[SF] My little obsession

 

Pairing: KhunWoo
Rate: PG-13

 

ผมชอบออกไปที่ระเบียงห้องในตอนเช้า มองข้ามไปที่อพาร์ทเม้นข้างๆ แสงสีทองของพระอาทิตย์ในรุ่งอรุณ ค่อยๆลอดผ่านตึกฝั่งตรงข้ามพาดผ่านบนประตูไม้สีฟ้าอ่อนบนผนังอิฐสีส้มแสด ลูกบิดทองเหลืองสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาว ระเบียงโลหะสีดำทอดเงาเป็นซี่ๆลงบนผนัง มีต้นเฟิร์นเล็กๆสองสามกระถางห้อยลงมาจากด้านบน กิ่งก้านที่เลื้อยลงมาทอดเงาเป็นเส้นสายแต่งแต้มภาพนั้น จนผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพที่ผมเห็นไว้

 

มันเริ่มจากวันแรกที่ผมย้ายเข้ามา ผมบินมาจากลอสแองเจลิส ที่ๆเวลาต่างจากที่นี่ 14 ชั่วโมง ทำให้ผมตาสว่างทั้งคืนจนเช้า หลังจากความพยายามจะนอนไม่เป็นผลสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจชงกาแฟให้ตัวเองสักแก้วและออกไปสูดอากาศที่ระเบียงห้อง นั่นเป็นตอนที่ผมสังเกตเห็นห้องตรงข้าม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้าม ที่ดินแถวนี้ราคาแพง ที่อยู่อาศัยจึงถูกแบ่งซอยขึ้นไปเป็นตึกสูงแทนการปลูกบ้านเดี่ยวที่ใช้พื้นที่เยอะ และแสงธรรมชาติถูกบดบังจนกว่าจะถึงช่วงสายๆที่พระอาทิตย์โผล่พ้นสิ่งก่อสร้างที่ปลูกกันเบียดเสียด แต่น่าแปลกที่ห้องๆนั้นกลับเป็นห้องเดียวที่ถูกแสงแดดอ่อนอาบไล้พอดีในยามเช้า ราวกับว่ามีใครบางคนตั้งใจให้ผมมองไปที่จุดนั้น ให้ผมถูกสะกดด้วยความงดงามนั้น ผมถ่ายภาพเก็บไว้แล้ว และนั่งมองมันต่อไปสักหน่อย

 

