letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 8/?

 

จินอุนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามเขามาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เสียงฝีเท้าที่เดินลากเท้าเล็กน้อย ก้าวอย่างช้าๆ ไม่ได้ระมัดระวังว่าเขาจะรู้ตัว แต่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน และก่อนที่เขาจะทันได้หันไปมอง เสียงที่เขาคุ้นเคยดีก็โผล่มาเดินข้างๆเขา

“ฉันไปบ้านนายได้มั้ย”

จินอุนมองเพื่อนตัวเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่รอคำตอบ

“เราจะทำอะไรดีล่ะ” อูยองยังคงเดินตามเขาทุกฝีก้าว เมื่อพวกเขามาถึงบ้าน “ดูหนังมั้ย?.. ไม่ดีกว่า อ่านหนังสือ? ติวหนังสือกันเถอะ”

“วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก อาจารย์ยังไม่ทันสอนอะไรเลยนะ”

“นั่นแหละ เรามาเตรียมตัวก่อนเรียนวันพรุ่งนี้กัน อ่อ แล้วก็การบ้านจากโรงเรียนสอนพิเศษไง”

จินอุนจ้องอูยอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อูยองจะขยันขนาดนี้ อูยองหยิบหนังสือและเครื่องเขียนออกจากกระเป๋า และทำเป็นตั้งอกตั้งใจอ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนครบสองชั่วโมง จินอุนก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อูยองยังคงเปิดหนังสือค้างไว้ที่หน้าเดิม ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ดวงตาที่หลุบมองคล้ายจะอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแต่จริงๆแล้วกลับเหม่อลอยและว่างเปล่า

“อูยอง..”

“….”

“อูยอง” เขาเรียกเสียงดังขึ้นอีก อูยองเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ และดวงตาชื่นน้ำก็พยายามจะหลบสายตาเขา

“หืม อะไร อะไรหรอ”

“นายโอเคนะ?”

“โอเค…” อูยองตอบพร้อมกับถอนหายใจ และปล่อยทิ้งความเงียบเอาไว้ จนเขาไม่กล้าจะเซ้าซี้อะไรต่อ

“ฉันบอกรักเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ” แต่จินอุนต้องเกือบจะสะดุ้ง เมื่อจู่ๆอูยองก็โพล่งขึ้นมาราวกับจะต่อว่าเขา เขากระพริบตา เมื่อเพื่อนแก้มอูมลุกขึ้นจากหนังสือที่ตัวเองไม่ได้อ่าน มานั่งข้างหน้าเขา ดวงตากลมคู่เล็กชุ่มด้วยน้ำตาบางๆที่คลอหน่วย จ้องหน้าเขาราวจะคาดคั้นเอาคำตอบ “นายเข้าใจมั้ย”

เด็กหนุ่มนิ่วหน้า พยายามจะเข้าใจสิ่งที่อูยองกำลังพูดถึง

“ก่อนหน้านี้ฉันไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะ เพราะฉันไม่เคยรู้สึก…อย่างนี้”

จินอุนพยักหน้า สิ่งที่เพื่อนคนนึงจะทำได้ คือการเป็นผู้รับฟังที่ดี แม้จะไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่อูยองพูดเลยสักนิดเดียว

“แต่ตอนที่เขาบอกไม่ให้รัก นั่นแหละ ฉันถึงรู้ตัวว่าฉันรักเขาไปแล้ว รักมากๆเลยด้วย”

“เฮ้ย” จินอุนอุทาน เมื่อจู่ๆอูยองก็ปล่อยโฮออกมา

“จินอุนอ่า ฉันหยุดคิดถึงเขาไม่ได้เลย ฮือออ”

“ไม่เป็นไรนะ” จินอุนพยายามปลอบ แต่คนโดนปลอบกลับขัดขึ้นมาก่อน

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก แต่มันเจ็บมากๆเลยล่ะ ถ้าฉันกลับไปบ้าน ถ้าฉันอยู่คนเดียว อะไรๆมันก็ทำให้ฉันนึกถึงเขาขึ้นมาตลอด จินอุน..”

