชคุณจะเป็นเช่นไร แมวน้อยยังซึมเลย ถ้าไม่รู้สึกพี่คุณคงไม่ใจหวิวใช่ไหม แอบหวังว่าในห้วงความรู้สึกลึกๆ ลึกมากๆ ของพี่คุณนั้น จะมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับอูด้งน้อยของเรา อาจจะเป็นความเคยชินที่มีอยู่ข้างๆ มาตลอด จนมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ใครเล่าจะรู้เท่าใจตัวเอง จางอูยองรีบๆ กลับมานะ อยากรู้ทั้งสองแบบเลยกลับมาเหมือนเดิมกับหายไปเลย อันไหนจะทำให้ใจนิชคุณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง

    เม้นเองยังงงเองเลย ชอบเรื่องนี้มากเลยนะคะ เห็นว่าอัพ รีบมาด่วนๆ เลยค่า นึกว่าไรท์จะไม่มาสะแล้ว รออย่างใจจดใจจ่อมากค่ะ ไรท์สู้ๆ นะคะ ยังรอรวมเล่มผลงานรักหวานๆ ต่อจากเพนลี่นะคะ หยิบมาอ่านกี่รอบก็น้ำตาไหล ยังรอผลงานของไรท์เสมอนะคะ ขอบคุณที่กลับมาทำให้หัวใจแม่ยกกระชุ่มกระชวยค่ะ ฟิคคุณด้งหายากละเกิน ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ รักไรท์เตอร์นะคะ จุ้บๆ

    ปล. ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามที่มีความเจ็บปวดอยู่เสมอ ขอให้ลูกสาวด้งน้อยกลอยใจก้าวผ่านไปได้นะคะ อยากเห็นคนบอกไม่รักสติแตกเพราะอารมณ์ที่ตัวเองไม่รู้ว่าคืออะไรจังเลยค่ะ ทำน้องเจ็บมาหลายเรื่องละ เอาคืนคนพี่กันเถอะค่ะ

  2. ต้องให้น้องหายไปจากชีวิตก่อนใช่มั๊ย อิพี่ถึงจะรู้ใจที่แท้จริงของตัวเองซะที ต้องให้น้องเล่นตัวหนักๆโทษฐานที่พี่ไปรักคนอื่นมากกว่า
    คิดถึงคุณด้ง คิดถึงงานเขียนน้องเรียม ได้อ่านแล้วก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยค่ะ พล็อตแต่ละเรื่องน่าติดตามเสมอ มีพื้นฐานความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ปุถุชน มีความน่าจะเป็นสูง อ่านแล้วอินเนอร์มาเต็ม ภาษาก็ดีงามลื่นไหล ประทับใจทุกเรื่องเลยนะ
    ขอบคุณจริงๆค่ะที่พยายามทำให้ khunwoo ยังดำรงอยู่ต่อไป
    รักไรเตอร์จากใจ
    คัมซาฮามิดา~~~~~~~~
    ปล.ความจริงแอบหวังนิดๆว่ารวมเล่มจะทันงานมีต แต่!! จุดนี้ทำใจละค่ะ เข้าใจว่าไรท์คงต้องใช้เวลารื้อฟื้นนาน ฮ่าๆ ยังงัยก็จะเป็นกำลังใจเสมอให้นะคะ สู้ววววว

  3. โอ้ยยยยยยจุดพุล ดีใจประหนึ่งถูกหวย ที่ไนท์มาอัพแล้วววววววววววว รรรรรรรรรรรรรรอนานมากกกกกกกกกห555555 มาถึงณตอนนี้พี่คุณค่ะยังซึนอยู่ใช่ไหมค่ะอย่างนี้ต้องให้ด้งหนีไปซะให้เข๋ดจะได้เลิกซึนซะที55555 คนพี่เริ่มมีใจให้คนน้องแล้วใช่ปะ ลุ่นตัวโก่งค่ะบอกเลย สงสารลูกสาวค่าาาาาาาาา

  4. OMG ในที่สุดไรท์ก็กลับมาต่อ อย่าหายไปแบบนี้อีกเลยนะคะ 555++
    เอาใจช่วยน้องยอง ให้คนพี่มีใจให้สักที หรือจริงๆก็มีแล้วแต่อยู่ลึกมากกกกกกกกกกก
    แถมคนรักเก่าก็ยังลืมไม่ได้ เลยไม่ยอมเปิดใจรับเด็กแก้มเยอะสักที

  5. เพราะรักแรกยังคงเหลืออยู่ในใจ ทำให้ใจที่มีรักใหม่ยังคงต่อต้าน แม้หัวใจที่มีรักใหม่มันมีมากกว่ารักแรก…
    อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไปนะคะนิชคุณ น้องอูยองกำลังจะตัดใจได้แล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งมันตัดใจจนขาดออกได้ พี่นั้นแหละที่จะเสียใจ
    อูยองสู้ๆนะ
    ขอบคุณไรท์เตอร์ ^^

  6. สงสารน้องยองมาก ฮือออออออ
    พี่คุณอยากให้น้องตัดใจจริงๆ ใช่มั้ย ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆๆๆๆ ก็ให้เวลาน้องหน่อย มันไม่ใช่ง่ายๆ นะ น้องยังเด็ก น้องยังต้องพยามแค่ไหนที่จะจัดการความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้. คิดว่าที่น้องหายไปน้องก็คงเจ็บปวดมากเหมือนกัน พี่อาจจะแค่รู้สึกโหวง.แต่สำหรับน้องมันรู้สึกมากกว่านั้น
    ทั้งที่พี่คุณไม่ไดรังแกอะไรน้อง แต่ทำไมเรารู้สึกว่าพี่คุณใจร้าย
    ใจร้ายมากกกกก
    ขอให้น้องตัดใจ แล้วตัวเองล่ะ หึหึ ยังทำไม่ได้เลย ทีนี้ช่วยเข้าจน้องด้วย
    ฮืออออออ สงสารอูยองจริงๆ อยากเข้าไปกอด

  7. พี่คุณอย่าทำอะไรให้มันคลุมเครือได้มั้ย ยิ่งทำอย่างนี้อูยองก็จะตัดใจไม่ได้
    ทำไมไม่ลองคิดถึงตัวเองบ้าง อยากให้อูยองเป็นเหมือนตัวเอง ที่เอาแต่คอยเพ้อหาคนที่เค้าไปไกลแล้วเหรอ
    หึยยยย ไม่ชอบนิชคุณ อย่ามาทำหน้าหล่อใส่ เดี๋ยวปั๊ด
    สงสารอุยอง อยากให้อูยองเข้มแข็งได้ไวๆ นี่สรุปพี่คุณจะไปงานของบริษัทมั้ย ก็คงไปสินะ คงอยากจะเจอจุนโฮใช่มั้ย
    ทำไมเรารู้สึกว่าเราเข้าใจจุนโฮนะ มันเป็นสิ่งที่ต้องเลือกจริงๆ พี่คุณจะยอมให้เค้าทิ้งความฝันมาหาพี่เหรอ มันจะเห็นแก่ตัวไปมั้ยอ่ะ นี่จัดเต็มว่านิชคุณสุดๆ 5555
    แต่ยังไงพี่คุณก็เมนเค้านะตะเอง เอะเฮะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s