การตัดสินใจในวันนั้นทำให้ผมยังคงตื่นเช้าในทุกๆวัน ผมชอบที่จะเห็นความมืดค่อยๆหลีกหนีให้แก่แสงอาทิตย์ที่กลับเข้ามา ผมจ้องมองเงาที่ค่อยๆขยับและเข้มชัดขึ้นตามแสงที่เปลี่ยนแปลงไป ผมชอบแสงสีทองเรืองรองที่สะท้อนจากลูกบิดทองเหลือง และผมชอบที่จะมองผ้าม่านสีขาวภายในกรอบหน้าต่างสีฟ้าอ่อน ถูกเคลื่อนออกน้อยๆ พอให้เจ้าของดวงตาชั้นเดียวมองลอดออกมา ผมชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อผมเฝ้ารอการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มซึ่งมีผิวขาวที่อ่อนนุ่มราวน้ำนมจากหลังประตูไม้ เขามักจะสวมชุดนอนที่ทำจากผ้าฝ้ายตัวหลวมเสื้อกล้ามตัวใหญ่กว่าไซส์ของเขาเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่ได้รูปสวยในขณะที่กางเกงตัวโคร่งพรางช่วงขาเพรียวบางของเขาไว้ เขาไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนกับนายแบบหรือนักกีฬา ไม่ได้บอบบางเหมือนไอดอลหน้าหวานทั้งหลายแหล่ แต่ร่างกายของเขามีสัดส่วนที่ดี เขามีช่วงขาที่ยาว ลำตัวที่ไม่ได้ดูหนาตันหรือผอมบางมากไปนัก ช่วงเอวของเขาเพรียวบางและบางครั้งที่เขาก้ม เสื้อกล้ามที่คว้านคอลึกเผยให้ผมเห็นกล้ามเนื้อได้รูปที่ซ่อนอยู่โดยไม่ตั้งใจ เขาไม่ได้ประกอบด้วยความสมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างที่รวมกันทำให้เขามีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ผมไม่ได้พูดถึงเสนห์ในแบบชายหญิงหรือในเชิงชู้สาวใดๆ แต่เขาทำให้ผมรู้สึกชื่นชม เหมือนกับกำลังมองภาพวาดที่น่าหลงใหล เขาจะออกมายืนดูต้นไม้ของเขา รดน้ำให้มันและตัดเล็ม เขามักจะยืนอยู่ที่ระเบียงสักพัก ผมเชื่อว่าเขาเลือกห้องนี้เพราะเขาชอบแสงแดด นั่นทำให้ผมเชื่อว่าเขาไม่ได้เกิดที่นี่ และเติบโตมาจากที่ๆมีแสงแดดอบอุ่นเหมือนกับผม โซลเป็นเมืองที่ทึบทึมเมื่อเทียบกับคาลิฟอร์เนียซึ่งเต็มไปด้วยแสงแดด ชายหาดที่สะท้อนแดดเป็นประกาย น้ำทะเลและเกลียวคลื่น ในช่วงขณะหนึ่งมันคล้ายว่าผมกำลังยืนมองภาพสะท้อนในกระจกเงา เราต่างก็เบื่อหน่ายการใช้ชีวิตในกล่องสี่เหลี่ยม สูดหายใจเอาอากาศสังเคราะห์ และอาบแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ เราต่างโหยหาแสงอาทิตย์ที่อบอุ่น และการสูดหายใจเอาสายลมที่พัดอ่อนๆให้เต็มปอด แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หรือบนระเบียงแคบๆ เราต่างต้องการที่จะพักสายตาจากความวุ่นวาย และเสพย์ความรู้สึกผ่อนคลายจากแสงแดดอุ่นๆที่อาบไล้บนผิวกาย

 

ผมสังเกตว่าวันไหนที่เขาอารมณ์ดีริมฝีปากบางซึ่งเป็นรูปกระจับสีแดงเรื่อจะแต้มรอยยิ้มน้อยๆเมื่อเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไล่สี มองดูปุยเมฆที่เคลื่อนตัวเปลี่ยนรูปร่าง รอยยิ้มของเขา ประกายในแววตาของเขา เป็นความสดใสที่ออกมาตามธรรมชาติโดยปราศจากสิ่งปรุงแต่งใดๆ มันน่าทึ่งที่เขาทำให้ภาพระเบียงที่ถูกแสงแรกของยามเช้าจับต้องเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ซ้ำแต่ละวัน เป็นภาพที่ผมเฝ้ามองได้อย่างไม่มีวันเบื่อ เหมือนกับว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้องค์ประกอบของภาพนั้นสมบูรณ์ และมีเรื่องราวของมันเอง ในวันที่เขามีเรื่องกังวลใจ เขาจะยืนเท้าแขนกับรั้วระเบียง ก้มลงมองสวนย่อมเล็กๆที่กั้นระหว่างสองตึกของเรา เขาสูดหายใจอย่างช้าๆ และปล่อยลมออกมาจากแก้มเนียนใส เขายังดูเด็ก แต่ในขณะเดียวกันเขาเป็นคนที่ครุ่นคิดสิ่งต่างๆจนให้ภาพที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่เหมือนเด็กหนุ่มของเขา

 

ผมต้องห้ามตัวเองทุกครั้ง ไม่ให้หยิบกล้องขึ้นมาแอบถ่ายเขา ผมไม่อยากเสียมารยาท ผมถึงพยายามจดจำความสวยงามของภาพที่เห็นไว้ในความทรงจำ ผมพยายามจดจำในรายละเอียดต่างๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่เป็นเส้นเล็กอ่อนนุ่ม ดวงตาชั้นเดียวที่กลมมนและวาวใสเหมือนดวงตาใสซื่อของลูกกวางตัวน้อยๆภายใต้กรอบคิ้วสีเข้ม สันจมูกโด่งและปลายจมูกเรียวเล็ก ริมฝีปากบางเป็นสีชมพูระเรื่อ โครงหน้ากลมมนดูอ่อนละมุน ผิวขาวเกลี้ยงเกลาและเครื่องหน้าที่อ่อนหวาน ทำให้เขาดูไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ผมจดจำแม้เพียงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆจนภาพในความคิดชัดเจนแม้ยามเมื่อผมหลับตา โดยไม่รู้ตัวผมเริ่มร่างภาพของเขาลงบนกระดาษ