แพขนตาที่มีหยาดน้ำตาเกาะพราวช้อนขึ้นมองอย่างออดอ้อน “ฉันขออยู่กับนายได้มั้ย ฉันไม่อยากกลับไปที่บ้านจริงๆนะ”

“เอ่อออ..”

“นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ” ร่างเล็กสวมกอดเขา โดยไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้ปฏิเสธอีกครั้ง

 

.

 

.

 

 

“จินอุนนน จินอุนอ่า”

อูยองผละออกจากเขาพร้อมขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนตะโกนขึ้นมา ตามด้วยเสียงคล้ายวัตถุบางอย่างกำลังถูกลากขึ้นบันได

ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออกด้วยเจ้าของเสียงดังนั้น

“มินจุนฮยอง” จินอุนร้องออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา

“ฉันขอคุณน้าว่าจะมาอยู่กับนายสักพักน่ะ พอดีเบื่อๆอยู่หอที่มหาลัย มันอึดอัด.. อ้าว อูยอง?” มินจุนหยุดเมื่อสังเกตเห็นอูยองอยู่ในห้องด้วย

“ผมว่าคืนนี้ จะขอนอนค้างที่นี่นะครับ ฮยองไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับ”

“ไม่ๆๆ” มินจุนฉีกยิ้มจนตาปิด “น้องอูยองไม่ต้องห่วงนะครับ น้องอูยองนอนบนเตียงได้เลย เดี๋ยวพี่กับจินอุนนอนบนพื้นก็ได้ นอนด้วยกันนี่แหละครับ นอนหลายๆคนอบอุ่นดี”

เจ้าของเตียงที่ยังไม่ได้พูดอะไรมองสลับระหว่างมินจุน และอูยอง เขาเป็นเจ้าของห้องแต่อูยองกลับขออนุญาตจากมินจุน และมินจุนที่ไม่ใช่เจ้าของห้องกลับเป็นคนที่อนุญาตให้อูยองนอนบนที่นอนเขาอย่างเสร็จสรรพ มินจุนลากกระเป๋าที่คงเป็นต้นกำเนิดของเสียงที่ถูกลากขึ้นบันไดมาเข้ามาในห้อง และเริ่มจัดแจงราวกับที่นี่คือห้องนอนของตัวเอง

.

 

.

 

หลังจากอูยองพรั่งพรูออกมาเมื่อตอนเย็น อูยองก็เลิกพยายามจะอ่านหนังสือหรือทำการบ้านอีก เพื่อนตัวเล็กเจ้าของผิวขาวราวน้ำนมดูซีดเซียวขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าตัวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงและมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง กางเกงวอร์มขายาวของเขายาวกองอยู่ที่ข้อเท้าเมื่ออูยองเป็นคนสวมใส่

“นอนเถอะ” จินอุนเอ่ยอย่างเป็นห่วง และหนังตาของเขาก็เริ่มจะคล้อยลงต่ำ

“ฉันไม่ง่วงเลย” อูยองพึมพำ นิ้วมือเล็กกอดกระชับเข่าตัวเองจนตัวขดกลม “ถ้านายง่วง นายนอนก่อนก็ได้”

จินอุนถอยหายใจ เขาพลิกตัว อีกข้างนึง มินจุนฮยองที่นอนหลับตา แต่เขารู้ว่าอีกไม่นานพี่ชายคนนี้ก็จะลืมตาขึ้นแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอีก เพราะมินจุนทำอย่างนี้แทบจะทุกห้านาที หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถึงแม้มันจะไม่ได้ร้องเลยสักนิด ราวกับกำลังเฝ้ารอให้ใครโทรมาอยู่อย่างนั้นล่ะ

