[SF] It’s our secret

 

Pairing: KhunWoo
Genre: Romance, Fluffy
Rate: PG-15

 

 

 

เศษกระดาษแผ่นหนึ่งถูกพับ และยื่นมาให้ อูยองนิ่วหน้าขณะเงยขึ้นมองรอยยิ้มขี้เล่นของคนตรงหน้า

“อะไร” เด็กหนุ่มในวัยมัธยมปลายส่งเสียงห้วนเพราะกำลังวุ่นกับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบปลายภาค

“เปิดดูสิ” นิชคุณขยั้นขยอให้เขาเปิดอ่าน

เขาถอนหายใจก่อนจะคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอย่างเสียไม่ได้ อูยองมองเส้นดินสอที่ถูกกดเขียนอย่างบรรจงลงบนกระดาษ โดยที่เขาไม่เข้าใจความหมายของมันสักนิดเดียว

 

IPRVECRU

 

“มันไม่มีความหมายด้วยซ้ำ”

“เด็กโง่” นิชคุณหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวมาหาเขา และขยิบตา “มันเป็นความลับ”

อูยองกรอกตา เขาพับกระดาษใบนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ โดยที่ยังคงไม่รู้ความหมายของมัน

 

 

 

อูยองสนิทกับนิชคุณด้วยความบังเอิญ หรืออาจจะเรียกว่าด้วยโชคชะตา อูยองย้ายเข้ามาที่โรงเรียนในช่วงกลางเทอมของมัธยมปลายปีที่หนึ่ง และเริ่มต้นชีวิตในโรงเรียนด้วยการสอบตกทุกวิชา เขาไม่ใช่คนโง่นะ ถึงแม้คำว่าเด็กโง่จะกลายเป็นคำพูดติดปากที่นิชคุณใช้เรียกเขาไปแล้วก็ตาม แต่มันเป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดของที่นี่ได้ เขาโผล่มาเรียนกลางเทอม และไม่รู้จักใครเลย นอกจากนิชคุณที่ถูกอาจารย์สั่งให้มาช่วยสอนพิเศษเขาหลังเลิกเรียน จะด้วยเพราะอะไรก็แล้วแต่ นิชคุณเป็นเพื่อนคนแรกของเขา และได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทในที่สุด

 

“ทำไมถึงมาสอนฉันล่ะ ไม่คิดว่ามันเสียเวลาบ้างหรอ” อูยองเคยถามนิชคุณในเย็นวันหนึ่ง ที่เพื่อนๆคนอื่นนัดกันไปเที่ยวหลังเลิกเรียน แต่นิชคุณกลับต้องมานั่งทำการบ้านเป็นเพื่อนเขา

นิชคุณยิ้ม เหมือนว่ากำลังฟังเขาพูดเรื่องขำขัน

“เพราะว่าฉันเคยเป็นเหมือนนายมาก่อน”

คราวนี้เป็นอูยองบ้างที่หัวเราะออกมาราวกับเพิ่งฟังเรื่องล้อเล่นที่ตลกที่สุดในชีวิต “นายเนี่ยนะ ตลกละ”

“เปล่านะ” นิชคุณส่ายศีรษะ “ปัญหาของฉันมันตรงข้ามกับนายนิดหน่อย แต่ว่ามันก็คล้ายกันนั่นแหละ”

อูยองเลิกคิ้วขึ้น

“ตอนฉันมาอยู่เกาหลีใหม่ๆ ฉันพูดเกาหลีแทบไม่ได้เลย ถึงที่โรงเรียนจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่นายปฏิเสธไม่ได้หรอกนะ ว่าเวลาที่คุยกันเราคุยกันเป็นภาษาเกาหลี ตอนฉันอยู่ม.ต้น ฉันแทบไม่มีเพื่อน คุยกับใครก็ไม่เข้าใจ พอฉันเจอนายเข้ามาใหม่ มันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองสมัยนั้น ฉันก็เลยอยากทีจะช่วยเหลือไง”

อูยองคงจะยิ้มออกมา หากไม่ใช่เพราะประโยคถัดไปของนิชคุณ “เพราะว่านายเป็นเด็กโง่…”

“ขอบใจนะ” อูยองผลักนิชคุณเต็มแรง

 

 

“อูยองๆ” เขาได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย ก่อนที่จะเห็นตัวของนิชคุณเสียอีก ร่างสูงสวมชุดครุยสีดำ และหมวกใบเล็กบนศีรษะ มือข้างนึงเต็มไปด้วยดอกกุหลาบ เป็นประเพณีในวันเรียนจบที่พวกเขาจะได้รับดอกไม้จากรุ่นน้อง ซึ่งสำหรับนิชคุณเขาได้รับมันอย่างมากมายทีเดียวเพราะความเป็นที่นิยมของเขา นิชคุณเป็นคนหล่อ หน้าตาดี เขาเรียนเก่ง และเป็นมิตรกับทุกคน ในขณะที่อูยองค่อนข้างเงียบและเก็บตัว เขาไม่ได้รับดอกไม้มากนัก หรือเอาจริงๆจะมีรุ่นน้องสักกี่คนที่จะรู้จักหรือสังเกตเห็นเขา อย่างมากเขาก็ถูกรู้จักในนามเพื่อนของนิชคุณเท่านั้นล่ะ แต่ใช่ว่ามันจะสำคัญอะไรนี่ นิชคุณเดินแทรกนักเรียนคนอื่นๆที่กำลังจัดแถวเพื่อถ่ายรูปหมู่มาหาเขา

“ยินดีด้วยนะ นายเรียนจบจนได้” นิชคุณยิ้ม พร้อมกับจับมือเขาให้เดินตามขึ้นไปบนแสตนด์

“ยินดีด้วย เช่นกันนะ” อูยองตอบ เมื่อพวกเขายืนอยู่ข้างกัน พวกเขายิ้มกว้าง ก่อนที่ช่างกล้องจะเรียกให้พวกเขามองตรงไปข้างหน้า และเริ่มกดถ่ายภาพ

ช่วงเวลาในรั้วโรงเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่านิชคุณจะไม่จำเป็นต้องสอนพิเศษให้เขาในตอนเย็นมาสักพักแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงใช้เวลาหลังเลิกเรียนด้วยกัน บางครั้งนิชคุณจะชวนเขาไปเล่นบาส หรือแบดมินตัน บางครั้งพวกเขาก็ลงเล่นฟุตบอลร่วมกับเพื่อนในห้อง นอกจากนี้พวกเขามีงานอดิเรกเล็กๆร่วมกัน เช่น การวาดภาพ หรือเล่นดนตรี เขาได้เรียนรู้การใช้พู่กันเพื่อระบายสีน้ำจากนิชคุณ รวมทั้งยังได้ฝึกเล่นเปียโนเพิ่มจากพื้นฐานที่เขาเคยหัดสมัยประถม ต้องยอมรับว่าเพื่อนสนิทของเขาเป็นคนที่น่าทึ่ง นิชคุณดูเหมือนจะทำได้ทุกอย่าง และทำได้ดีทุกอย่าง ช่วงวัยมัธยมกลายเป็นช่วงชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ และก็น่าใจหายที่มันกำลังจะสิ้นสุดลง

“อูยอง” นิชคุณเรียก ก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกกัน “โชคดีนะ”

อูยองยิ้มตอบกลับมา “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ”

 

 

 

พวกเขาเคยคิดว่ามันคือการบอกลา การที่พวกเขาต่างก็แยกย้ายกันไปหลังเรียนจบ อูยองเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในโซล ในขณะที่นิชคุณตัดสินใจกลับไปที่อเมริกาซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา อูยองไม่ได้ไปส่งนิชคุณที่สนามบิน แต่นิชคุณส่งข้อความมาหาเขาก่อนจะขึ้นเครื่อง และหลังจากที่อูยองเปิดเทอมได้สองเดือน นิชคุณก็เมล์หาเขา นิชคุณไม่ได้เรียนต่อในทันที เขาเลือกใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ นิชคุณจึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำงานพิเศษ หรือการไปเที่ยวในสุดสัปดาห์มาให้เขาฟังเสมอ ตอนนั้นเองที่อูยองรู้ว่าพวกเขาไม่เคยได้บอกลากันเลยด้วยซ้ำ พวกเขายังไม่ได้จากกันไปไหนเลย พวกเขายังคงอีเมล์คุยกันอยู่เสมอ ถ้าวันไหนอูยองนอนดึก หรือนิชคุณตื่นเช้า พวกเขาจะนั่งคุยกันผ่านโปรแกรมสนทนา หรือบางครั้งนิชคุณก็โทรมาหา เมื่อผ่านไปหนึ่งปี นิชคุณก็กลับมา และลงเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะเท่านั้น นิชคุณกลายเป็นรุ่นน้อง พวกเขาไม่ได้เรียนด้วยกันตลอดเหมือนเมื่อก่อน แต่พวกเขายังคงนัดเจอกันทุกครั้งที่พอมีเวลาว่าง ความลับของนิชคุณไม่เคยถูกพูดถึงอีก จนกระทั่งคืนวันหนึ่ง ที่อูยองเรียนอยู่ปีสาม นิชคุณนัดเขาออกไปหา และเริ่มพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง

“เธอสวย และนิสัยดี แล้วก็ชอบนาย ฉันว่าไม่เห็นมีอะไรที่นายน่าจะต้องลังเลเลยนะ” อูยองหัวเราะ เมื่อนิชคุณเล่าให้เขาฟังถึงรุ่นน้องที่คณะที่มาสารภาพรัก

“แล้วนายคิดว่าฉันควรตกลงคบเขาหรอ”

“แล้วทำไมถึงจะไม่คบล่ะ นายชอบใครอยู่แล้วรึไง”

นิชคุณหยุด ถ้าหากอูยองสังเกต เขาคงจะได้เห็นมุมปากที่กระตุกยิ้มอย่างขื่นขม นิชคุณยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม

“นายจำความลับของฉันได้มั้ย”

อูยองขมวดคิ้ว “ความลับอะไร”

“เด็กโง่” นิชคุณยิ้มออกมาบางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ชายหนุ่มจัดการเครื่องดื่มที่เหลือ โดยไม่พูดอะไรต่อ

 

หลังจากนั้นนิชคุณก็มีแฟน เป็นครั้งแรกที่นิชคุณเริ่มคบใครอย่างจริงๆจังๆตั้งแต่พวกเขาเริ่มรู้จักกันมา นิชคุณเคยออกเดทมาบ้าง แต่ส่วนมากมันก็จบลงที่การเดทครั้งที่สองหรือสามเท่านั้น เมื่ออูยองถามว่าทำไม นิชคุณจะยักไหล่ ก่อนจะตอบว่าเขายังไม่อยากคบใคร มันเป็นอย่างนี้มาตลอด จนครั้งนี้ ที่อูยองรู้ว่านิชคุณจะไม่เดินเข้ามาในห้องเขา และเริ่มร่ายยาวถึงข้อดีของการเป็นคนโสดอีกต่อไป เมื่อเขาพยายามจะชวนนิชคุณออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านประจำ และนิชคุณปฏิเสธ เพราะเป็นวันครบรอบร้อยวันของทั้งสองคน เขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่านิชคุณจะคบใครได้ถึงร้อยวันจริงๆ

“ไปดูหนังกันนะ” อูยองค่อนข้างแปลกใจ เมื่อนิชคุณโทรหาเขาในเช้าตรู่วันหนึ่ง หลังจากต่างคนต่างก็มัวแต่ยุ่งกับการเรียน และเรื่องส่วนตัว มันเป็นเวลาสักพักมาแล้วที่พวกเขาไม่ได้เจอกันเลย ถ้าจะนับ ก็คงตั้งแต่วันที่นิชคุณปฏิเสธคำชวนของเขา

“แล้วแฟนนายไปไหนซะล่ะ”

“เขาไม่ชอบดูหนังแอคชั่นหรอกน่า”

อูยองยิ้ม เขาตอบตกลง ก่อนจะลุกออกจากเตียงเพื่ออาบน้ำแต่งตัว

พวกเขานัดกันตอนบ่ายโมง และอูยองก็ไปถึงก่อนครึ่งชั่วโมง เขาโทรหานิชคุณ ตอนที่เขาตัดสินใจไปต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วไว้ก่อน ไหนๆเขาก็มาถึงแล้วนี่ โทรศัพท์ดังอยู่สักพัก ก่อนที่นิชคุณจะรับสาย เหลืออีกสองคิวข้างหน้าก่อนจะถึงเขา

“ฉันซื้อตั๋วเลยนะ นายใกล้ถึงรึยัง”

“อูยอง..” น้ำเสียงกังวลของนิชคุณทำให้เขาเอะใจ

“มีอะไรหรอ”

“แฟนฉันไม่สบายน่ะ ฉันพาเขามาโรงพยาบาล ฉันคงไปช้าหน่อย”

“ไม่..ไม่เป็นไรหรอก” แถวขยับแล้ว อูยองยิ้มถึงแม้ว่าคนปลายสายจะมองไม่เห็น “เราไว้เจอกันวันหลังก็ได้ นายอยู่ดูแลแฟนนายเถอะน่า”

“ฉัน..”

“แค่นี้ก่อนนะ”

อูยองรีบกดวางสาย เมื่อถึงคิวของเขาแล้ว เขาซื้อตั๋วหนังหนึ่งใบสำหรับเรื่องที่พวกเขาตั้งใจมาดูด้วยกัน มันไม่ใช่ว่าเขาจะดูหนังคนเดียวไม่ได้สักหน่อยนี่ แค่นิชคุณมาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าแผนการในวันหยุดของเขาจะต้องล่ม เขาเข้าไปในโรงหนังตามลำพัง เขาเคยดูหนังคนเดียวอยู่หลายครั้ง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้แตกต่างอะไรเท่าไหร่นัก มันเป็นหนังเกี่ยวกับทหารที่ต้องเข้าไปช่วยตัวประกันในสงคราม ถึงจะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยฉากแอคชั่น แต่ก็มีหลายๆฉากที่ทำให้เขาร้องไห้ และมันก็ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เขาเสียน้ำตาตลอดทั้งเรื่อง คืนนั้นอูยองเข้านอนด้วยดวงตาบวมช้ำ เขาโทษหนังเรื่องนั้นที่ทำให้เขาร้องไห้

 

 

นิชคุณมาหาเขาที่ห้องในอาทิตย์ถัดมา พร้อมดีวีดีห้าแผ่น และพิซซ่าอีกสองถาด สาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดี คงเป็นเพราะความชอบและรสนิยมที่คล้ายกัน ดีวีดีทั้งห้าแผ่นของนิชคุณเป็นหนังเรื่องโปรดของพวกเขาทั้งคู่ อูยองไม่ชอบออกจากบ้าน พอๆกับที่นิชคุณไม่ชอบความวุ่นวาย พวกเขาสามารถใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายนอนดูหนังที่พวกเขาต่างก็เคยดูมาแล้วนับสิบรอบด้วยกัน โดยไม่ต้องออกไปไหนเลย เขาไม่รู้ว่าเผลอหลับไปเมื่อไหร่ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีอูยองก็พบว่านิชคุณกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาได้ยินบทพูดที่เขาจำได้แทบทุกคำจากโทรทัศน์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ แสงของมันสะท้อนอยู่ในนัยตาสีดำขลับของนิชคุณ

“143” จู่ๆนิชคุณก็พูดเลขชุดหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆที่ระบายบนริมฝีปาก

อูยองขมวดคิ้ว

“นายยังเก็บความลับของฉันไว้รึป่าว”

อูยองพยักหน้า.. “แต่ฉันไม่เข้าใจมัน”

 

 

IPRVECRU

 

อูยองเจอกระดาษใบนั้นอีกครั้ง ตอนที่เขากำลังเก็บของเพื่อเตรียมย้ายออกจากหอพัก เขาเพิ่งสอบปลายภาคสำหรับเทอมสุดท้ายเสร็จ สี่ปีมาแล้วที่ความลับของนิชคุณ ยังคงถูกเก็บเป็นความลับที่ไม่มีใครได้รู้ เขาพับกระดาษใบนั้นเก็บไว้ในกล่องตามเดิม เมื่อโทรศัพท์มือถือของเขาส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความใหม่

 

NHK: สอบเสร็จแล้วโว้ยยย

WJY: ดีใจด้วย~

NHK: =]

NHK: สุดสัปดาห์นี้ว่างมั้ย

NHK: ฉลองกัน

WJY: นายเลี้ยงนะ ㅋㅋㅋ

NHK: จะชวนไปเที่ยวต่างหากล่ะ

WJY: ที่ไหนหรอ

NHK: นายเคยบอกว่าอยากไปเล่นสกี แฟนฉันชวนไปพอดี ไปเล่นสกี และนอนค้างสักคืนสนใจมั้ย