 

ผมวาดเขาลงบนเศษกระดาษก่อน แต่มันไม่เหมาะกับเขาเลย หลังจากนั้นผมจึงซื้อสมุดเล่มใหม่ ดินสอแท่งใหม่ ผมตื่นแต่เช้า เพื่อรอให้พระอาทิตย์ขึ้น รอถ่ายรูปแสงแรกของวันที่ตกกระทบบนระเบียงห้องฝั่งตรงข้าม และนั่งรอให้เด็กหนุ่มที่ผมไม่รู้จักชื่อตื่นขึ้น เพื่อที่ผมจะวาดภาพเขาลงในสมุด ผมไม่จำเป็นต้องมีต้นแบบอีกแล้วเพราะผมจดจำแทบทุกอย่างของเขาได้ทั้งหมด แต่ผมชอบที่เราสองคนสามารถใช้เวลาในตอนเช้าแม้เพียงช่วงสั้นๆร่วมกัน ผมไม่ได้สังเกตว่าเขาใช้เวลาที่ระเบียงนานขึ้น เพราะช่วงเวลาเหล่านั้นสำหรับผมมันเหมือนเวลาที่หยุดเดินไปแล้ว ผมไม่เคยรู้ว่าผมนั่งมองเขาอยู่นานเท่าไหร่ แต่ผมจะอยู่รอจนกว่าเขาจะกลับเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมตัวออกจากบ้าน จนเมื่อวันหนึ่งที่ผมเฝ้ามองเขาเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา ผมไม่เคยยืนจ้องเขาหรอกนะ แต่ผมจะนั่งจิบกาแฟที่ระเบียง และคอยแอบมองดูเขาอยู่เสมอ แต่ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้คิดไปเอง เขากำลังยิ้มให้ผมจริงๆ และภาพในวันนั้นเป็นภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยวาดมา เขาเดินกลับเข้าห้องไปแล้ว ในขณะที่ผมยังคงจ้องมองรอยยิ้มสดใสที่อยู่ในความทรงจำ ผมเขียนชื่อของตัวเองลงบนภาพ และเขียนวันที่กำกับไว้ พร้อมบอกกับตัวเองในใจว่าผมต้องซื้อสีมาเพิ่ม ผมต้องการสีชมพู ที่เหมือนกลีบกุหลาบ เพราะพวงแก้มกลมที่เรื่อสีอ่อนๆของเขาเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุด

 