“เฮ้อ..” มินจุนถอนหายใจอีกครั้ง เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและไม่พบสายเรียกเขา ไม่มีข้อความ หรือใครที่ติดต่อมา หลังจากนั้นเขาก็จะแกล้งทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจ และนอนต่อ

จินอุนนอนฟังเสียงถอนหายใจสลับกันระหว่างคนที่นอนอยู่ขนาบข้างเขาทั้งสองคน จนตัวเขาเองแทบจะถอนหายใจตามไปด้วย เขาไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหน จินอุนเริ่มสลึมสลือ ตอนที่มินจุนขยับตัวราวกับว่าเขายอมแพ้ และเลิกที่จะพยายามทำเป็นว่าตัวเองสามารถนอนหลับได้ และลุกขึ้นนั่ง

“มินจุนฮยอง” อูยองกระซิบ เมื่อเห็นมินจุนลุกขึ้น

“ยังไม่นอนอีกหรอครับ”

“ผมนอนไม่หลับเลย” เสียงของอูยองแผ่วและสั่น “ผมจะทำยังไงดี

มินจุนยิ้มให้อูยอง ไม่ใช่เพราะเขามีความสุขหรอกนะ แต่เพราะอูยองช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกินน่ะสิ

“พอคิดถึงเขามันก็เจ็บ พอพยายามไม่คิดถึงเขามันก็เจ็บอยู่ดี”

“แปลกนะที่ใครคนหนึ่ง สามารถทำให้ใครอีกคนนอนตาสว่างทั้งคืน โดยที่ตัวเขาเองไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าได้เข้ามารบกวนอยู่ในความคิดของเราตลอดเวลา”

อูยองเอียงศีรษะขณะฟังที่มินจุนพูด “หรือบางทีผมอาจไม่อยากให้เขาออกไปจากความคิดของผม”

“เราแค่อยากให้เขาอยู่ตรงนี้ เพียงแต่ว่าเขาไม่อยู่เท่านั้นแหละ” มินจุนกำโทรศัพท์มือถือในมือที่นิ่งสนิท “เฮ้อ ในเวลาอย่างนี้ ถ้านายโตกว่านี้สักหน่อย ฉันคงชวนนายออกไปดื่มแล้วนะ”

 

.

 

 

 

.

.

นิชคุณไม่ได้ดื่มเยอะเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่ง เขาเริ่มจัดการชีวิตตัวเองให้มันเข้าที่เข้าทาง เขาเริ่มงานที่บริษัท ลูกชายท่านประธานที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นเพียงเด็กฝึกงาน เขาต้องเข้างานแต่เช้า และเลิกงานช้ากว่าคนอื่น เขาต้องเรียนรู้การทำงานจากการเริ่มต้นเป็นเด็กฝึกงานในบริษัท และใช้เวลาเพิ่มอีกสองชั่วโมงเพื่อจะเรียนรู้ทักษะการบริหารจากพ่อของเขาเอง แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายวัยหนุ่มของเขาก็ยังคงมีพลังเหลือเฟือที่จะทำให้เขานอนตาสว่างทั้งคืน เขายังคงต้องการแอลกอฮอลล์เพื่อช่วยให้เขานอนหลับ

เพราะอัลบั้มใหม่ของจุนโฮได้รับความนิยมมาก นิชคุณถึงได้หลีกเลี่ยงร้านเหล้า หรือผับบาร์ใดๆ ที่มักจะเลือกเปิดเพลงตามกระแสนิยม มันจะมีประโยชน์อะไรที่เขาดื่มเหล้าเข้าไปเพื่อหวังให้ตัวเองลืมคนๆนั้นไปบ้างสักนาที แต่กลับต้องได้ยินเสียงของคนๆนั้นตลอดเวลา อันที่จริงอาจเป็นเพราะเขาเริ่มทำงาน และเขาเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ เขาชอบที่จะนั่งดื่มอย่างสงบๆเพียงลำพัง ทอดสายตาไปตามแม่น้ำฮันที่เป็นประกายจากแสงไฟในยามค่ำคืน เป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน ก่อนที่จะกลับบ้าน และเริ่มวันใหม่ที่ดำเนินไปไม่ต่างจากเดิมกันอีกครั้ง