อูยองจ้องมองข้อความในโทรศัพท์อยู่สักพัก เวลาที่เขาคุยกับนิชคุณ พวกเขามักจะพูดกันได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะหัวข้ออะไรก็ตาม เมื่อเรื่องหนึ่งจบลง ก็จะมีใครสักคนเริ่มเรื่องใหม่ขึ้นมาทันที มันเหมือนการสนทนาที่ไม่มีวันจบ พวกเขาเคยแม้กระทั่งคุยกันทั้งคืน จนต่างฝ่ายต่างก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว แต่มันก็มีบางที เช่นตอนนี้ที่จู่ๆเขาก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ เขาเริ่มพิมพ์อย่างช้าๆทีละตัวอักษร ฉันไม่ชอบหิมะ.. ก่อนที่เขาจะลบมันทิ้ง

จนเมื่อโทรศัพท์ในมือของเขาเริ่มสั่นเพราะสายที่โทรเข้ามา อูยองถึงรู้ตัวว่าเขายังไม่ได้ตอบคำถามของนิชคุณ เขากดรับสายเมื่อมันดังเป็นครั้งที่สาม

“ว่าไง นายจะไปเที่ยวด้วยกันมั้ย”

“ฉันคงไปไม่ได้น่ะ ฉันต้องเก็บของเตรียมย้ายหอ”

“ฉันอยากให้นายไปด้วย”

อูยองยิ้ม ก่อนจะตอบกลับไป “นายไม่อยากหรอก”

 

 

คืนวันศุกร์ อูยองเก็บของบนโต๊ะทั้งหมดไว้ในกล่องเพื่อเตรียมย้ายออก เขามองห้องที่อาศัยอยู่มาสี่ปีโล่งขึ้นอย่างไม่คุ้นตา มันเป็นความใจหายเมื่อเขาตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอีกช่วงหนึ่งของชีวิต เขาเรียนจบแล้ว ในวันพรุ่งนี้เรื่องที่เขาจะต้องกังวลไม่ใช่เรื่องในห้องเรียนหรือในห้องสอบอีกต่อไป หลังจากนี้ถ้าหากเขาเจอโจทย์คำถามยากๆในชีวิต เขาไม่สามารถยกมือถามอาจารย์ได้ และโจทย์คำถามเหล่านั้นจะไม่มีเฉลย ไม่มีคำตอบ ถึงแม้ว่าเขาจะอยากยอมแพ้ และอยากรู้คำตอบของมันมากแค่ไหน เพราะเขาต้องเป็นคนคิดคำตอบที่ถูกที่สุดขึ้นมาเอง เขากำลังจะต้องเริ่มใช้ชีวิต ลึกๆแล้ว เขารู้สึกหวั่นกลัวอนาคตต่อจากวันนี้

เขาได้งานพาร์ทไทม์ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งใกล้ๆอพาร์ทเม้นต์ใหม่ที่เขากำลังจะย้ายไป แต่แน่นอนว่าเขาจำเป็นจะต้องหางานประจำด้วย เขายื่นใบสมัครไปแล้วสองสามบริษัทแต่ยังไม่มีที่ใดติดต่อกลับมา อูยองเข้านอน แต่เพราะความกังวลหลายอย่าง ทำให้คืนนั้นเขานอนไม่หลับ เขารู้ว่านิชคุณจะออกไปต่างจังหวัดในวันพรุ่งนี้ เขาเลยตัดสินใจไม่โทรหาเหมือนทุกครั้งที่เขามีเรื่องไม่สบายใจ

อูยองสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูประสานกับเสียงโทรศัพท์ในวันต่อมา เขาหรี่ตาเมื่อพบว่าแสงอาทิตย์กำลังส่องสว่างจ้าเข้ามาในห้อง เขาควานหาโทรศัพท์มือถือและพบมันอยู่ใต้หมอน มันหยุดส่งเสียงร้องแล้ว แต่เสียงเคาะประตูจากหน้าห้องยังคงดังอย่างต่อเนื่อง อูยองกดดูเวลาที่มือถือและพบว่ามันเป็นเวลาเกือบบ่ายสอง และเขามีสายที่ไม่ได้รับจากนิชคุณเกือบสิบสาย

เขาพยายามสลัดความมึนเบลอที่มีอยู่และเดินไปเปิดประตูให้ใครก็ตามที่กำลังจะพังประตูเขาอยู่ในตอนนี้

“นายมาทำอะไรเนี่ย” อูยองพูด เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือคนที่ควรจะไปเล่นสกีอยู่บนภูเขาสักลูกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน

“นี่นายเพิ่งตื่นหรอ” นิชคุณไม่สนใจคำถามของเขา ดวงตาคมกวาดสายตาดูร่างเล็กในชุดนอนตัวหลวมโพร่ง

“ฉันนึกว่านายไปเที่ยวกับแฟนซะอีก”

“เด็กโง่ นี่นายเรียนจบก่อนฉันได้ไงกันนะ” นิชคุณระบายยิ้มขบขันบนเรียวปาก “ถ้านายไม่ไปด้วย ฉันจะไปได้ยังไง”

“เกี่ยวอะไรด้วย” อูยองขมวดคิ้ว ในขณะที่นิชคุณฉีกยิ้มกว้างและเดินแทรกเข้าไปในห้อง

“ฉันเป็นสุภาพบุรุษนะ จะให้ไปต่างจังหวัดกับผู้หญิงสองต่อสอง ฉันกลัวว่ามันจะดูไม่ดี ผู้หญิงเขาจะเสียหายได้น่ะ”

“สุภาพบุรุษ?” อูยองหันมองตามร่างสูงที่เริ่มเดินสำรวจห้องของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต

“นายกินอะไรรึยัง” นิชคุณเปลี่ยนเรื่อง เขาเริ่มเปิดตู้เย็นของอูยอง มันแทบจะว่างเปล่า “นายต้องกินอะไรบ้างนะ นายผอมลงเยอะรู้มั้ย”

เพราะว่าเขาอยู่ตัวคนเดียว บางวันอูยองก็ตื่นสายจนเลยมื้ออาหารไปหมดแล้ว บางวันเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าที่จะออกไปหาอะไรกิน ทำให้กลายเป็นว่าช่วงหลังๆมานี้ หากไม่มีธุระต้องออกไปไหน เขากินข้าวแค่วันละมื้อเท่านั้น และเขาเองก็รู้สึกว่าน้ำหนักของเขาหายไปได้สักห้าหกกิโลแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

“ฉันทำอะไรให้กินเอามั้ย”

“นายทำอาหารเป็นด้วยหรอ”

“ไม่รู้สิ ปกติเคยแต่ทำกินเอง ไม่เคยทำให้ใครกินมาก่อนเลย”

อูยองยิ้มบางๆใบหน้าของเขาดูเหนื่อยอ่อน “ฉันอยากนอนต่อ”

นิชคุณเดินตามมานั่งข้างเตียง เมื่ออูยองมุดกลับไปนอนซุกในผ้าห่ม มือใหญ่ทาบบนหน้าผากของอูยอง

“ไม่ได้ไม่สบายใช่มั้ย”

“แค่ง่วงน่ะ” อูยองพึมพำ

“งั้นก็นอนไป เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กิน แล้วค่อยตื่นมากินนะ”

“นายไม่ต้องไปไหนแล้วหรอ”

นิชคุณยิ้มให้คนที่พูดทั้งที่ยังหลับตา

“ไม่ไปแล้ว”

อูยองพบว่าความกังวลที่เกิดกับเขาเมื่อคืน ความกังวลถึงอนาคต การเริ่มต้น การเป็นผู้ใหญ่ ทั้งหมดนั้นได้หายไปแล้ว เพียงเพราะคำพูดสามพยางค์ และสัมผัสอุ่นๆของมือใหญ่บนหน้าผาก

 

 

