letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 7/?

ชานซองเช็คตารางงานของจุนโฮจากในแท็บเลต พยายามตรวจดูว่าเขาไม่ได้ดูมันผิดแน่ๆ จุนโฮกำลังเป็นที่นิยม และโดยปกติตารางของจุนโฮก็แทบจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยยุ่งเหยิง จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ขนาดนี้

“นี่นายไม่คิดว่านายรับงานเยอะเกินไปบ้างหรอ” ชานซองตะโกนถามคนในห้องน้ำ เขามารอรับจุนโฮเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้า

“มีงานทำก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรอ” จุนโฮตะโกนกลับออกมา

“แต่นายรับงานสองประเทศในวันเดียวกัน” ชานซองอ่านตารางงานในเดือนหน้า ตามเดิมจุนโฮต้องไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น 3 วัน แต่ตารางงานที่เพิ่งแทรกมาในเย็นวันที่สอง กลับเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้

“นายจะทำได้ยังไง นายจะบินกลับมา วิ่งขึ้นเวที แล้วบินไปญี่ปุ่นใหม่หรอไง”

กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยมาข้างหลัง ทำให้ชานซองเงยขึ้นไปมอง จุนโฮในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ก้มลงมาอ่านตารางงานในมือของชานซอง

“นายหมายถึงนี่หรอ” จุนโฮชี้นิ้วลงบนวันที่ในปฏิทิน

“ฉันเห็นว่าวันที่สองมีแค่ถ่ายรายการตอนเช้า แล้วฉันก็ว่างทั้งวันเลยนะ ดีกว่านั่งแกร่วอยู่ในโรงแรมนี่นา” จุนโฮพูดพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกน้ำของตัวเอง

“ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วนี่ก็เป็นงานการกุศลนะ”

“แล้ววันต่อไปก็มีอัดรายการตอนเช้า นายไม่คิดจะพักบ้างเลยหรอไง” ชานซองชี้ตารางวันต่อไปให้จุนโฮดู

“ถ้านายกลัวไม่ได้พัก ก็ให้บริษัทส่งคนอื่นมาดูฉันแทนก็ได้นะ”

ชานซองหันไปมองจุนโฮอย่างเหนื่อยใจ

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

จุนโฮหัวเราะ ขณะเลือกเสื้อจากตู้

“ฉันอยากทำงานน่ะ ฉันมีโอกาสแล้ว ก็อยากจะทำเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ใช่ว่าชื่อเสียงจะอยู่กับเราตลอดไป” ร่างเล็กหันมายิ้มตาหยีให้ผู้จัดการของตัวเอง ก่อนจะคว้าเสื้อผ้ากลับเข้าไปใส่ในห้องน้ำ

จุนโฮหยุดมองภาพสะท้อนในกระจก อีจุนโฮที่ปราศจากเสื้อผ้าสวยหรู ปราศจากเครื่องสำอางใดๆ เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาไม่ใช่หรอ เด็กหนุ่มธรรมดาที่ควรมีคนรักอยู่เคียงข้าง ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน อาจจะไปเดินเล่นในวันว่างๆ หรือนั่งดูหนังเหมือนคู่รักทั่วไป เขาส่ายศีรษะลบความคิดพวกนั้นซะ มือขาวปลดเสื้อคลุมอาบน้ำออก เขาเคยทำมันได้ตั้งนาน ตัดใจและเดินจากมา มันต่างยังไงที่ตอนนี้นิชคุณอยู่ที่นี่ มันต่างยังไงที่นิชคุณไม่ได้อยู่ห่างคนละซีกโลกกับเขาอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องคอยคิดย้อนกลับไปอีกด้วย จุนโฮแต่งตัวจนเสร็จ เขาเดินออกไปหาชานซอง ทีนำเขาขึ้นรถ และสรุปงานวันนี้ให้เขาฟังอย่างคร่าวๆ บางทีถ้าเข้าวุ่นวายกับการทำงานมากพอ เขาอาจจะไม่มีเวลาเหลือให้คิดถึงนิชคุณอีกแล้วก็ได้