สมุดสเก็ตช์ภาพของผมมีสามสิบแผ่น และมันเต็มไปแล้วเล่มหนึ่ง ผมขึ้นเล่มที่สองมาแล้วเกือบครึ่งเล่ม นั่นหมายความว่าเป็นเวลาเดือนกว่ามาแล้วที่ผมแอบมองเขา แน่นอนว่าผมอยากรู้จักเขา อยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร ชอบอะไร อยากพูดคุยกับเขา แต่ในขณะเดียวกันผมก็ชอบที่จะแอบมองเขาอยู่อย่างนี้ และก็พึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ อากาศเริ่มเย็นขึ้นบ้างแล้ว และผมก็รู้สึกโล่งใจที่เขาหยิบเสื้อเสวตเตอร์มาสวมใส่แทนเสื้อกล้ามที่นับวันมันยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดกับความเปิดเผยที่มากเกินไปของมัน จะบอกว่าผมไม่เคยจินตนาการถึงเรือนร่างภายใต้เสื้อผ้าของเขาเลยก็ไม่ถูกนัก เพราะเมื่อผมร่างดินสอลงมาถึงช่วงสะโพก ผมมักจะนึกถึงสรีระของเขาเสมอ ผมจำเป็นที่จะต้องนึกถึงมัน เพื่อจะวาดร่างกายของเขาให้สมส่วน มันทำให้ผมทึ่งทุกครั้งเมื่อผมตระหนักถึงความสมบูรณ์แบบของร่างกายของเขา มันประกอบด้วยสัดส่วนทองคำที่สมบูรณ์ราวกับถอดแบบมาจากภาพวาดร่างกายมนุษย์ที่โด่งดังของดาวินชี เขาซ่อนความน่าทึ่งของศิลปะแห่งการรังสรรค์ของธรรมชาติไว้ภายใต้เสื้อผ้าที่ไซส์ใหญ่กว่าตัวเขาเองเสมอ เสื้อแขนยาวตัวใหญ่ทำให้เขามีเพียงปลายนิ้วเรียวที่โผล่พ้นแขนเสื้อ บางวันเขาจะชงกาแฟออกมาด้วย เขาใช้มือทั้งสองข้างกุมถ้วยกาแฟขณะก้มลงเพื่อจรดมันกับริมฝีปาก ดวงตาเรียวเล็กของเขาหลุบต่ำ ขณะที่ผมด้านหน้ายาวลงมาปรกคิ้ว มุมปากของเขาจะอมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นผม ในตอนนั้นแหละที่ผมจะหยิบสีชมพูขึ้นมาระบายบนพวงแก้มของเขา และแต้มมันบนกลีบปากที่กำลังอมยิ้มอย่างน่ารัก

 

ผมวาดรูปที่สี่สิบห้าของเขาอย่างตั้งใจ ผมใส่ใจในรายละเอียดแม้เพียงจุดที่เล็กน้อยที่สุด เพราะผมไม่อยากให้อะไรแม้เพียงนิดเดียวหายไปจากความทรงจำ ผมปล่อยให้ตัวเองจ้องมองเขานานกว่าเดิมสักหน่อยแทนที่จะคอยหลบสายตา เพื่อจะเก็บภาพนั้นไว้ให้คมชัดที่สุด ผมยิ้มให้เขา เพื่อที่จะเห็นรอยยิ้มกว้างจนถึงดวงตาตอบกลับมา ผมเสร็จงานที่เกาหลีแล้ว และผมจะต้องเดินทางกลับไปที่อเมริกาในคืนนี้ ผมวาดรูปที่สวยที่สุดให้เขา เพราะมันเป็นเพียงของขวัญชิ้นเดียวที่ผมจะมอบให้แก่เขาได้ ผมดีใจที่วันนี้เขาสวมเสื้อไหมพรมสีขาวเพราะมันทำให้ภาพของเขายิ่งดูอ่อนหวาน ผมใช้เวลาวาดภาพในวันนี้นานกว่าปกติ เขากลับเข้าห้องไปแล้ว แต่เพราะผมไม่มีงานแล้ว ผมถึงใช้เวลาตลอดช่วงเช้าอยู่ที่ระเบียงและวาดภาพของเขาต่อไปจนเสร็จ ผมชอบที่มันเป็นรูปที่สดใสเพราะรอยยิ้มของเขา ผมพลิกสมุดกลับไปดูตั้งแต่รูปวาดที่ผมเริ่มวาด มันเคยเป็นภาพร่างด้วยดินสอขาวดำ สลับกันทั้งวันที่เขามีความสุข และบางวันที่เขาดูเหงาและเศร้า ผมพลิกไปเรื่อยๆเพื่อที่จะเห็นรอยยิ้มที่เพิ่มมากขึ้นบนแก้มยุ้ยที่น่ารักของเขา จนถึงภาพที่ผมวาดด้วยสีไม้ ภาพที่เต็มไปด้วยสีสันสว่างไสวเพราะรอยยิ้มของเขา จนถึงภาพสุดท้าย ผมลูบนิ้วบนริมฝีปากของเขา ผมขอให้เขามีความสุขในทุกๆวันต่อจากนี้

 