นิชคุณเป็นคนช่วยเขาขนของมาที่อพาร์ทเม้นใหม่ พวกเขาช่วยกันขนของใส่รถมือสองของนิชคุณ และช่วยกันลำเลียงข้าวของในกล่องกระดาษพวกนั้นขึ้นมาในห้องใหม่ที่ใหญ่ขึ้นมาจากหอพักสมัยเรียนเล็กน้อย พวกเขาต้องขึ้นลงลิฟต์อยู่สามรอบ ก่อนที่ของทุกอย่างจะถูกย้ายขึ้นมา อูยองรื้อของออกจากกล่องและเริ่มจัดบ้าน ในขณะที่นิชคุณเข้าไปในครัวพร้อมกับอุปกรณ์ทำครัวที่นิชคุณซื้อมาให้เป็นของขวัญรับวันขึ้นบ้านใหม่ และเริ่มยึดพื้นที่ในครัวนั้นเป็นของตัวเอง

“นายไม่มีอะไรต้องทำแล้วหรอไง” อูยองกล่าวอย่างขบขัน ในเย็นวันหนึ่งเมื่อเขากลับมาถึงบ้านหลังเลิกงาน และพบนิชคุณกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว

“ฉันปิดเทอมอยู่น่ะ” นิชคุณตอบ ก่อนจะบังคับให้เขาชิมอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จ

“นายไม่ควรจะเข้ามาใช้ครัวบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนะ”

“นายก็ไม่ควรตั้งพาสเวิร์ดเข้าห้องเป็นวันเกิดฉันสิ มันเดาง่ายจะตาย” นิชคุณฉีกยิ้ม “อร่อยมั้ย”

“เค็มอะ ได้ล้างมือก่อนทำปะ” อูยองเบ้ปาก ก่อนจะหัวเราะคิกออกมา “ล้อเล่น”

นิชคุณยื่นกระดาษเช็ดปากให้อูยอง ที่มีรอยเลอะที่มุมปาก

“รู้มั้ย ทำไมฉันถึงชอบทำอาหารให้นาย”

อูยองเงยหน้าขึ้นสบตาของนิชคุณ

“เพราะว่าฉันชอบมองนายกิน ไม่ว่าฉันจะทำอะไรให้นาย นายก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเสมอ คนทำอาหารน่ะมีความสุขที่สุดตอนนั้นนั่นแหละรู้มั้ย”

ดวงตาคู่เล็กค่อยๆยิ้มออกมาจนกลายเป็นขีดเส้นเล็กๆ

 

 

นิชคุณยังคงแวะมาหาเขาเป็นประจำ ถึงแม้ว่านิชคุณจะเปิดเทอมแล้ว และอพาร์ตเม้นท์ของอูยองก็อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยพอสมควร แต่นิชคุณก็มักจะมาหาเขาในตอนเย็น พร้อมด้วยของสดสำหรับทำอาหาร พวกเขาจะกินข้าวด้วยกัน ในขณะที่แลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวัน ถ้าอูยองเหนื่อยจากงาน นิชคุณก็จะรับฟัง นิชคุณเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ และเป็นคนที่มีทักษะการพูดให้กำลังใจได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้อูยองรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยด้วย อูยองสามารถคุยกับนิชคุณได้ทุกเรื่อง ทุกเรื่องจริงๆ ตั้งแต่เรื่องไร้สาระไปจนถึงเรื่องที่จริงจัง นั่นทำให้อูยองพร้อมที่จะรับฟังนิชคุณเช่นกัน ไม่ว่านิชคุณจะมีปัญหาที่อยากระบาย หรือมุกตลกที่อยากจะเล่า

ในบางวันถ้าพวกเขาเผลอคุยกันจนดึกเกินไป นิชคุณก็จะมานอนค้างด้วย เพื่อที่บทสนทนาของพวกเขาจะสามารถดำเนินไปได้ตลอดทั้งคืน

“พรุ่งนี้ไปไหนกันดี” นิชคุณพูดขณะนั่งลงข้างเตียงที่อูยองกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ มันเป็นคืนวันศุกร์ พวกเขาทานข้าว และดื่มกันนิดหน่อย นิชคุณจึงตัดสินใจนอนค้างคืนที่นี่แทนที่จะขับรถกลับไป

อูยองยิ้ม เขาวางหนังสือลง และพลิกตัวไปหานิชคุณ คิ้วมุ่นเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

“นายไม่ไปเดทกับแฟนนายบ้างหรอ”

นิชคุณหันมายิ้มให้เขา ก่อนจะหันมองไปทางอื่น “…เลิกกันแล้วล่ะ”

แต่อาจเป็นเพราะว่าอูยองที่ยังคงจ้องมองเขาอย่างเป็นกังวล นิชคุณจึงหันกลับมา

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ มันไม่มีอะไรหรอก เราแค่ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เราเลยมานั่งคุยกัน แล้วตกลงว่าเลิกกันดีกว่า”

“งั้นหรอ”

“อืม” นิชคุณยิ้มให้อูยองที่ยังคงมีสีหน้าไม่สบายใจ

“นาย… ไม่เป็นไรใช่มั้ย” อูยองถามขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก “เผื่อว่านาย.. เสียใจ หรือถ้ามีอะไรนายเล่าให้ฉันฟังได้นะ ฉันหมายถึง เพราะว่าเราก็เป็นเพื่อนกัน”

อูยองสบตาของนิชคุณ เพราะว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่พร้อมรับฟังกันทุกอย่างไม่ใช่หรอ ถ้านิชคุณมีเรื่องไม่สบายใจ เขาเองก็อยากเป็นคนที่ช่วยแบ่งเบาปัญหาเหล่านั้นให้นิชคุณได้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจ.. ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถให้คำปรึกษาอะไรกับนิชคุณได้ เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้จักความรักดีเท่าไหร่นัก

แต่ทั้งๆที่เขาเป็นคนอาสาที่จะปลอบใจ แต่กลับกลายเป็นนิชคุณที่ยิ้มให้เขา นิ้วมือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของอูยอง “อย่าคิดมากเลยนะ” นิชคุณตอบเพียงแค่นั้น

อูยองเม้มริมฝีปากลง ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อ

 

 

เขาไม่ได้รู้ตัวเลยตอนที่พื้นที่ในตู้เสื้อผ้าของเขาเริ่มมีเสื้อผ้าของนิชคุณเข้ามาเก็บอยู่ครึ่งหนึ่ง นิชคุณแวะมานอนค้างที่ห้องของเขาบ่อยขึ้น และเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน ในห้องน้ำมีแปรงสีฟันสองอันอยู่ข้างกันที่หน้ากระจก บนชั้นหนังสือมีหนังสือของเขาและของนิชคุณวางอยู่เต็มชั้น เขาเคยชอบสีน้ำเงิน และเขาเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขามองว่าสีน้ำเงินกับสีแดงก็เป็นคู่สีที่เข้ากันดี เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ การกลับบ้านมาหากัน กินข้าวด้วยกัน และนอนหลับไปพร้อมกัน จนเมื่อเขาพบว่าเขาไม่สามารถหลับตาลงได้ หากที่นอนข้างๆนั้นว่างเปล่า

“ยังไม่นอนหรอ”

อูยองนั่งอยูที่ปลายเตียง ตอนที่นิชคุณเดินเข้ามา

“นายไปไหนมา”

“ไปดื่มกับเพื่อนมานิดหน่อยน่ะ”

“งั้นหรอ” น้ำเสียงห้วนๆของอูยอง ทำให้นิชคุณรู้สึกผิดสังเกตได้ไม่ยาก

“นาย.. โกรธหรอ”

“ทำไมฉันต้องโกรธด้วยล่ะ นายจะไปไหนมันก็เรื่องของนายนี่ นายจะกลับดึกแค่ไหน ทำไมฉันต้องโกรธด้วย มันไม่ใช่บ้านนายสักหน่อย หอพักนายก็มี นายไม่จำเป็นต้องกลับมาที่นี่เลยก็ได้ด้วยซ้ำ..”