กระป๋องเบียร์แช่เย็นจัดที่เขาเพิ่งซื้อมาอยู่ในถุงพลาสติกข้างๆตัว เมื่อเขานั่งลงที่ม้านั่ง นาฬิกาข้อมือของเขาบอกเวลาห้าทุ่มกว่า เขาคิดว่าจะดื่มสักกระป๋องแล้วค่อยกลับบ้านในคืนนี้ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างนิ่งเงียบเช่นคืนอื่นๆ เขาดื่มได้ครึ่งกระป๋อง ตอนที่เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง

เขาคิดถึงความน่าจะเป็นที่จะมีคนอื่นในเกาหลีที่ใช้ชื่อว่านิชคุณ และพบว่ามันเป็นไปแทบไม่ได้เลย

 

.

 

 

.

.

 

“นิชคุณ ฉันจะบอกว่านายพลาดอะไรไป นายเพิ่งปฏิเสธเด็กที่น่ารักที่สุดในเกาหลีใต้ไปนะ”

“มินจุนฮยอง” อูยองหัวเราะทั้งที่น้ำตาเต็มใบหน้า เมื่อมินจุนลุกขึ้นยืน และตะโกนด้วยเสียงดังก้อง

“นายไม่รู้ตัวหรอไง ว่านายโชคดีขนาดไหน ที่ได้หัวใจของอูยองไปน่ะ ห้ะ?” มินจุนหันมามองร่างเล็กที่เริ่มยิ้มออกมาบ้าง “ลุกขึ้นสิ แล้วพูดมันออกมาเลย”

“อะไรนะครับ”

“ตะโกนมาออกมาเลย ความรู้สึกของนายที่เขาไม่ยอมฟังไง”

อูยองเช็ดหน้ากับแขนเสื้อ เขาสูดปลายจมูกเล็กๆที่เป็นสีแดง ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้นหญ้า เขายืนซวนเซเล็กน้อยจากไวน์ข้าวที่ดื่มเข้าไป

อูยองมองตรงไปที่แม่น้ำสีดำเบื้องหน้า พื้นผิวของแม่น้ำเป็นคลื่นระลอกเล็กๆเล่นกับแสงไฟ

“คุณฮยอง ผมรักฮยองนะ”

อูยองหลับตาลง ลมเอื่อยๆพัดเอากลิ่นความชื้นขึ้นมาปะทะใบหน้า คำๆนั้นก็ทำให้หัวใจของเขาปวดหนึบ แต่ในความเจ็บปวดนั้นเขายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เขาพูดออกไปแล้ว และความรู้สึกที่เจ็บปวดนั้นก็ชัดเจนอย่างท่วมท้นอยู่ในใจ เขากำลังเรียนรู้ความรัก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ารักอย่างเต็มหัวใจไปแล้ว

“ผมบอกกับฮยองว่าไม่เป็นไร แต่มันเจ็บโคตรๆเลยล่ะครับ”

อูยองปาดน้ำตาด้วยหลังมือ ก่อนจะลืมตาขึ้น “เจ็บโคตรๆเลย” อูยองหัวเราะออกมาเบาๆ

มินจุนบีบบ่าของอูยอง “เรามาดื่มให้หมดกันเถอะ แล้วกลับบ้านกัน”

มินจุนคว้าขวดโซจูของตัวเองที่ดื่มค้างไว้ และนั่งลงเพื่อจัดการมันต่อ เขาซื้อมันจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ในขณะที่อูยองยืนรออยู่ข้างนอก เขาเลือกซื้อไวน์ข้าวอ่อนๆที่ดื่มได้ง่ายกว่าให้อูยอง มินจุนมองแผ่นหลังของอูยองที่ยังคงยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำต่อสักพัก