 


 

 

“นี่คือสิบสถานที่เดทยอดนิยม” แทคยอนยื่นกระดาษที่มีลิสต์รายชื่อของร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ และสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่อูยอง

อูยองจ้องมองมันด้วยพวงแก้มที่ดูเหมือนจะเรื่อสีอมชมพูตลอดเวลา

“ผมควรจะชวนเขาไปที่ไหนดีนะ” อูยองไล่อ่านชื่อสถานที่ในมือ

“ไปที่ๆคนเยอะๆ พลุกพล่านหน่อยสิ ไม่ต้องโรแมนติคมากหรอก เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้” มินจุนแทรกขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า ตั้งแต่รู้ว่าแทคยอนนัดกับอูยองโดยไม่บอกเขา แล้วพอเขายืนยันจะตามแทคยอนมา เขากลับพบว่าทั้งสองนัดกันเพื่อให้คำแนะนำกับอูยองให้ไปออกเดทกับคนอื่นเสียอีก

แทคยอนเหล่มองมินจุนอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเสนออูยอง “เดทแรก นายเริ่มจากอะไรง่ายๆก่อนมั้ย เช่นไปดูหนังเป็นไง”

อูยองมองแทคยอนอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เป็นสถานที่เดทที่ง่าย แล้วก็ได้ใกล้ชิดด้วย”

“มืด อึดอัด อากาศก็ไม่ถ่ายเท” มินจุนบ่นอยู่ข้างหลัง ในขณะที่แทคยอนพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ

“แล้วถ้านายอยากเพิ่มความใกล้ชิดขึ้นหน่อย ตอนดูหนังนายอาจจะค่อยๆเอื้อมไปจับมือเขาไว้”

มินจุนเบิกตาโพลง เมื่อแทคยอนไม่พูดเปล่า แต่นิ้วมือเรียวของเขากลับถูกเกาะกุมด้วยมือหนา

“หรือบางทีนายอาจจะค่อยๆพิงไปที่ไหล่เขา” อูยองพยักหน้าอย่างตั้งใจ ขณะมองดูแทคยอนค่อยๆเอนศีรษะไปพิงไหล่ของมินจุนเป็นตัวอย่าง แทคยอนหลับตาพริ้มในขณะที่มินจุนนั่งตัวแข็งทื่อ

อูยองหัวเราะคิกคัก “พวกพี่ก็ดูเหมาะกันอยู่นะครับเนี่ย”

มินจุนสลัดมือของแทคยอนออก ก่อนจะหันมาตัดพ้อเด็กแก้มกลม “อูยองครับ แค่อูยองจะไปเดทกับคนอื่น พี่ก็เจ็บพออยู่แล้ว อย่ามาจับคู่ให้พี่กับไอ้หมอนี่เลยนะครับ”

อูยองเหลือบมองแทคยอนที่ยืดตัวกลับไปนั่งพิงผนักเก้าอี้ ฟันขาวเรียงตัวยิ้มกว้างเป็นสิ่งที่มินจุนไม่ทันได้สังเกตเห็น

 


 

 

“ซัมกยอบซัลหรอ” นิชคุณเอ่ยอย่างแปลกใจ เมื่ออูยองพาเขามาที่ร้านอาหารแถวบ้าน แทนที่จะไปตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างที่คิด

“ก็ผมรู้ว่าฮยองชอบกิน แล้วก็ที่อเมริกาคงหาทานได้ยากใช่มั้ยครับ”

“นั่นสิ ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน” นิชคุณลงมือคีบเนื้อลงในเตาย่าง “แต่ไหนบอกว่าจะอาสานำเที่ยวโซลไง นี่ยังพ้นบ้านมาไม่ถึงสิบโลเลย”

อูยองหัวเราะเบาๆ “มีที่นึงที่ผมอยากไป แต่เราทานเสร็จแล้วค่อยไปกันนะครับ”

“เอาอย่างนั้นหรอ”