อูยองหยุด เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเขาต้องรอนิชคุณ ทั้งที่ไม่มีใครบอกให้เขารอ ทำไมเขาต้องหงุดหงิด ที่นิชคุณไปดื่มกับเพื่อนโดยไม่บอกอะไรเขาสักคำ

และอูยองก็ไม่ได้สังเกตว่าคนที่กำลังถูกเขาโมโหอย่างไร้เหตุผล กำลังอมยิ้มระบายเต็มใบหน้า นิชคุณก้าวมาข้างหน้า และนั่งลงกับพื้นข้างหน้าเขา

“ฉันขอโทษ” นิชคุณมองขึ้นเพื่อสบตาอูยองที่นั่งก้มหน้า เขาเอ่ยอย่างจริงใจ “ขอโทษนะ”

“ฉันนึกว่าวันนี้นายจะไม่มาแล้วซะอีก” อูยองไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมเขาถึงเริ่มร้องไห้ เมื่อเผลอสบสายตาที่มองเขาอย่างอบอุ่นเสมอคู่นั้น ไหล่บางสะอื้นสั่นไหว “ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายอยู่ที่ไหน นายจะทำอะไรอยู่ นายจะกินข้าวรึยัง จะกลับมากินด้วยกันมั้ย ฉันจะต้องรอกินข้าวพร้อมนายรึป่าว ฉันต้องรอเข้านอนพร้อมกันรึป่าว”

อูยองร้องสะอึกสะอื้นเหมือนว่าเขาเป็นเด็กตัวน้อยๆ กำปั้นเล็กทุบลงบนบ่าของนิชคุณเป็นการลงโทษ ทำให้คนตรงหน้ากลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่

“วันหลังถ้าฉันจะกลับช้า จะโทรบอกก่อน โอเคมั้ย”

“ไม่ต้องโทรมาเลย ถ้าจะกลับช้าก็ไม่ต้องมา”

“ถ้ารู้ว่ามีคนรออยู่อย่างนี้ ใครจะใจร้ายไม่กลับมาหาได้ลง” นิ้วมือเรียวกวาดน้ำตาออกจากพวงแก้มที่ร้องไห้จนแดงก่ำ

“ยิ้มอะไรของนาย สนุกหรอ?” อูยองมองค้อนใบหน้าที่ยิ้มกรุ่มกริ่มของอีกคน

“เด็กโง่” นิชคุณหัวเราะอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าวันนั้นอูยองจะไม่ยอมให้เขานอนบนเตียง และไล่เขาไปนอนบนพื้นห้อง แต่นิชคุณก็รู้สึกว่ามันเป็นวันหนึ่งที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต

 

หลังจากนั้นไม่เคยมีสักวันที่อูยองร้องไห้เพราะนิชคุณอีก นิชคุณทำตามสัญญา เขาโทรมาหาอูยองทุกครั้งถ้าจะต้องออกไปไหน และรีบกลับมาหา เพื่อที่จะได้เข้านอนไปพร้อมกัน ไม่มีวันไหนเลย ที่พวกเขาจะไม่ได้คุยกัน ถึงแม้จะต้องห่างกัน นิชคุณก็ส่งข้อความมาหาเขาเสมอ หลังจากที่นิชคุณเรียนจบ และต้องย้ายออกจากหอพักของมหาวิทยาลัย พวกเขาก็ตกลงกันที่จะหารค่าเช่าอพาร์ทเม้นด้วยกัน นิชคุณย้ายเข้ามาและกลายเป็นรูมเมทของอูยองอย่างเต็มตัว

เมื่อรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็อยู่ด้วยกันมาห้าปีแล้ว แต่อูยองไม่เคยเบื่อที่จะกินอาหารฝีมือของนิชคุณ ไม่เคยเบื่อที่จะพูดคุยกันก่อนนอนจนผล็อยหลับไป เขาไม่เบื่อที่จะตื่นมาฟังเสียงของน้ำฟักบัวกระทบพื้น และรอกล่าวอรุณสวัสดิ์กับนิชคุณที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาไม่เคยเบื่อ และรู้สึกสนุกเสมอกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ได้ทำด้วยกัน อย่างเช่นการช่วยกันเลือกเสื้อผ้าก่อนออกไปทำงาน หรือการนั่งวาดรูปด้วยกันในช่วงบ่ายวันหยุด ถึงแม้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างซ้ำๆมาตลอดห้าปีโดยไม่มีอะไรหวือหวาจนอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นวงจรชีวิตที่น่าเบื่อ การตื่นเช้า ออกไปทำงาน กลับบ้าน และเข้านอน เพื่อที่จะตื่นเช้าในวันต่อไป และเริ่มวงจรเดิมอีกครั้ง แต่อูยองก็มีความสุขกับทุกวันที่ผ่านมา

 

“นึกยังไงถึงชวนมากินข้าวข้างนอกล่ะ” อูยองเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติพวกเขามักจะทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน แต่วันนี้ระหว่างที่เขากำลังง่วนกับการทำงาน เขาก็ได้รับข้อความจากนิชคุณ ให้มาเจอกันที่ร้านอาหาร

นิชคุณยิ้ม เป็นรอยยิ้มเหมือนสมัยที่นิชคุณเคยสอนพิเศษให้เขา รอยยิ้มของคนที่รู้คำตอบ แต่ไม่ยอมเฉลยออกมา

“มีอะไร” อูยองถามอย่างรู้ทัน มันไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปที่นิชคุณจะจองโต๊ะในร้านอาหารอิตาเลี่ยนสำหรับมื้อค่ำ

นิชคุณยกแก้วไวน์ขึ้นแกว่งเบาๆก่อนจะจิบมันด้วยเรียวปากที่ยิ้มกริ่ม

“ฉันคิดว่าจะซื้อบ้าน เป็นบ้านเดี่ยว ไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่ก็น่ารักเลยล่ะ”

“ซื้อบ้าน..” อูยองทวนด้วยเสียงแผ่วเบา เขาไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน พวกเขาเช่าอพาร์ทเม้นอยู่ด้วยกันมาตลอด แน่นอนล่ะว่าเขารู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ในบ้านเช่าไปได้ตลอดชีวิต มันต้องมีสักวันนึงที่นิชคุณต้องอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง มีชีวิตของตัวเอง “หมายความว่านายจะย้ายออกหรอ”

อูยองกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างเคยตัว เขาไม่เคยมีความคิดที่จะอยู่คนเดียวมาก่อน นั่นเป็นสาเหตุของอาการโหวงเหวงแปลกๆในท้องที่ทำให้ความอยากอาหารของเขาหายไปจนเขาต้องวางมีดและส้อมลง

อูยองพยายามจะเงยหน้าขึ้นเพื่อยิ้มให้นิชคุณ จริงๆแล้วการขึ้นบ้านใหม่ย่อมเป็นข่าวที่น่ายินดี แต่เขาก็ทำไม่ได้

“ใช่” อูยองได้ยินเสียงของนิชคุณตอบกลับมา

“ต่อไปก็ไม่มีใครช่วยฉันจ่ายค่าเช่าแล้วสินะ” อูยองพูดออกมาในที่สุด เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม น้ำเย็นไหลผ่านลำคอที่แห้งผากของเขา

“อูยอง” นิชคุณเรียกเขา หลังจากเงียบไปสักพัก “นายจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันใส่ชื่อนายเป็นเจ้าของบ้านด้วย”

“……”

นิชคุณฉีกยิ้ม เมื่ออูยองเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสีหน้าที่สับสน

“นายเคยบอกว่าอยากอยู่บ้านเดี่ยวมากกว่าไม่ใช่หรอ เราจะได้เลี้ยงหมาได้ นายอยากได้ลูกหมาน่ารักๆนี่นา ถึงจะหลังไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีสนามหญ้าเล็กๆ ถ้าอยู่ที่นั่นเราจะมีพื้นที่ให้มันด้วยนะ”

อูยองได้แต่จ้องมองนิชคุณอย่างประหลาดใจ เขาเคยเล่าความฝันอยากมีบ้านหลังเล็กๆที่อบอุ่นให้นิชคุณฟัง ที่นั่นเขาจะเลี้ยงลูกหมา และนั่งมองมันวิ่งเล่นบนสนามหญ้า แต่เขาไม่คิดว่านิชคุณจะจำมันได้ทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้นนิชคุณกำลังจะทำมันให้เป็นจริงงั้นหรือ

“ฉันให้นายทดลองอยู่ฟรีก่อนก็ได้นะ นานเท่าไหร่ก็ได้จนกว่าจะพอใจ” นิชคุณเอื้อมมาจับมืออูยองไว้ เขาลูบบนหลังมืออย่างอ่อนโยน

“ฉันจะมีห้องของตัวเองมั้ย” อูยองต่อรอง

“มันมีสองห้องนอน ฉันยกให้นายห้องนึงก็ได้”

“อืม” อูยองเม้มปาก ขณะพิจารณาของเสนอของนิชคุณ

“ว่าไง” นิชคุณเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “อยู่ด้วยกันนะ”