นายตามใจอูยองมากไปนะ

“หุบปากไปน่า” มินจุนพูดออกมาเบาๆ เมื่อความคิดนึกไปถึงสิ่งที่แทคยอนจะพูด หากว่าเขารู้ว่ามินจุนยอมให้อูยองดื่มแอลกอฮอลล์

อูยองหมุนตัวกลับมา เมื่อได้ยินเสียงของมินจุน “อะไรนะครับ”

“เปล่าๆ มานี่เถอะ นายจะปล่อยให้ฉันดื่มคนเดียวหรือไง”

อูยองก้าวไปหามินจุน และหยุดฝีเท้านิ่ง เมื่อเห็นเงาของใครคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง

 

“พวกนายอายุเท่าไหร่กันถึงมานั่งดื่มอย่างนี้” เสียงนั้นทำให้มินจุนหันไปมองตาม

“แล้วนายเป็นใคร” ชายหนุ่มลุกขึ้น และเดินเข้าไปหาร่างสูง ที่ปรากฎตัวภายใต้เงามืดทำให้เขามองเห็นหน้าไม่ชัดนัก “ตำรวจหรอ ฉันน่ะอายุยี่สิบแล้วนะ ดูบัตรประชาชนฉันก็ได้ ปีนี้ฉันก็จะยี่สิบเอ็ดแล้วนะ”

“ฉันถามว่านายอายุเท่าไหร่ อูยอง”

“ส..สิบเจ็ด” น้ำเสียงสั่นเทาตอบกลับไป เขารู้แม้เพียงเห็นแค่เงาร่างในความมืด เขารู้ทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

“แล้วคนอายุสิบเจ็ดเขาดื่มแอลกอฮอลล์กันได้งั้นหรอ”

อูยองก้มหน้า ริมฝีปากเม้มบาง

“นี่ใจเย็นสิ คุณ..ตำรวจ? น้องเขาไม่ได้ดื่มนะ ผมต่างหาก ผมต่างหากที่ดื่ม น้องเขาแค่มานั่งเป็นเพื่อนเฉยๆ”

“นาย” นิ้วมือเรียวชี้มาที่มินจุน พร้อมใบหน้าที่หันขวับมามองจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง มินจุนจำได้ในทันทีว่าคนๆนี้เป็นใคร “ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งตำรวจจริงๆล่ะก็นะ”

มินจุนถอย นิชคุณคว้าแขนของอูยองแล้วพาเดินออกมาในทันที

 

“ปล่อย”

“ไม่ปล่อย กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”

“ว..เวียนหัว ป..ปล… ปล่อยก่อน”

อูยองใบหน้าซีดเผือด ไวน์ข้าวถึงจะมีแอลกอฮลล์ไม่มาก แต่เพราะรสหวานทำให้เขาดื่มเข้าไปเยอะทีเดียว อูยองคุกเข่ากับพื้นเขาลืมตาแทบไม่ได้ หัวของเขามึนไปหมด และรู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างกำลังหมุนไปมารอบตัวเขา

“ไหวมั้ย” นิชคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนขึ้น

อูยองยังคงก้มหน้าลงต่ำ ริมฝีปากบางเม้มแน่นสั่นไหว

“ไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหว” นิชคุณเกลี่ยน้ำตาบนพวงแก้มของอูยอง ยังไงน้องก็ยังเป็นน้อง เป็นคนหนึ่งคนในชีวิตที่เขาห่วงใย

“ไม่กลับนะครับ ผมไม่กลับบ้านนะ”

“อูยอง อย่าดื้อสิ” นิชคุณดุ

“ฮยอง” นิ้วมือเล็กจับชายเสื้อของคนพี่ไว้ ดวงตาดำขลับชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่คลอหน่วยช้อนขึ้นมองออดอ้อน “ถ้ากลับไปตอนนี้ ผมโดนพ่อด่าแน่ๆเลย ผมไม่กลับนะครับ ไม่กลับนะ”