“ครับ” อูยองส่งอาหารให้นิชคุณ “ทานเยอะๆนะครับ”

 


 

 

ในหลายวันมานี้ทุกอย่างดูจะกลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดของมินจุนไปเสียหมด ไม่ได้อย่างใจ สักอย่างเดียว มันตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แทคยอนเปลี่ยนสถานะจากคนที่ติดสอยห้อยตามเวลาที่เขานัดกับอูยอง กลายเป็นคนที่มีนัดกับอูยองเสียเอง แล้วเขาคนที่ต้องพยายามแทบตายเพื่อจะชวนอูยองออกไปไหนมาไหน ต้องแอบตามแทคยอนมาเพื่อมาหาอูยอง และพบว่าอ๊คแทคยอนเพื่อนรักที่ทำให้เขาหลงเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกันมาตลอดหลายปีที่ตามจีบอูยองมา เอาเถอะ ถึงแม้อาจจะดูไม่ใช่พวกเดียวกันนักถ้ามองในมุมว่าพวกเขาต่างก็ชอบอูยอง แต่นั่นแหละ เขาไม่คิดว่าคนที่บอกว่าชอบอูยองเหมือนเขาจะหักหลังเขาด้วยการเป็นพ่อสื่อพ่อชักวางแผนการเดทให้อูยองกับผู้ชายคนอื่น

มินจุนยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศของผู้คนที่ต่างเดินกันเป็นคู่ๆ แต่เหล่าคู่รักที่เดินจับมือกันอย่างพลุกพล่านในคืนวันอาทิตย์ในสวนสนุกที่เต็มไปด้วยไฟประดับอย่างสวยงาม ไม่ได้ทำให้เขาหงุดหงิดเท่า เด็กหนุ่มเจ้าของพวงแก้มขาวนุ่มนิ่มที่กำลังเรื่อสีฝาด ดวงตายิ้มหยีจนกลายเป็นขีดเล็กๆ กำลังหัวเราะอย่างร่าเริงกับชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเครื่องหน้าราวกับเจ้าชายในเทพนิยายซึ่งกำลังหยอกล้อคนตัวเล็กด้วยที่คาดผมหูแมว

“ก็แค่ที่คาดผม” มินจุนเอ่ยอย่างหงุดหงิด

“น่ารักดีออก” เสียงที่ตอบกลับมา ทำให้ความหงุดหงิดของมินจุนยิ่งทวีขึ้นอีก ดวงตาเรียวตวัดมอง แทคยอนที่เดินโผล่มาด้านหลังพร้อมกล่องป๊อปคอร์น ขนมสายไหม และไม่ลืมที่จะใส่หูแมวบนศีรษะโดยไม่ดูร่างยักษ์ของตัวเอง

น่ารัก เพราะจางอูยองน่ารักน่ะสิ เขาถึงได้หงุดหงิดที่ลูกแมวตัวน้อย ไปยืนยิ้มหวานอยู่กับผู้ชายคนอื่น

 

“เหมือนลูกเป็ดเลย” นิชคุณเอ่ยหลังจากแอบสวมที่คาดผมให้อูยอง ชายหนุ่มหัวเราะกลั้วลำคอ ขณะมองดูคนน้องอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง

อูยองมุ่ยหน้าเมื่อรู้ตัวว่าถูกนิชคุณแอบสวมอะไรบนศีรษะ มือเล็กคว้าที่คาดผมอีกอันไปสวมให้นิชคุณบ้าง ทั้งๆที่ตั้งใจจะแกล้งกลับ แต่เมื่อสบสายตาของนิชคุณที่ก้มลงมามองจ้องด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าก็ร้อนจนถึงใบหู อูยองแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน

“ตอนนี้เราเป็นพวกเดียวกับลูกเป็ดแล้ว”

“ฉันไม่แก่เกินไปที่จะใส่อะไรอย่างนี้หรอ” นิชคุณเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ

“เราอยู่ที่สวนสนุกนะครับ ใครๆเขาก็ใส่กัน” ถึงอย่างนั้น ภาพของพี่ชายตัวโตที่กำลังสวมที่คาดผมก็ดูน่ารักจนอูยองอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“เอาเถอะ ฉันจะถือว่าซื้อเป็นของที่ระลึกก็แล้วกัน” นิชคุณแกล้งทำหน้าดุใส่อูยอง ยิ่งทำให้อูยองกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

 

“ใครมันเป็นคนเสนอสวนสนุกวะ” มินจุนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย หลังจากเดินตามอูยองและนิชคุณมาสักพัก อูยองอุ้มตุ๊กตาเต็มแขน เป็นของรางวัลจากนิชคุณที่ดูเหมือนจะเล่นเกมส์อะไรก็ชนะไปเสียหมด ยิ่งทำให้มินจุนหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“ก็นายบอกว่าให้ไปที่ๆคนพลุกพล่าน”

มินจุนหันไปมองแทคยอน

“ไหนๆก็มาแล้ว ไม่เล่นอะไรหน่อยหรอไง”

“ฉันไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะเล่นอะไรนะเว้ย ฉันหน้าเหมือนคนมาเที่ยวสวนสนุกนักหรอวะ”

แทคยอนหรี่ตามองหน้าของคนที่ไม่ได้มาเที่ยวสวนสนุกซึ่งบังเอิญอยู่ในสวนสนุก ก่อนจะตัดสินใจว่าเขาควรจะเงียบไว้ดีกว่า

“นายจะไปช่วยอูยองทำไมวะ” แต่มินจุนกลับเป็นฝ่ายพูดต่อขึ้นมา

“เอ้า ก็น้องมาขอคำปรึกษา จะให้กุปฏิเสธยังไง”

“แต่ไม่ใช่เรื่องนี้!” มินจุนโวย จ้องหน้าอ๊คแทคยอนอย่างคาดโทษ

“นายอาจจะคิดกับอูยองแค่เล่นๆ แต่ฉันจริงจังนะเว้ย” มินจุนลดเสียงลง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่เจือความเศร้า “นายก็รู้ฉันแอบชอบอูยองมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนถึงตอนนี้ พยายามทุกอย่างให้ได้ไปเที่ยวกับอูยอง คอยตามเอาอกเอาใจทุกอย่าง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าอูยองไม่ได้ชอบฉันเลย แต่ฉันก็ยังหวังว่าฉันจะมีสิทธิที่จะหวงแหนเขาไว้บ้าง มาเห็นอูยองอยู่กับคนอื่นอย่างนี้ นายรู้มั้ยว่ามันรู้สึกยังไง”

“ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาหรอก” แทคยอนเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ตามมาดูคนที่ตัวเองชอบเดทกับคนอื่นมันไม่สนุกหรอกน่า แต่มันก็ช่วยไม่ได้เนอะ ก็แค่อยากอยู่ใกล้ๆเขา เวลาเขาออกไปไหนกับใคร ก็อยากจะตามไปด้วย ไม่อยากให้คลาดสายตา ถึงแม้จะโดนต่อว่าเสียยาวเหยียด ตามมาทำไมบ้างล่ะ เสือกบ้างล่ะ มันก็เป็นแค่เพราะฉันไม่อยากให้เขาไปไหนกับใครเลย”

“เดี๋ยว นี่นายหมายถึงใคร” มินจุนหยุดนิ่ง เขามองหน้าของแทคยอนคนที่ตามเขาไปทุกๆที่ ริมฝีปากอุ่นวาบเมื่อนึกถึงรสจูบจากกลีบปากร้อนผ่าวเมื่อคืนก่อน

แทคยอนยักไหล่ “ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้หรอก”

 

 


 

 

“วันนี้เราโชคดีแล้วล่ะครับ เขาบอกว่าจะมีจุดดอกไม้ไฟด้วย เราอาจจะได้ดูดอกไม้ไฟจากข้างบนเลยล่ะครับ” อูยองเอ่ยอย่างตื่นเต้น ขณะที่แถวคิวเพื่อรอขึ้นชิงช้าสวรรค์ค่อยๆขยับไปอย่างช้าๆ “ผมอยากมาที่นี่นานแล้วล่ะครับ แต่มันเป็นที่ที่คนมักมาเป็นคู่ ผมก็เลยไม่รู้จะมากับใคร”