มันมีความหมายมากมายอยู่ในคำขอของนิชคุณ อยู่ด้วยกันนะ ความหมายที่มากกว่าวันที่พวกเขาตกลงเป็นรูมเมท ความหมายที่มากกว่าวันที่นิชคุณย้ายของเข้ามาในอพาร์ทเม้นของเขา คำขอที่อูยองรู้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของพวกเขาตลอดไป

 

 

อูยองหยิบกระดาษที่ซ่อนความลับของนิชคุณไว้กว่าสิบปีขึ้นมาอีกครั้ง เขานั่งลงบนเตียงสีฟ้าอ่อน และอ่านลายมือที่เขียนอย่างบรรจงนั้นอีกครั้ง IPRVECRU รอยยิ้มหวานค่อยๆระบายบนพวงแก้มสีอ่อนระเรื่อ

“อูยอง.. อูยอง” เขาได้ยินเสียงนิชคุณเรียกจากห้องโถง

อูยองวางกระดาษนั้นลงในกล่อง เขาลุกออกจากห้องนอนใหม่ที่ยังจัดไม่เสร็จดีนัก เขาได้ห้องของตัวเอง นิชคุณแต่งห้องให้เขาด้วยสีฟ้าและขาว มันอบอุ่นสบายตาด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน และแสงไฟสีส้ม นิชคุณไม่ลืมที่จะวางโต๊ะสำหรับวาดภาพให้เขาไว้ที่มุมห้อง ในขณะที่อีกมุมหนึ่งเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดของเขาเมื่อสองปีก่อน

“มีอะไรหรอ” อูยองเอ่ยถามเมื่อพบนิชคุณยืนอยู่ที่เค้าต์เตอร์ครัว ก่อนจะสังเกตเห็นขวดแชมเปญในมือของนิชคุณ

“แค่อยากจะกล่าวอย่างเป็นทางการหน่อยน่ะ” นิ้วมือเรียวยาวของนิชคุณค่อยๆเปิดขวดออก มันส่งเสียงป้อกเบาๆเมื่อนิชคุณบิดจุกไม้ก้อกออกมา ก่อนจะเทน้ำสีเหลืองอ่อนที่มีกลิ่นหอมหวานลงในแก้วไวน์ทรงสูงสองใบ

“ยินดีต้อนรับ” นิชคุณยื่นเครื่องดื่มให้แก่อูยอง “สู่บ้านของเรา”

“แด่บ้านหลังใหม่ของเรา” อูยองชนแก้วกับนิชคุณ ก่อนจะกลืนน้ำรสหวานนุ่มที่ซาบซ่าลงในลำคอ เขาตั้งใจจะจิบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันยังเร็วเกินไปที่จะดื่ม แต่ยังไม่ทันที่เขาจะวางแก้วลง นิชคุณก็ท้าเขา

“หมดแก้ว” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ร่างสูงจรดขอบแก้วลงบนริมฝีปากอิ่มก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด

อูยองส่ายศีรษะ ถ้าเป็นโซจูที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อเขาจะไม่ว่าเลย แต่แชมเปญราคาแพงอย่างนี้ เขาควรจะได้ดื่มอย่างละเมียดละไมรสชาติของมันกว่านี้ไม่ใช่หรอ

“หมด แก้ว” นิชคุณกล่าวซ้ำอีกครั้ง

อูยองถอนใจยอมแพ้ ฟองนุ่มละเอียดเหมือนเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งสัมผัสริมฝีปากของเขาเมื่อเขาจรดขอบแก้วกับเรียวปาก กลิ่นหอมละมุนกลั้วในลำคอเมื่อเขาปล่อยให้แชมเปญเย็นฉ่ำไหลรินอย่างต่อเนื่องลงไปจนหมด แอลกอฮอลล์ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกอุ่นวูบขึ้นจนเขามั่นใจได้ว่าแก้มของเขากำลังกลายเป็นสีแดงปลั่ง

นิชคุณรินให้พวกเขาอีกคนละแก้ว แก้วทรงสูงซึ่งถูกเติมด้วยของเหลวที่ส่งเสียงซ่าอย่างแผ่วเบาใบนึงถูกส่งให้เขา ในขณะที่นิชคุณใช้นิ้วเกี่ยวที่ฐานแก้วอีกใบไว้และจิบมัน ชายหนุ่มพิงกายกับเค้าต์เตอร์ครัวด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายดื่มเครื่องดื่มในมือตัวเองอย่างช้าๆ ขณะจ้องมองมาที่ร่างเล็กเจ้าของแก้มกลมสีฝาดแดง

อูยองกุมแก้วไวน์ไว้ด้วยสองมือ เขาดื่มมันต่ออย่างช้าๆ ด้วยความประหม่า สายตาของนิชคุณเปลี่ยนไป นัยตากลมสีเข้มแฝงด้วยความลับที่กำลังส่งเสียงวาวระยับ ความลับที่เขาไม่อาจเข้าใจ ช่วงขณะหนึ่งมันเต็มเปี่ยมด้วยความสุข แต่ในแววตาที่วูบไหวมีความผิดหวังลึกๆซ่อนอยู่ในนั้น ดูราวกับสายตาของเด็กชายที่กำลังจ้องมองดูขนมหวานของโปรดผ่านตู้กระจกอย่างหลงใหล ในกระเป๋าของเขาว่างเปล่า เขาสงสัยว่าจะซื้อมันได้รึเปล่านะ เด็กชายคนนั้นแกว่งเครื่องดื่มในแก้วเพื่อค้นหาเหรียญทองที่ซุกซ่อนอยู่ เขานับมันทีละเหรียญ ขณะดื่มกลืนน้ำสีอำพัน

นิชคุณวางแก้วเครื่องดื่มของตัวเองที่เหลือเป็นประกายสีทองอยู่ก้นแก้วลงก่อนจะก้าวมาข้างหน้า มือหนาแย่งแก้วจากมืออูยองไปถืออย่างง่ายดาย เขาแตะขอบแก้วเย็นเฉียบลงบนกลีบปากสีชมพูฉ่ำป้อนน้ำรสละมุนลงในโพรงปาก โดยที่อูยองไม่ทันได้คาดคิด เด็กชายคนนั้นก้มลงเพื่อชิมรสขนมหวานที่เฝ้ามองมาทั้งชีวิต นิชคุณจูบเขา

รสจูบหวานวาบดูดดึงบนเรียวปากอย่างละเมียดละไม เหมือนว่าเขากำลังจิบชิมแชมเปญอย่างช้าๆ ความซาบซ่านค่อยๆแผ่ซ่านในร่างกายของเขาเหมือนฟองสีขาวเล็กๆที่ลอยฟุ้งอยู่ในแก้วไวน์

นิชคุณผละออก โดยไม่ถอนสายตาจากเขา เพื่อวางแก้วของเขาลง เพื่อให้สามารถใช้มือทั้งสองข้างรั้งตัวเขาเข้าไปในอ้อมกอด

“รู้มั้ยว่าทำไมเราถึงเก็บแชมเปญไว้สำหรับวันพิเศษ”

นิชคุณจรดริมฝีปากลงบนปากของคนในอ้อมแขน ละเลียดบนกลีบปากฉ่ำหวานอย่างอ่อนโยน

“เราทุกคนรู้ว่าแชมเปญนั้นอร่อย และหอมหวาน แต่ช่วงเวลาที่พิเศษ ทำให้รสชาติของมันพิเศษยิ่งกว่าเดิม”

นิ้วหัวแม่มือของนิชคุณลูบกลีบปากล่างที่เผยอออกของอูยอง สัมผัสอุ่นวนเป็นวงกลมทำให้เจ้าของกลีบปากรู้สึกกระหาย ดวงตาฉ่ำเยิ้มช้อนขึ้นมองอย่างเว้าวอน เขาต้องการดื่มมันอีก แชมเปญกลิ่นหอมหวานนั้น ดวงตาปรือพริ้มหลับเมื่อนิชคุณป้อนจูบรสแชมเปญที่ชวนให้มึนเมาให้เขาอีกครั้ง เขาดื่มกลืนจนรู้สึกร้อนวูบในช่องท้อง เรียวลิ้นฉ่ำหวานป้อนรสจูบหอมละมุนกลั้วเคล้าในโพรงปาก พาให้มึนเมาจนไม่อาจทรงตัวไหว ความรู้สึกวาบหวามที่เขาไม่เคยได้สัมผัส เหมือนแชมเปญที่ถูกบ่มจนได้รสกลมกล่อม แตกต่างกับความอ่อนละมุนที่นิชคุณแอบขโมยจูบเขาในคืนที่คิดว่าเขาหลับสนิท

