letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 4/?

letitrain

นิ้วมือเล็กที่จับหลอดพลาสติกสีน้ำตาล ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังใช้มันเขี่ยน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นในแก้วจนมันละลายไปเกือบหมด พวงแก้มเรื่อสีฝาดแดง ขณะที่ริมฝีปากต้องคอยแต่จะเม้มบางเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มออกมา สายตาของนิชคุณมันอบอุ่นมากเลยไม่ใช่หรอ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ทำให้อูยองจะยิ้มตามทุกทีเพียงแค่ได้คิดถึง พวงแก้มแดงจัดเมื่อความคิดหวนไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน ใบหน้าที่หล่อเหลาดังรูปสลักแม้ในยามหลับ ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่ง ผิวขาวจัดซึ่งให้สัมผัสร้อนผ่าว อูยองเลื่อนมือขึ้นปิดพวงแก้มกลมของตัวเอง หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเขา เขาส่ายศีรษะพยายามสลัดภาพของนิชคุณออกไป เพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำขนาดนี้

แต่กับคนที่คอยเฝ้ามองอูยองอยู่เสมอ จะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง เด็กตัวน้อยที่คอยก้มหน้าและแอบยิ้มอย่างเขินอาย มันน่ารักเสียจนเขาแทบบ้า

“อูยอง เป็นอะไรครับ หน้าแดงเชียว”

อูยองกัดกลีบปากล่าง จะยิ้มให้ได้อีกแล้ว ก่อนจะเงยขึ้นมาส่ายศีรษะรัวๆ

“เขินฉันล่ะสิ” คิมมินจุนฉีกยิ้มกว้าง ให้กับคู่เดทของตัวเอง เขาแอบชอบอูยองซึ่งเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตั้งแต่แรกเห็นจนถึงแม้ตอนนี้เขาจะเรียนจบแล้วก็ตาม ความน่ารักของอูยองเป็นที่ล่ำลือในโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็เป็นที่เล่าลือเหมือนกันว่าใครชอบอูยองต้องอกหักทุกรายเพราะอูยองไม่เคยสนใจใคร โชคดีแค่ไหนที่จินอุนญาติผู้น้องของเขาเป็นเพื่อนสนิทของอูยอง เขาถึงเป็นคนเดียวที่ทำลายคำบอกเล่าปากต่อปากแล้วสามารถนัดเดทกับอูยองได้ แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าเดทครั้งนี้มันเป็นการออกมาสองต่อสอง ไม่ใช่มีตัวแถมมาด้วยอย่างนี้

“น้อยๆหน่อย อูยองจะเขินแกทำไม อูยองงี่เขินฉันต่างหาก ใช่มั้ยล่ะครับ” แทคยอนเลื่อนหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง เข้าไปใกล้อูยอง จนเขาแทบอยากจะกระชากคอมันออกมา แทคยอนเพื่อนตัวป่วนที่พอรู้ว่าเขาจะมาเดทกับอูยอง ก็รีบตามมาด้วยโดยไม่รอคำเชิญด้วยซ้ำ แทคยอนเองก็เรียนมัธยมมากับเขา ตามเขามาเรียนมหาลัยทั้งๆที่ระดับมันสมองของแทคยอนสามารถเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ และทั้งๆที่หน้าตาของแทคยอนก็อยู่ในระดับที่ทำให้มีคนมารายล้อมมากมายมันก็ยังไม่วายจะมาชอบอูยองตามเขาอีก

“เวลาอูยองเขินพี่ แล้วแก้มแดงๆอย่างนี้น่ารักจังเลยนะครับ” แทคยอนยังคงพูดต่อไป

“เอ่อ..” อูยองอ้ำอึ้งมองหน้าชายหนุ่มสองคนตรงหน้าสลับไปมา ก่อนจะยกมือขึ้นโบกเบาๆ “อากาศมันคงร้อนๆน่ะครับ หน้าผมก็เลยแดง”