“แล้วใครให้ดื่ม” นิชคุณอยากจะดุอูยองให้มากกว่านี้ อยากจะตีเด็กคนนี้เสียให้เข็ด แต่อูยองที่นั่งเบะ ทำให้เขาได้แต่เอ่ยอย่างอ่อนใจ

นิชคุณจับแขนของอูยองให้คล้องรอบลำคอของตัวเอง ก่อนจะยกร่างเล็กขึ้นจากพื้น เขาอุ้มอูยองไว้บนหลัง

“ม..ไม่.. กลับ”

“รู้แล้วน่า ฉันจะพาไปบ้านฉันต่างหาก หรือนายอยากจะนอนอยู่ข้างถนน” นิชคุณตัดบท ร่างที่เกร็งตัวแข็งเมื่อโดนอุ้มขึ้นหลัง พอรู้ว่าเขาไม่ได้จะพากลับบ้าน อูยองถึงได้หยุดนิ่ง เรียวแขนคล้องคอของนิชคุณอย่างลังเล ก่อนที่ค่อยๆกระชับกอด แก้มเนียนเรื่อสีแดงซบลงบนบ่าหนา

“ดีขึ้นแล้ว” อูยองพึมพำ เขากอดนิชคุณไว้เต็มอ้อมแขน “ไม่เจ็บแล้ว”

เสียงบางที่กระซิบอย่างแผ่วเบา ทำให้นิชคุณชะลอฝีเท้าลง

“อูยอง”

“ครับ”

“ทำไมถึงรักฉันล่ะ”

“ผมไม่ได้..” อูยองกำลังจะปฏิเสธ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ “ฮยองได้ยินหมดเลยใช่มั้ยครับ”

อูยองกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เมื่อความรู้สึกเจ็บแปลบมันแล่นขึ้นมาอีกครั้ง น่าแปลกที่ความอบอุ่นจากตัวนิชคุณช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในหัวใจของเขาได้อย่างชะงัดนัก

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้เลยว่ารักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีผมก็รักไปแล้ว เหมือนผมทำอะไรไม่ได้เลย จะเลิกรักก็ไม่ได้ เหมือนหัวใจมันมีชีวิตของมันเอง และผมก็ควบคุมมันไม่ได้เลย”

“งั้นนายก็คงเข้าใจใช่มั้ย” นิชคุณพูดขึ้น “เราบังคับหัวใจให้หยุดรักไม่ได้ บังคับให้มันรักใครก็ไม่ได้”

อูยองพยักหน้า เขาซุกลงบนแผ่นหลังของนิชคุณ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเหมือนยาบรรเทาปวดสำหรับเขา เขาหลับตาลง โอบกอดนิชคุณเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องแตกสลาย มันมีความจริงอยู่สองประการที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เขารักนิชคุณ และนิชคุณไม่ได้รักเขา

 

 

 

 

 


 

Note: เฮ้ ตอนแปดดดดดดด

 

7 comments

  1. จางอูยองวัยสิบเจ็ดคงจะสับสนกับความคิดของตัวเองมากสินะ…
    เมื่อไหร่คุณฮยองจะเปิดใจให้อูยองเข้าไปบ้าง
    ไม่อยากเห็นน้องเจ็บเลย T – T

  2. ความรักมันบังคับกันไม่ได้ ฮือๆๆๆๆ เข้าใจนะแต่ก็ทำใจยากเหลือเกิน คนมันรักไปแล้วจะให้เลิกรักในวันเดียวได้ยังไง พี่คุณบอกให้น้องเลิกรักตัวเองแต่พี่คุณก็ยังเลิกรักจุนโฮไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ ยิ่งใกล้ยิ่งตัดใจยากเข้าใจบ้างสิ