นิชคุณประคองใบหน้าของเขาไว้ และจ้องมองมันอยู่สักพัก ร่างสูงโน้มลงเพื่อจุมพิตเรียวปากแดงก่ำอีกครั้ง และอูยองก็ไม่ได้ปฏิเสธมัน เขาเพียงแต่ยืนนิ่ง และสบสายตาที่เปี่ยมความหมายนั้นตอบกลับไป เขาปล่อยให้นิชคุณทำทุกอย่างที่ต้องการ เพราะเขารู้ว่านิชคุณรอคอยมานานแค่ไหน แชมเปญสีสวยที่นิชคุณเคยทำได้เพียงแอบขโมยชิมรสหวาน นิชคุณก้มจูบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า อูยองยอมให้นิชคุณช่วงชิงลมหายใจร้อนผ่าวของตัวเองด้วยเรียวลิ้นหวานฉ่ำ เค้นคลึงบนเรียวปากเพื่อดูดดื่มรสสัมผัสอ่อนหวานจนหยาดหยดสุดท้าย นิชคุณถอนจูบออกอย่างอ่อนโยน และอ้อยอิ่ง เขากอดอูยองอยู่นิ่งๆต่ออีกนับสิบนาที ก่อนจะปล่อยให้อูยองกลับไปจัดของที่ห้องต่อ

 

 

นิชคุณไม่อยู่ในห้องตอนที่อูยองเข้าไป เสียงน้ำฝักบัวดังลอดออกมาเบาๆจากในห้องน้ำ ในขณะที่ห้องนอนของอูยองตกแต่งด้วยสีฟ้าเป็นหลัก ห้องของนิชคุณตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวและดำอย่างเรียบหรู มีของตั้งโชว์เป็นบางชิ้นที่เป็นสีแดงสะดุดตา อูยองคลานขึ้นไปบนเตียงขนาดใหญ่ ซุกตัวเข้าไปในผ้านวมสีขาว ก่อนจะเปิดไฟที่หัวเตียง เขาหยิบแว่นและหนังสือมาจากห้องของเขาด้วย เมื่อเขาจัดที่นอนให้ตัวเองบนเตียงของนิชคุณเสร็จ อูยองก็หยิบแว่นสายตาขึ้นมาใส่ และเริ่มอ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้จากคืนก่อน

“ฉันคิดว่านายบอกว่านายอยากนอนห้องตัวเอง” เพราะว่าอูยองมัวแต่สนใจเรื่องราวในหนังสือที่อ่านอยู่ เขาเลยไม่รู้ตัวว่านิชคุณออกจากห้องน้ำแล้ว จนเมื่อที่นอนข้างๆยุบตัวลง และกลิ่นหอมของสบู่อาบน้ำที่เขาคุ้นเคยดีขยับเข้ามาใกล้

“ฉันยังเก็บห้องไม่เสร็จเลย แล้วมันก็รกไปหมด ฉันขอนอนด้วยได้มั้ย” อูยองพูด ยังคงตั้งใจอ่านหนังสือในมือ จนไม่ได้สังเกตว่านิชคุณกำลังหัวเราะในลำคอ อูยองอ่านจนจบบทที่ค้างไว้ เพื่อหันมาสบตาของนิชคุณที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

“อะไร” อูยองเอ่ยถาม

“นายจะจัดห้องเสร็จเมื่อไหร่”

“ไม่รู้สิ” อูยองตอบ

“มันคงจะรกมากๆ”

“ของฉันเยอะน่ะ”

นิชคุณถอดแว่นของอูยองออก คนตัวเล็กกว่าขบเม้มปากเบาๆ เมื่อสบสายตาที่เคลื่อนเข้าใกล้ รสจูบอุ่นๆเมื่อตอนบ่ายยังคงอ้อยอิ่งอยู่เหนือริมฝีปาก นิชคุณเอื้อมข้ามร่างเล็กเพื่อวางแว่นกรอบกลมไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เขาไม่ลืมที่จะหยุดเพื่อจะฝังจมูกลงไปในแก้มกลม และสูดหายใจเอากลิ่นหอมอ่อนๆนั้นเข้าไปเต็มปอด

“งั้นก็นอนด้วยกันไปก่อนเนอะ” นิชคุณรวบตัวอูยองมากอดไว้แนบอก ยิ้มบางๆเมื่อร่างเล็กขยับเพื่อที่จะซุกเข้ามานอนในอ้อมกอด

“อืมมม” อูยองพึมพำตอบ

“ตอนนี้นายรู้ความลับของฉันรึยัง”

“วันเกิดของฉัน” อูยองยิ้ม “นายไม่ควรจะตั้งรหัสโดยใช้วันเกิดของฉัน มันเดาง่ายนะตาย”

“นายรู้?” นิชคุณเอ่ยอย่างประหลาดใจ

“แต่ฉัน.. ไม่ค่อยเข้าใจมัน” อูยองขมวดคิ้วของตัวเอง “ฉันรู้ว่าจะถอดรหัสมันด้วยวันเกิดของฉัน ฉันรู้ว่าจะต้องแบ่งคำด้วย 143 ตามที่นายเคยบอก แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจมัน”

นิชคุณยิ้มให้อูยองอย่างอ่อนโยน

“แล้วตอนนี้ล่ะ เข้าใจรึยัง”

“เข้าใจแล้ว” อูยองจูบนิชคุณที่ริมฝีปาก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเด็กโง่ที่ต้องใช้เวลาถึงสิบปีเพื่อจะเข้าใจมัน แต่ตอนนี้เขารู้ความลับของนิชคุณแล้ว

 

 

 

 


IPRVECRU เป็นการเข้ารหัสแบบ shift cipher
shift cipher จะใช้การเคลื่อนตัวอักษรไปตาม key ที่กำหนด
เช่น A ใช้ key เป็น 4 เพื่อเข้ารหัสก็คือเลื่อนไป 4 ตำแหน่ง ก็เป็น E
(จริงๆการกำหนดคีย์ไม่ใช่เป็นตัวเลขหรอก ใช้เป็นตัวอักษร อาจเป็นคำ หรือวลีเลยก็ได้)
นิชคุณบอกใบ้ว่า 143 คือให้แบ่งคำออกมาเป็น I PRVE CRU
key ที่ใช้ในการเข้ารหัสคือวันเกิดอูยอง 0430

เมื่อนำมาเรียงกันจะได้

I |  P R V E   | C R U
0|  4 3 0 0    |  4 3 0

จริงๆ มันง่ายจนเห็นก็น่าจะรู้แล้ว แต่อยากให้มันดูมีความหมายนิดนัง
ก็เลยใช้วันเกิดอูยอง ละอีกอย่าง มันไม่ใช่รหัสที่อูยองถอดไม่ได้ แต่แค่ไม่เข้าใจน่ะ ;P

เรื่องนี้ คอนเสปต์คือ อยากเล่าเรื่องของคู่ชีวิต ไม่ใช่แค่คู่รัก
คู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างกัน คอยดูแลกันก็ความสัมพันธ์แบบนั้น มันคือคุณด้งไม่ใช่หรอ ^^
อาจไม่ได้หวานแหววหรอก แต่เรามั่นใจว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดแน่ๆ

 

 

16 comments

  1. กดคลิ้กเข้ามาอ่านอย่างรวดเร็ว อันที่จริงตั้งใจว่าจะอ่านในวันเกิดพี่ด้งเพื่อความฟินที่สมบูรณ์แบบ 😂
    แต่อดใจไม่ไหวอ่อน. อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันอ่อนหวานมาก มันมีคำว่ารักซ่อนอยู่ในทุกการกระทำของพี่คุณ และอ่านอูยองเรื่องนี้เหมือนลูกหมาน้อย เป็นสตอรี่ที่อิ่มไปด้วยความรัก แต่ตัวละครไม่ต้องบอกรักกัน ชอบมากกกก ขอบคุณมากกกค่ะ

    1. เขาบอกรักกันนะ บอกมาตั้งแต่เริ่มเรื่องเลย 55 ไว้วันเกิดอูยองแล้วเข้ามาอ่านอีกทีนะคะ