“แล้วต้องมากับฉันนายไม่ผิดหวังแย่หรอ นายควรมากับคู่เดทนี่นา” นิชคุณเอ่ยแซวอย่างติดตลก อูยองได้แต่มองหน้าของนิชคุณ ในขณะที่แก้มของตัวเองร้อนผ่าว อ้อมแขนกอดกระชับตุ๊กตาหมีสีขาวที่นิชคุณให้เป็นของขวัญ วันนี้มันเป็นเหมือนเดทแรกของพวกเขาเลยนี่นา พวกเขามีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน เขาจะเรียกมันว่าการเดทได้มั้ยนะ

นิชคุณเลิกคิ้วขึ้น ทำให้อูยองรู้สึกตัวว่าเขาคงจะจ้องมองคนพี่นานเกินไป อูยองหันหนีไปมองทางอื่น โชคดีที่ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้น และอูยองก็แกล้งทำเป็นมองท้องฟ้าที่สว่างขึ้นมา

ในที่สุดก็ถึงรอบของพวกเขา นิชคุณยิ้มให้อูยอง ก่อนจะเดินนำก้าวขึ้นไปบนชิงช้า อูยองเดินตามร่างสูง สายตาจ้องมองมือหนาของคนข้างหน้า ความคิดคิดไปถึงว่าจะอบอุ่นเพียงใดหากมือหนานั้นจับจูงเขาให้เดินตาม อูยองเม้มริมฝีปากลง นี่เขากำลังคิดเพ้อฝันอะไรอยู่นะ ประตูถูกปิดลง และชิงช้าของพวกเขาก็เริ่มลอยสูงขึ้น

อูยองมองออกไปด้านนอก พื้นดินห่างออกไปขึ้นทุกขณะ ภาพสิ่งของข้างล่างดูเล็กลง

“สวยจังเลยนะครับ” กรุงโซลยามค่ำคืนดูเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟเมื่อมองจากมุมสูงอย่างนี้

“อ่า ตอนนี้ฉันก็มองเห็นทั้งกรุงโซลแล้วสิ”

“ผมบอกแล้วว่าผมจะพาฮยองเที่ยวทั่วเมืองเลย” อูยองและนิชคุณหัวเราะออกมาพร้อมกัน

เสียงดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นพร้อมแสงสว่างที่พร่างพราวเต็มท้องฟ้า อูยองหันออกไปมองด้วยรอยยิ้มที่ระบายเต็มใบหน้า นิชคุณจ้องมองแสงที่เปล่งประกายในดวงตากลมใสของคนเป็นน้อง มันสว่างด้วยแสงไฟ ก่อนจะหม่นลงเมื่อดอกไม้ไฟจางหาย ก่อนจะเปล่งประกายขึ้นมาใหม่ เมื่อดอกไม้ไฟลูกถัดไปถูกจุดขึ้น สว่าง และหม่นแสง

“อูยอง”

“ครับ” เสียงของอูยองแทบจะถูกกลบด้วยเสียงดอกไม้ไฟลูกถัดมา

“อย่าชอบฉันเลยนะ” นิชคุณจ้องมองดอกไม้ที่ผลิบานอยู่เต็มฟ้า แสงสว่างแพรวพราวที่ล่อลวงให้ผู้คนจ้องมองอย่างหลงใหลก่อนจะสลายหายไป เหลือเพียงความมืดมิดของราตรี

“ฉันรักใครไม่ได้หรอก” ท่ามกลางเสียงพลุไฟ เสียงของนิชคุณกลับย้ำชัดในโสตประสาทของอูยอง

แสงสว่างเหล่านั้นพร่าเบลอ เพราะอะไรกันนะ

“ไม่หรอกครับ ไม่ต้องห่วง” อูยองยิ้มออกมา นิ้วมือกอดตุ๊กตาในอ้อมแขน รู้สึกราวกับว่าหากเขาไม่ยึดอะไรไว้ ร่างกายของเขากำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