  3. รักคนที่เค้าไม่รักเรา มันเศร้าอ่ะ TT TT
    จะเลิกรักก็ทำไม่ได้ จะก้าวต่อก็ไม่ได้อีก
    สงสารน้องยองจังเลย ว่าแต่คณฮยองมาอุ้มน้องกลับบ้าน
    แล้วปู่เราล่ะคะ โดนทิ้งที่ริมแม่น้ำฮันเหรอ
    ที่มินจุนกระสับกระส่าย เดี๋ยว 5 นาทีเช็คโทรศัพท์นี่เป็นเพราะแทคป่ะเนี่ย

  4. ฮืออออออออ อยากจะร้องไห้อีกแล้ว ทำไมมันเจ็บปวดแบบนี้นะ
    อูยองน่าสงสารตลอดเลย ฮือออออออ
    เข้าใจทั้งสองคนนะว่ารู้สึกยังไง แต่ก็อดสงสารอูยองมากกว่าไม่ได้จริงๆ <"

  5. ว๊ายๆๆๆ อยากจะกรี๊ด คือลงไว้ตั้งแต่วันที่ 25 แต่ทำไมเพิ่งเห็นละคะ รู้งี้อ่านตั้งนาน เมนท์ตั้งนานแล้ว
    ตอนนี้มันแบบ ยาวสะใจมากๆๆ สงสารอูด้งเนอะ เด็กน้อยไม่ประสากับความรัก ส่วนอีกคนก็เริ่มทำตัวดีขึ้นแล้ว
    อยากให้พระเอกเค้ารักนางเอกไวๆ จุง ฮึ่ย! นึกว่าจะไม่สนใจเด็กซะแล้ว ดีใจนะที่ยังเป็นห่วงเด็กน้อยอยู่
    มีความสุขจังได้อ่านฟิคที่ชอบ มาต่อไวๆๆ นะคะ ชอบฟิคเรื่องนี้มากมาก

  6. อ่านแล้วยิ่งสงสารเด็ก ความรักมันบังคับกันไม่ได้ ห้ามกะไม่ได้ ปัญหานี้จะแก้ยังงัย ถึงคุนฮยองเองก็บอกน้องได้ แต่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
    นุงโฮ ก็เพราะอยากทำตามความฝัน ถึงแม้จะรัก ก็ต้องตัดใจเพื่อความฝันของตัวเอง เจ็บปวดไม่ต่าง ทำแต่งานเพื่อให้ลืมเรื่องราวระหว่างเทอสองคน … โง้ยย …เจ็บกันหมด
    ส่วนปู่ เพิ่งรู้ใจตัวเองชะมะ พี่แทคจาเจอปู่ม้าย ไม่งั้นต้องนั่งอยู่คนเดียวเรยอ่ะ … พี่แทคมารับปู่ด้วยเรย

  7. คือคนอ่านจะน้ำตาคลอหน่วยแทนอูยอง ฮือออออออออ มันเจ็บ มันเจ็บตอบท้ายที่อูยองบอกว่าตัวเองรักนิชคุณ แต่นิชคุณไม่ได้รักเค้า
    อูยองแค่ได้อยู่ใกล้นิชคุณก็จะรู้สึกว่าตัวเองจะมีความหวัง ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้นะว่ามันไม่ใช่ แต่ก็คงอดที่เข้าข้างตัวเองไม่ได้ใช่มั้ย ฮืออออออ
    ขอบคุณพี่มินจุนที่พาอูยองไปดื่ม ให้พี่คุณมาเจอ อย่างน้อยถึงมันจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่อูยองก็มีความสุขขึ้นมาได้นิดนึง ถึงแม้ว่ามันจะตามมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม
    นี่นอนไม่หลับเลยอ่ะ ต้องอ่านต่อ เราได้แต่หวังว่าเค้าจะลงเอยด้วยกันได้ ฮือออออ เราเจ็บ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s