  2. งืออออ.. หวานลมุล.. เหมือนดอกไม้ต้องละอองน้ำเลยคะ(แหะแหะ บังอาจใช้คำคม😂😂)
    มันเป็นเหตุการธรรมชาติที่ธรรมดาแต่สดชื่น.. ชื่นใจ.. มีความสุข.. ใช่เลยคะ.. ชีวิตคู่มันเป็น
    แบบนี้แหละคะ.. เหมือนจะซ้ำซากจำเจ.. แต่มันมีความสุขอยู่ในความซ้ำซากนั้น.. ชอบมากคะ
    การแต่งฟิคของคุณเลียม.. แล้วก็คิดเหมือนคุณเลียมนะว่าสองคนเค้าอยู่กันมาแบบนี้แหละ☺️
    แต่ใช้เวลานานตั้งสิบปี.. คนพี่ทนมาได้ไง??.. เป็นเราคงอดปล้ำไม่ได้.. น่ารักขนาดนั้น..
    (คนอ่านหื่นไปหน่อย..555)
    แต่ยังขอให้รวมเล่มฟิคอีกแล้วคะ😂😂ซื้อทันแค่ panly beautiful
    รวมเล่มอะไรมาก็ได้ค่ะซื้อหมด😊

    1. ชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ มันก็กลายเป็นความพิเศษได้ ถ้ามีคนพิเศษอยู่ข้างๆเนอะ ฮรอลล อิจพี่ด้ง อยากมีบ้าง ><

  3. ละมุนมากคะ ไม่มีคำว่ารักเลยแต่ รัก มันอยู่ในทุกการกระทำ มันโคตรละมุนเลยคะ อบอุ่นมาก ภาษาสวยมากคะ อ่านลื่นเลย คือเป็นความสัมพันธ์ที่แบบว่าอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปก็ไม่เสียหาย ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเคยเห็นไรต์สปอยในทวิต แต่ก็เดาไม่ถูก คำว่าเด็กไง่ที่พี่คุณใช่กับพี่ด้ง มันดูน่ารักมากๆ เลยคะ ยิ่งเอาภาพพี่ด้งวันนี้มาประกอบยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ อยู่ข้างๆ กันแบบนี้ตลอดไปนะคะ จูบแรกโดนขโมยตอนที่คิดว่าหลับสนิทใช่ไหมท… งื้อออออ แต่จูบที่หวานละมุนที่สุดคงไม่เท่าจูบรสเชมเปญใช่ไหมล่า? แอบหวิวๆ ตอนอ่านที่พี่คุณมีแฟน คือยังไงก็ยังเห็นพี่ด้งสำคัญอยู่ดี ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ที่คนอ่านคนนี้สัมผัสได้มันอารมณ์ประมาณแบบว่าพี่คุณรักพี่ด้ง รักมานานแล้วด้วย แต่พี่ด้งยังไม่รู้ใจตัวเองว่าคืออะไร จนมาตอนสุดท้ายก็อยู่ด้วยกัน คงจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ และเข้าใจว่ารักแล้ว กว่าจะถอดรหัสและเข้าใจมันได้ นานมากเลยคะพี่ด้ง สิบปีเลยนะคะ นานมาก แต่พี่คุณก็ยังคงรอ จนสุดท้าย เราก็รักกัน เย้ๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ อ่านแล้วละมุนแบบสุดๆ

    1. ใช่ค่ะ พี่คุณบอกรักพี่ด้งมาตั้งแต่แรกแล้วแหละ สิบปีที่เหลือคือรอให้พี่ด้งเข้าใจความรักของพี่คุณ ที่เข้ารหัสน่ะไม่ใช่แค่คำว่ารักหรอก แต่อยากให้ทั้งเรื่องซ่อนความรู้สึกของตัวละครที่ค่อยๆเปิดเผยออกมาด้วยค่ะ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นี่คือคอนเสปต์ที่วางไว้ตอนเขียนค่ะ

  4. หวานมากเลยละมุนกะพี่คุณสุดๆ งงรหัสมากตอนแรกจนไรท์มาเฉลยนี่แหละค่ะ55555 เป็นอะไรที่ค่อยเป็นค่อยไปจนเริ่มรักกันมากขึ้นๆ ดูลงตัวมากเลยค่ะ

    1. เฉลยแล้วเข้าใจมั้ยเอ่ย เขียนไม่งงใช่มั้ยคะเราอยากให้ฮอตเตสมีความรู้รอบด้าน เผื่อคัมแบ้กรอบหน้าผชจะเล่นไรแปลกๆอีก 55

  5. ไม่หวานอะไรคะ
    หวานมากกกกกกกกกกกเลยคะ
    หวานสุดๆ ชอบอ่ะ
    จูบที่รอมานาน จูบที่แน่ใจว่าเรารักกันมนแบบ….
    อ๊ากกกกกกก
    คิดเหมือนกันว่าคู่นี้จะเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องเป็นคนที่รักกันและกันตลอดไป

    1. เทียบกับฟิคคนอื่นอาจจะไม่หวานกุ้กกิ้กอะเนอะ แต่เรื่องนี้ก็หวานมากที่สุดเรื่องนึงที่แต่งมาเลยค่ะ และเราก็แต่งอิงจากความสัมพันธ์คุณด้งจริงๆนะ เขาเป็นคู่ที่อยู่ข้างกันมาตลอด และเราก็เชื่อว่าเขาจะอยู่ข้างกันตลอดไป🙂

  6. โอ้ยยยยย ฟิน ฟินมากกกกกก ไม่หวานมากแต่น่ารักมีง้องอนกันเล็กน้อยถึงปลานกลาง ฉากแชมเปนนี่บรรยายได้ดีมากค่ะ ดีมากจนอยากกินแชมเปนแบบนี้กับใครซักคน เป็นฟิคที่เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตโดยแท้จิง การรอใครสักคนกลับบ้าน รอกินข้าวพร้อมกัน รอเข้านอนพร้อมกัน แล้วตื่นมาได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวของอีกคนทำกำลังเปิดอยู่ บอกเลยว่ามันเป็นความใฝ่ฝันเป็นชีวิตในจินตนาการมากค่ะ โดยฉเพราะถ้าเกิดขึ้นจิงกับคุณด้งละก็…….แม่จะยอมนุ่งขาวห่มขาวซักสามเดือนเลยค่าาาาาาา ขอบคุณค่ะที่ทำให้เรายิ้มได่กับหลายๆฉากแม้เป็นเพียงจินตนาการแต่มีความสุขมากจริงๆค่ะ

    1. ฉากแชมเปญนี่ต้องขอบคุณเพลงค้อกเทลของพี่ด้งเลย จากสัมภาษณ์พี่ด้งที่ว่าอยากกลับบ้านมาจิบคอกเทลกับคนรัก ได้พูดคุยกัน แบ่งเบาความไม่สบายใจออกมา ก็คงดี

      เลยจัดให้พี่ด้งเลย เอาพี่คุณไปคุยด้วยก่อนนอน คุยให้สบายใจ เอาแชมเปญไปด้วย แถมให้ คริๆ

  7. เพิ่งได้มาอ่าน ดีใจมากๆเลยค่ะ ช่วงนี้นานๆทีมากจะมีคุณด้งมาให้อ่านกัน
    การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรื่อยๆ แต่แฝงความน่ารัก ความฟิน ปัญหาทั้งสอง ทุกอย่างอยู่ในทุกช่วงเลย
    จริงๆอูยองก็ชอบพี่คุณมาอยู่แล้วแหละเนอะ ปล่อยให้เค้าจูบตั้งหลางหน โดยที่ไม่โต้แย้ง
    ช่วงกลางเรื่องนี่ลุ้นสุดตัว ว่าจะคู่กันมั้ย กลัวไรท์เตอร์เขียนแบบแฮปปี้เอนดิ้งแต่ไม่ได้คู่กัน 555
    ช่วงดื่มแชมเปญฉลอง คิสกันนี่แทบจิกหมอน 555 มันเรื่อยๆแต่ฟินจริงๆนะคะ

  8. หวานละมุนคุณด้ง เข้ามาเจอช้า แต่ความหวานยังคงอยู่ น่ารักดีค่ะ
    มีโค้ดลับให้น้องยองไขรหัส แม้ว่าจะใช้เวลานานถึง 10 ปีก็เถอะนะ
    แต่ช่วงระหว่าง 10 ปีนี่ ไม่เคยต้องห่างกันเลย บางช่วงถึงตัวไกลแต่ก็ยังคุยกัยตลอด
    ว่าแต่ที่มีสาวมาขอคบกะพี่คุณนี่ ตกลงแค่แกล้งอำน้องยองเฉยๆใช่รึเปล่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s