ผมเก็บของทุกอย่างลงในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นสมุดสองเล่มที่ผมวางไว้บนเตียง ผมมองเวลาบนนาฬิกาที่หัวเตียง มันบอกเวลาห้าโมงเย็น ผมหยิบสมุดทั้งสองเล่มขึ้นมา และเดินไปที่ตึกข้างๆที่ผมได้แต่เฝ้ามองมาตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ผมหยุดที่หน้าประตูห้องฝั่งที่ผมไม่เคยเห็น ผมนึกสงสัยว่าเขากลับมาที่ห้องรึยัง เขาอยู่ข้างในนั้นมั้ย ชั่วขณะหนึ่งผมคิดจะเคาะประตู หัวใจพองโตด้วยความคาดหวังให้เขาเปิดประตูออกมา เพื่อที่ผมจะสามารถมองเขาในระยะใกล้ๆได้ เพื่อที่ผมจะสามารถพูดคุยและร่ำลา แต่ผมปฏิเสธความคิดเหล่านั้นไป ผมวางสมุดทั้งสองเล่มลงที่หน้าประตูห้อง ผมมอบภาพวาดทั้งหมดให้แก่เขา เพราะผมไม่จำเป็นต้องมีมันเก็บไว้ ผมมีเมมกล้องที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายระเบียงห้องของเขา ซึ่งมันก็เพียงพอแล้ว เพราะภาพของเขาในความทรงจำของผมมันชัดเจน จนผมสามารถวาดมันขึ้นมาใหม่ได้เสมอ

 

 

 

 

End.


 

 

ผมนั่งรอ 2PM งาน MAMA จนแต่งฟิคจบเลยนะครับ ฮ่าๆ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านฟิคที่ไร้บทสนทนา ไร้ชื่อตัวละคร และเกือบจะไร้ชื่อเรื่องมาจนจบถึงบรรทัดนี้
ขอให้ทุกคนใช้จินตนาการว่ามันเป็นคุณด้งด้วยนะคะ
ถ้าใครนึกไม่ออกว่าใครเป็นคุณใครเป็นอูยอง ก็ เอ่อ.. น่าจะนึกกันออกแหละเนอะะะะ
เรื่องนี้เล่าจากมุมมองพี่คุณ รับบทเป็นชายโรคจิตที่แอบมองน้องยองข้างบ้านนะคะ 5555

 

 

11 comments

  1. ว้า~ จบซะละ คิดว่าเค้าสองคนจะได้คุยกันซะอีก แต่ไม่เป็นไร เค้ามโนต่อก็ได้ ฮี่ๆ ขอบคุณไรท์มากนะคะ ที่แต่งฟิคมาชโลมใจที่ห่อเหี่ยวของเค้า จะบอกว่าเค้าชอบฟิคของไรท์มากนะ เสียดายฟิคยาวของไรท์ เค้าจองไม่ทัน เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน ถ้าไรท์แต่งฟิคยาวอีกและรวมเล่ม เค้าขอจองนะเออ จะมีมั๊ยอ่า

  2. มันไม่เศร้าเลยอ่ะ มันอบอุ่น มันหวาน ไม่ได้คิดถึงตอนจบว่าเขาจะจากกันมั้ย แค่คิดถึงว่าในช่วงระยะสั้นๆเขามีความสุขมากแค่ไหน อ่านเพลินมากจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคสั้นเรื่องนี้นะคะ ^^

  3. งุยยยยยยยยยยยยยย อยากให้มีภาคต่อเลยค่าาาาา

    พี่คุณรับบทชายโรคจิต… มาอ่าทอล์กของไรต์คือเหมือนที่เดาตั้งแต่ตอนอ่านว่าพี่คุณต้องเปนแบบนี้แน่ แล้วมันก็จริง บรรยายพี่ด้งได้แบบอยากจับปล้ำเลยค่าาา วาดตั้งหลายเดือน ทำไมไม่ไปทักเขาาาา อีกคนก็ออกมาอ่อยทุกวันใช่ไหม?? ถ้ารู้จักกันคงไม่ได้ทำแค่แอบมองหรอกเน้อออ พี่คุณอาจจะได้ภาพวาดในหลายๆ มุมจากพี่ด้งด้วยยย พี่คุณคนป๊อด!! จางอูยองน่ารักมากๆ เลยคะ รู้สึกอบอุ่นกับความคิดของพี่คุณนะคะ เพราะกลัวว่าจะหายไป งุยยยยย ไปทักเขาเลย ไปทำความรู้จักเลยยยยย ไปปล้ำเลยยยย 5555