“อ่า แล้วทำไมไม่บอกล่ะครับ ถ้าอูยองร้อน กินน้ำชามะนาวปั่นของพี่มั้ยครับ จะได้ชื่นใจ” มินจุนเลื่อนแก้วน้ำของตัวเองให้อูยองอย่างเอาอกเอาใจ

“กินชากาแฟมันไม่ดีหรอกครับ กินแตงโมปั่นของฉันดีกว่านะ” แทคยอนคว้าแก้วชามะนาวของมินจุนไปดูดแทน ก่อนจะยื่นแก้วน้ำของตัวเองให้อูยอง

“ม่ะ.. ไม่เป็นไรครับ” อูยองชูแก้วน้ำของตัวเองขึ้น รสหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่ ผลไม้ที่นิชคุณชอบ ทำให้แก้มใสดูจะเรื่อสีขึ้นมาอีก

“อูยองทานน้ำแข็งไสมั้ยครับ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” มินจุนเสนอ ก่อนจะโดนขัดขึ้นมาอีก

“น้ำแข็งไสอะไร อย่างอูยองนี่น่าจะชอบทานไอศกรีมมากกว่าใช่มั้ยครับ เอารสอะไรดี เอาเป็นคาราเมล ช็อกโกแลต หรือวานิลลา”

“อูยองน่าจะอยากกินอะไรที่มันสดชื่นมากกว่านะ เอาเป็นไอศกรีมเชอร์เบทผลไม้ดีมั้ยครับ”

“นี่เมิงจะขัดกุไปถึงไหนเนี่ย”

“แล้วใครบอกให้แกตามมาด้วยละวะ” มินจุนตะโกนอย่างเหลืออด

อูยองมองพี่ๆสองคนที่เริ่มทะเลาะกันเสียงดังจนคนอื่นๆในร้านหันมามอง เป็นอย่างนี้ประจำแหละ จินอุนจะมาตื้อให้เขายอมออกมาเดทกับมินจุน ซึ่งคราวนี้เขาหนีไม่ได้เพราะเจ้านั่นมันยังทำเป็นงอนเรื่องที่เขาทิ้งมันไม่ยอมไปเรียนพิเศษด้วยอยู่ เขาถึงต้องยอมทำตาม แล้วแทคยอนฮยองก็จะตามมาด้วยเสมอ

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานอะไรก็ได้” อูยองพยายามจะพูดเพื่อสงบสงครามขนาดย่อม แต่เสียงของเขาดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ สายตาคนในร้านที่มองมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อูยองต้องหันหนีออกไปมองด้านนอก สายตาถึงพลันได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านไปโดยบังเอิญ

ร่างเล็กลุกพรวดพราดขึ้นในทันที ทำให้มินจุนและแทคยอนหยุดเถียงกันขึ้นมาชั่วขณะ

“นั่น อูยองจะไปไหนน่ะครับ” มินจุนรีบลุกตาม เด็กแก้มป่องที่จู่ๆก็เดินออกจากร้านไป

“อูยองโกรธพี่หรอครับ พี่ทำให้อูยองอึดอัดหรอ” เสียงมินจุนพูดอย่างเกรงๆ ก็ถ้าอูยองไม่พอใจเขาขึ้นมาจริงๆ ต่อไปถ้าชวนไปไหนอีก อูยองก็คงไม่ยอมมาด้วยแน่ๆ ยิ่งนึกก็ยิ่งแค้นคนที่ส่งเสียงไล่หลังเขามาอีกที

“เพราะแกนั่นแหละ โวยวายเสียงดัง เห็นมั้ย น้องเขาลุกหนีเลย”

มินจุนตวัดสายตาใส่แทคยอน “ใคร แกว่าใครโวยวาย ใครกันแน่ที่มันหาเรื่องก่อน”

“กุหาเรื่องเมิงตอนไหน”