นิชคุณยิ้มให้อูยอง มือหนาขยี้ศีรษะของคนน้อง “ฉันอยากให้เราเป็นพี่น้องกันอย่างนี้ ให้นายเป็นคนที่ฉันสบายใจเวลาที่อยู่ด้วย”

อูยองพยักหน้า เขายิ้ม โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า น้ำตามันไหลออกมาแล้ว

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ทำให้ฮยองไม่สบายใจหรอก ไม่ต้องห่วงนะครับ”

บนชิงช้าท่ามกลางบรรยากาศแสนหวาน ท้องฟ้าที่สวยสว่างด้วยแสงไฟ นิชคุณดึงตัวอูยองมากอดไว้ ปลอบหัวใจดวงน้อยที่บอบช้ำ อาจจะดูใจร้าย แต่หัวใจของเขาเอง ไม่พร้อมจะรักใครได้อีก เขาไม่รู้ว่ามันจะมีวันที่เขาจะรักใครได้มั้ย ไม่รู้ว่าวันใดที่เขาจะลืมความรักในครั้งเก่า และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ แต่อูยองที่ยังเด็ก และเต็มไปด้วยความสดใส ไม่ควรจะต้องมานั่งรอความรักจากเขา เขารู้ว่าความผิดหวังนั้นเจ็บปวด แต่เขาก็รู้ว่าการเฝ้ารอความรักนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า

 

 

 


Note:

มาต่อแล้วววววววววๆ มีคนยังอ่านอยู่มั้ย เรายังแต่งต่ออยู่นะถึงแม้ว่ามันจะช้ามากๆก็เถอะ ;____;

 

 

7 comments

  1. ตอนแรกอ่านแล้วนั่งบิดนั่งจิกไปทั่ว เขินมาก ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปดูพวกเขาจริงๆ แต่พอขึ้นชิงช้าสวรรค์ถึงแม้พี่คุณจะพูดออกมาสั้นๆแต่เราก็น้ำตาไหลอยู่ดี เจ็บปวดแทนยอง T w T

  2. น้ำตาไหลเลยอ่า เศร้าาาา สั้นๆ แต่มันบาดลึกนะ เหมือนตอกย้ำว่าไม่ได้ๆๆ
    สงสารอูยองมากกกก เหมือนจะเป็นการเริ่มที่ดีแต่ทำไมเหมือนความหวังมันจบลงดื้อๆ ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มแท้ๆ
    สงสารมากตอนน้องยิ้มแล้วพยักหน้าเข้าใจทั้งที่น้ำตาก็ไหล แต่มือกอดตุ๊ตาแน่นอ่ะ มันเจ็บปวดมาก ฮือออออ
    น้องยองกลับไปซบอกพี่แทคพี่คิมเถอะนะ ไม่ไหวแล้ว ปล่อยอิพี่อยู่คนเดียวไปเลย โป้งงงงง!
    —-นานๆ มาทีไม่เป็นไรค่ะ เรารอเก่งนะ แต่อย่าหายไปเลย เราชอบมากกกกกกกกกก ^0^ ขอบคุณนะคะ

  3. อ๊ากกกกกกกกกก กระชากคอเสื้อพี่คุณเขย่าแรงๆ ใจร้ายจริงสงสารน้องยอง T^T
    ดึงน้องยองเข้ามากอดปลอบ พี่เค้าไม่อยากให้รัก งั้นมารักกับพี่สาวก็ได้เนอะ 555++ เนี่ยนๆ
    มินจุนอ่า นายเข้าใจแทคผิดมาตลอดเลยสินะเนี่ย คิดว่าเป็นคู่แข่งมาตลอด แต่จริงๆเหมียวแอบชอบมินจุนอยูอ่ะจิ
    ขอบคุณนะคะไรท์ที่มาอัพต่อ ยังอยากอานต่อจนจบ ถึงแม้มันจะร้าวก็ตาม TT TT