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ จุบบบบบบ ภาคต่ออออ

  4. คุณนี่อ่ะ ทำไมไม่เข้าไปทำความรู้จักเลยล่ะ
    มานั่งแอบมองน้อง นั่งวาดรูปน้องเงียบๆอยู่ได้ตั้งสองเดือน

  5. งือออออstyle คุณเลียม.. สวยงามเสมอคะ.. ชอบมาก.. อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งดื่มลาเต้โดยค่อยๆละเลียดฟองนมไปเรื่อยๆจนถึงกาแฟที่อยู่ด้านล่าง.. สุดท้ายดื่มจนหมดลงไปด้วยความเสียดาย…. อยากจะดื่มต่ออีกสักแก้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสะแล้ว.. ไม่แต่งpart2หน่อยรึคะ??. .. อยากดื่มต่ออีกแก้วอ่ะคะ..*^*

  6. ชอบอ่า บรรยายซะเห็นภาพลอยมาเป็นฉากๆ คุณห้องตรงข้ามต้องน่ารักมากแน่นแน่ๆๆๆๆ
    อยากเห็นภาพที่พี่คุณวาดจัง คือแบบอูยองต้องแดดอ่อนๆ ตอนเช้านี่ต้องเป็นภาพที่สวยงามมากๆ นี่อ่านยังหลงไหล
    อยากเห็นแบบนั้นบ้าง แล้วอะไรรรร เวลาที่น้องมองกลับมาแล้วยิ้มเบาๆ ให้อิพี่ โอ้ยยยยยย อยากรู้ความคิดของน้องบ้าง
    รู้ตัวมาตลอดใช่มั้ยว่ามีคนแอบมองรึเพิ่งรู้ แล้วคิดว่าพี่คุณเป็นไง โรคจิตมั้ย 5555 #ผิดๆๆ
    อยากให้เข้าเจอกัน อยากให้ได้คุยกันจัง งื้อออออออ เอาตอนต่อไปมาเถอะค่ะ #ชาบูด้วยไหปลาร้าจางอูยอง #แฮ่กๆ

    **ขอบคุณนะคะ ^^

  7. ฟิคน่ารักมากเลยค่า อ่านไปก็ยิ้มตามไป เสียดายที่สุดท้ายก็ไม่ได้รู้จักกัน ถ้าได้อ่านความรู้สึกน้องยองบ้างว่าเป็นยังไงเวลาหนุ่มตึกตรงข้ามแอบมอง คงเขินน่าดูเลย >.< อิอิ อุตส่าห์ส่งยิ้มให้ ออกมาให้มองทุกวัน ยังไม่พยามทำความรู้จักอีกนะน้องคุณ น่าตีจริงๆ แอบคิดว่าคนที่กลับบ้านไปอย่างน้องคุณ คงไม่รู้สึกเหงาเท่าน้องยองที่อยู่ๆ น้องคุณก็หายไป ไม่รู้ไปไหน ติดต่อก็ไม่ได้ๆ แต่รออยู่ที่เดิม เหอๆ ขอบคุณสำหรับฟิคคุณด้งนะคะ ^^

  8. มาอ่านเป็น10รอบได้แล้ว คือมันละมุนๆหวานๆแบบบอกไม่ถูก ไม่เคยเจอแนวนี้เลย ชอบเรื่องนี้ที่สุดในบรรดาที่เคยอ่านมาเลยค่ะ

    ปล1. แอบเห็นพี่ทวิตว่านานๆทีจะเจอคนอ่านฟิคพี่ บอกเลยค่ะว่าหนูฟอลพี่เพราะฟิคพี่นี่แหละ แต่งเรียลง่ะอินมาก ฟคเลย5555555
    ปล2. รอเรื่องต่อๆไปของพี่นะคะ☺️

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s