“เมิงหาเรื่องกุตั้งแต่เมิงเสือกมาอยู่ที่นี่แล้ว”

“กุไม่ได้มาเสือกเมิง กุก็มาเดทกับอูยองเหมือนกัน”

“แล้วเมิงถามน้องเขารึยังว่าเขาอยากมาเดทกับเมิงรึป่าว”

“อูยองก็ไม่ได้บอกนี่ว่าไม่อยากให้ฉันมา จริงมั้ยครับอูยอง” ท้ายประโยคหันไปถามอูยอง แต่กลับไม่เจอคนตัวเล็กเสียแล้ว

“อูยองหายไปไหนแล้ว” มินจุนทำตาเบิกโตอย่างตกใจ หันมองซ้ายมองขวา ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในแหล่งท่องเที่ยวอย่างนี้ เขาพลัดหลงกับอูยองเสียแล้ว

“ความผิดของนายคนเดียวเลย” คิมมินจุนเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง นิ้วเรียวจิ้มไปที่แผ่นอกกว้างอย่างเอาเรื่อง หน้าตาบึ้งตึงที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้คนที่กำลังโดนต่อว่าแอบอมยิ้มอยู่ในใจ

 .

.

ร้านซีดีอย่างงั้นหรอ

อูยองมองตามร่างสูงที่เดินเข้าไปในร้าน เขาเดินตามนิชคุณมาจากคาเฟ่ที่เขานั่งอยู่กับมินจุนและแทคยอน จนมาถึงที่ร้านขายซีดี นิชคุณเดินอย่างรวดเร็วคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่างที่วางแผนมาอยู่แล้ว ก่อนจะหยุดที่ชั้นวางที่จัดโชว์อัลบั้มใหม่ของนักร้องวัยรุ่นคนหนึ่ง อูยองก้าวตามเข้าไปในร้านอย่างช้าๆ ยังคงไม่แน่ใจว่าจะทักนิชคุณอย่างไร นิชคุณจะแปลกใจมั้ยที่เจอเขาที่นี่ เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงขึ้นทุกทีที่เขาก้าวเข้าไปใกล้นิชคุณมากขึ้นๆ ปลายลิ้นแตะที่ริมฝีปากขณะกำลังคิดหาคำพูด ร่างสูงใช้เวลาไม่นานก่อนจะหยิบอัลบั้มมาจากชั้นที่จัดโชว์ ไม่ใช่แค่แผ่นเดียว นิชคุณหอบมันเต็มอ้อมแขนเท่าที่เขาจะสามารถถือมันได้ อูยองหยุดฝีเท้าลงด้วยความประหลาดใจ ความตั้งใจที่จะเอ่ยทักทายกลายเป็นรีบหันหลบเมื่อนิชคุณเดินผ่านไปอย่างเร่งรีบโดยไม่สังเกตเห็นเขาเลย

อูยองรู้จักศิลปินคนนี้มาบ้าง นิ้วเล็กเรียวหยิบอัลบั้มที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมา หลังจากนิชคุณเดินออกไปจากร้านแล้ว ที่หน้าปกเป็นรูปชายหนุ่มในเสื้อผ้าแบบสบายๆที่กำลังยิ้มอย่างสดใส อีจุนโฮ ชื่อของเขาเขียนด้วยตัวอักษรเรียบง่าย  เข้ากับธีมของอัลบั้ม เพื่อนๆที่โรงเรียนมักจะพูดถึงจุนโฮอยู่บ่อยๆ เป็นศิลปินที่กำลังโด่งดัง เพลงของเขาถูกเปิดให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งใน โทรทัศน์ ตามรายการต่างๆ หรือจะเป็นในร้านค้าทั่วไป ที่เขามักจะได้ยินเสียงเพลงของจุนโฮดังออกมาเมื่อเดินผ่าน เรียกว่าจุนโฮเป็นไอดอลที่ประสบความสำเร็จมากทีเดียว แต่สิ่งที่เขาประหลาดใจ คือ นิชคุณ ชอบเพลงของคนๆนี้มากขนาดนั้นเลยหรือ นิชคุณที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จะรู้จักนักร้องวัยรุ่นของเกาหลีดีขนาดนี้เลยหรอ