  4. ดีใจที่มาต่อค่ะ เพราะชอบเรื่องนี้มาก มันดราม่าดี นี่เข้ามาแอบส่องทุกวัน อิอิ รบกวนเขียนให้จบเถอะนะคะ please

    กลับมาเมนท์ คือก็เข้าใจนิชคุณนะ จริงๆ อาจเป็นเรื่องดีก็ได้ที่อูยองไม่ต้องรออีกเพราะมันทรมาน ตัวเองก็ยังตัดอีกคนไม่ได้
    แต่ต่อไปอยู่ใกล้น้องมากๆ ก็อย่าหลงรักเกินน้องซะเองล่ะ มีคนรอซ้ำเติมอยู่ อย่างน้อยก็รีดเดอร์แถวเนี้ย..ชิมิล่ะ
    ว่าแต่นชคเค้ารู้ได้ไงนะ เพราะก็เพิ่งกลับมาไม่นาน หรือว่าจากเจย์

    มาต่อตอนต่อไปเร็วๆ นะคะ รอ ร้อ รอ …ทรมานเหมือนอูด้งเลย อยากอ่านๆๆๆๆๆ

  5. โอ๊ยยยย คุณ ไม่อยากทำร้ายน้องด้วยการให้ความหวังเลยบอกน้องไปตรงๆ
    ถือว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษมากถึงจะดูใจร้ายไปหน่อยก็เถอะนะ แต่เราชอบ
    โถถถถ พี่คิมอย่ามามึนนะ แทคแสดงออกขนาดนี้ช่วยรู้อะไรบ้างเถอะ
    แทคพยายามบอกพยายามสื่อหลายครั้งแล้วแต่พี่คิมก็ไม่ใส่ใจ เฮ้อ
    น้องโฮยังรักคุณอยู่สินะ ทำงาานเพื่อที่จะได้ไม่มีเวลามาคิดฟุ้งซ่าน
    ความจริงน้องโฮน่าสงสารนะ ต้องทิ้งความรักเพื่อตามความฝัน

  6. อื้อออ …. สงสารเด็กแก้มป่องจัง น้องเฝ้ารอ จิงๆ คนพี่กะรู้ ไม่อยากให้น้องเจ็บปวด เพราะตัวเองกะเจ็บม่แร้ว แต่บอกน้องแบบนี้ มันทำใจลำบากสุดๆ เรยอ่าา
    แทคคิม น่ารัก ชอบความเป็นเพื่อน ที่รักกันเกินคำว่าเพื่อนแล้ว แต่อีกคนยังไม่ตัว พี่แทคพยายามเข้านะ
    อีกไม่นานมั้ง ปู่คงจารู้ใจตัวเองบ้างหรอก
    ยังตามอ่านอยู่นะค๊ะ รอติดตาม ทั้งๆ คนอ่าน กะตามอ่านไม่ค่อยทันท่าไร ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆ ให้ได้อ่านค่ะ

  7. ฮือออออออออออออ มันเจ็บปวด ตอนคนพี่บอกว่าอย่าชอบกันเลย แล้วน้องยองต้องบอกว่า จะไม่ทำให้เป็นห่วง
    คืออะไร มันคืออะไร ทำไมต้องบีบคั้นจิตใจขนาดนี้ ฮืออออออ
    แต่อย่างน้อยพี่คุณก็แมนพอที่จะบอกน้อง ถ้าน้องจะสู้ต่อไปมันก็เป็นสิทธิ์ของอูยองอยู่ดี แต่มันฟังแล้วเจ็บแปลบขึ้นมาทันที(เสียงดนตรี)
    โอย น้ำตาจะหลุย นี่เราอินไปใช่มั้ย เราอ่านต่อไปเราจะยิ่งเจ็บขึ้นรึเปล่าเนี่ย แงงงงงงง

    ในที่สุดมินจุนก็เริ่มจะรู้ตัวซักที จะช้าไปแล้วววว พี่แทคเค้าบุกมานานละ แหม๊

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s