“อูยอง อยู่นี่เอง” มินจุนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อหาร่างเล็กเจอในที่สุด “อ๊ะ อัลบั้มใหม่ของจุนโฮนี่”

มินจุนเอ่ยทักเมื่อเห็นสิ่งที่อูยองถืออยู่ แก้มกลมยังคงก้มหน้า และพลิกอ่านรายชื่อเพลงอย่างตั้งใจ

“อูยองอยากได้หรอครับ”

อูยองพยักหน้าอย่างช้าๆ ถ้ามันเป็นเพลงที่นิชคุณฟัง เขาก็อยากจะฟังด้วยเหมือนกัน

“ฉันซื้อให้นะ” แทคยอนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ หยิบอัลบั้มไป พร้อมกับขยิบตาให้อูยอง “เป็นของขวัญจากฉันแล้วกัน”

“ไอ้แทค..” มินจุนกัดฟัน ขณะมองตามอูยองที่เดินตามแทคยอนไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์อย่างว่าง่าย

.

.

ชานซองก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือเรือนสีเงิน ก่อนจะเงยขึ้นมองแถวคิวที่ยังคงต่อยาวออกไป แถวขยับช้ากว่าที่วางแผนไว้ เพราะจุนโฮที่พยายามพูดคุยและทักทายกับแฟนคลับทุกคนในขณะที่แจกลายเซ็น ถึงเขาจะเป็นกังวลอยู่บ้างกับตารางงานที่อาจจะต้องเลื่อนออกไป แต่ถ้าขืนไปขัดเวลาของจุนโฮที่ใช้กับแฟนคลับละก็ มีหวังจุนโฮจะได้หันมาเหวี่ยงเขาแทน และบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็คงอึมครึมต่อไปอีกหลายวัน ชานซองถึงได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ และคอยดูแลหากว่าจุนโฮต้องการความช่วยเหลืออะไร

จุนโฮเป็นคนถนัดทั้งสองมือ มือขวาที่จับปากกาเซ็นอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่มือซ้ายคว้าจับขวดน้ำที่หมดแล้ว ก่อนจะชูขึ้นให้ชานซองเห็น การส่ายขวดน้ำในมือไปมาถึงแม้เจ้าตัวจะไม่หันมาพูดอะไรและยังคงพูดคุยกับแฟนคลับอย่างยิ้มแย้ม แต่นั่นไม่ต่างจากคำสั่งให้เขารีบไปหยิบขวดใหม่มาก่อนจะเป็นเรื่อง

การโปรโมตในช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะคึกคักกว่าช่วงอื่นๆ แต่มันก็ทำให้จุนโฮต้องเผชิญอากาศร้อนอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนขี้ร้อน และเม็ดเหงื่อที่ทำให้เหนียวเนื้อเหนียวตัวก็ชวนให้น่าหงุดหงิด แต่เสียงทักทายของแฟนๆก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ บางคนมีของขวัญ มีขนม และบางครั้งก็มีเสียงตะโกนให้กำลังใจแบบตลกๆที่ทำให้เขาหัวเราะออกมา จุนโฮวางขวดน้ำเปล่าลง เมื่อพบว่ามันหมดแล้ว ก่อนจะส่งยิ้มให้แฟนคลับตัวน้อย ที่รับซีดีจากเขาไป พร้อมพูดบ๊ายบายอย่างเขินอาย

แฟนคลับคนต่อไปเดินเข้ามาพร้อมกับดอกทานตะวันที่ถูกวางลงบนโต๊ะ

จุนโฮยิ้มตาหยีเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเงยขึ้นทักทาย แต่ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้า รอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปแทบจะในทันที

“ดอกทานตะวันที่หันมองดวงอาทิตย์เสมอหรอ” นิชคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “นายขโมยความคิดฉันไปแต่งเพลงนี่”

มันเป็นเนื้อเพลงหนึ่งของเขาที่พูดถึงดอกทานตะวัน เปรียบเทียบกับความรัก และก็ใช่.. มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้เคยพูดกับเขา

ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะคอยเฝ้ามองนาย เหมือนดอกทานตะวัน ที่จะหันไปหาดวงตะวันเสมอ

“นายมาทำไม”

“นี่นายพูดกับแฟนคลับของนายอย่างนี้หรอ” นิชคุณกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นใบหน้าที่ถอดสีของจุนโฮ “ฉันก็มาขอลายเซ็นนายไงล่ะ”

จุนโฮกำด้ามปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วมือซีดขาว เขาวาดลายเซ็นลงไปบนปกอัลบั้ม ก่อนจะรีบส่งให้นิชคุณ

“นายต้องเขียนชื่อฉันลงไปด้วยสิ”

นิชคุณยืนนิ่ง จุนโฮเงยขึ้นสบตาของชายหนุ่ม ต้องการอะไร ต้องการอะไรจากเขากันแน่

“หรือนายจำชื่อฉันไม่ได้” นิชคุณเหยียดยิ้มอย่างเย็นชา “ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ร้องเรียกชื่อฉันอยู่บ่อยๆ”

“นิชคุณ!” ดวงตาของจุนโฮเบิ่งกว้างอย่างตื่นตระหนก ยิ่งทำให้รอยยิ้มของนิชคุณกว้างขึ้น

“อ่า นายจำชื่อฉันได้แล้วนี่”

“ไปให้พ้น”

“ชู่วว” นิชคุณกระซิบเสียงเบา “พูดจาอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะ คิดดูสิ แฟนคลับนายคนอื่นๆที่มองอยู่เขาจะคิดยังไง”

“มีอะไรรึป่าวครับ” จุนโฮถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงของชานซองเดินเข้ามา มือหนาของชานซองบีบบ่าของจุนโฮเบาๆ ก่อนจะสบตาของนิชคุณ “ถ้าได้ลายเซ็นแล้ว ก็เชิญให้ท่านอื่นต่อนะครับ”

ชานซองหรี่ตามองแผ่นหลังของนิชคุณที่เดินจากไป เขาจำชายหนุ่มคนนี้ได้ คนที่เอาดอกไม้ไปให้จุนโฮที่ห้องพักหลังเวที

“นายเป็นอะไรมั้ย เกิดอะไรขึ้น”

จุนโฮส่ายศีรษะ ไม่ ไม่เป็นอะไร มือซีดขาวทาบหน้าอกของตัวเอง เขาไม่มีหัวใจ ให้เจ็บปวดแล้วนี่นา

ถึงแม้ว่าจุนโฮจะกลับมายิ้มแย้มแจ่มใสได้อีกครั้ง แต่สำหรับชานซองที่ใกล้ชิดกับจุนโฮที่สุด เขารู้ดีว่าจุนโฮยังไม่หายตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ จุนโฮมีแฟนคลับทั้งผู้หญิงผู้ชายจะเรียกว่าทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้ เขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครจะเข้ามาในรูปแบบไหน ดีหรือร้าย บางทีเขาก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงจุนโฮจนเกินเหตุ เขาไม่กล้าปล่อยให้จุนโฮคลาดสายตาอีกตลอดการแจกลายเซ็นที่เหลือ

“เหนื่อยหรอ” ชานซองเอ่ยทักเมื่อก้าวขึ้นมานั่งบนที่นั่งคนขับ

จุนโฮเข้ามานั่งรอในรถที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้อยู่ก่อนแล้ว ร่างเล็กเอนพิงผนักเบาะ และหลับตานิ่ง

“นิดหน่อย” จุนโฮพึมพำ

“นอนพักก่อนเถอะ ฉันจะขับให้นิ่มที่สุดเลย” ชานซองยิ้มบางๆ ก่อนจะออกรถ เสียงหัวเราะเบาๆของจุนโฮทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองร่างเล็กจากกระจกส่องหลัง

ดวงตาเรียวยังคงปิดสนิท ขณะที่ริมฝีปากยิ้มออกมา นิ้วมือขาวกำก้านของดอกทานตะวันดอกหนึ่งเอาไว้ ดอกทานตะวันกลายเป็นดอกไม้ประจำตัวของจุนโฮไปแล้ว แฟนๆมักจะถือมามอบให้กับจุนโฮ จนที่ห้องของเขาเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองนี้เต็มไปหมด แต่จู่ๆชานซองก็นึกถึงชายคนนั้น คงเป็นเพราะว่าเขาจำได้ว่าเห็นผู้ชายคนนั้นเอาดอกทานตะวันมาให้จุนโฮเหมือนกัน แต่ไม่น่า จุนโฮจะถือดอกไม้ของคนๆนั้นเอาไว้ทำไม มีแฟนคลับที่ให้ดอกทานตะวันกับจุนโฮเยอะแยะ มันอาจจะเป็นของขวัญจากใครก็ได้ แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังคงรบกวนจิตใจของเขา จนเขาอดจะถามออกไปไม่ได้

“คนๆนั้น เขาพูดอะไรกับนายหรอ”

จุนโฮยังคงหลับตาอยู่และไม่ตอบอะไร

“เป็นพวกแอนตี้แฟน หรือเป็นซาแซงแฟนหรอ”

“ไม่ ไม่ใช่หรอก” จุนโฮเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับมา

“นายรู้จักเขาหรอ”

จุนโฮเงียบไปนาน จนชานซองเข้าใจไปว่าเพื่อนตัวเล็กคนนี้อาจจะเหนื่อยเกินกว่าจะคุยกับเขาแล้ว เขาปล่อยให้จุนโฮหลับ และตั้งใจขับรถอย่างระมัดระวัง เพื่อให้จุนโฮได้พักผ่อน

แต่จุนโฮไม่ได้หลับ นิ้วมือเรียวไล้บนกลีบดอกทานตะวันที่ถืออยู่ เบื้องหลังเปลือกตาที่ปิดสนิทคือน้ำตาที่เอ่อคลอซึ่งเขาไม่สามารถให้ใครได้เห็น

2 comments

  1. นั่นงัย แววมาม่ามาเริ่มชัดแระ สองคนนี้ต้องมีอารัยฝังใจกันมาก่อนแน่ๆ อาจเป็นรักแรก รักที่เจ็บปวดจนต้งห่างกันไป มันจาเกิดอารัยขึ้นต่อไปน๊า
    ส่วนสามคนที่พาน้องยองไปกินขนม ช่างเหมือนตัวตนของพี่แทค กะปู่จิงๆ แต่พี่แทค มัยต้องตามปู่ ตลอดค๊ะ น่าสงสัย

  2. นิชคุณกับจุนโฮเค้ารักกัน แต่เค้ารักไม่ได้ เอ๊ะ งงมั้ย 5555 เค้ารักกันแต่สถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย
    เราเป็นอูยองคงช๊อคน่าดูอ่ะ พี่ชายที่ชอบเดินเข้าร้านซีดีแล้วซื้อหลายสิบแผาน มันเป็นพฤติกรรมที่ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่เมื่อเป็นคนที่ชอบทำมัน
    อูยองดูฮอทอ่ะ แต่พี่แทคนี่มาตามอูยองหรือมาตามมินจุนกันแน่ 555
    ทำไมรู้สึกเจ็บปวดใจแบบเน้ รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่น้ำตามันไหลออกมาไม่ได้อะไรงี้อ่ะ
    สงสารจุนโฮ สงสารนิชคุณ เค้ารักกันนนน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s