letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 3/?

letitrain

หูของเขายังคงอื้ออึงไปด้วยเสียงกรี้ด บวกกับเสียงดนตรีบนเวที รุ่นพี่ให้คำแนะนำกับเขาว่าสักวันเราจะเคยชินกับมัน และจะอยู่กับความเงียบไม่ได้อีก แต่เห็นได้ชัดว่าเวลาหลังจากเดบิ้วต์มาเกือบปี ไม่ได้ทำให้เขาเคยชินกับมันได้เลย เขาถอนหายใจเมื่อเดินเข้ามาในห้องพักศิลปินและพบว่ามันเงียบสงบ ตัวเขายังเป็นศิลปินหน้าใหม่ ถึงจะมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว แต่ยังคงต้องแบ่งห้องพักร่วมกับคนอื่น เขารู้สึกโล่งใจที่เข้ามาแล้วไม่พบใคร คงเป็นเพราะเขาแสดงเป็นคนท้ายๆ และศิลปินรุ่นน้องที่แชร์ห้องกับเขามีธุระต่อจึงได้รีบออกไป

“จุนโฮ อีจุนโฮ” โทรทัศน์ติดผนังเป็นสิ่งเดียวที่ส่งเสียงในความเงียบ พิธีกรกำลังพูดเกริ่นถึงการแสดงของเขาที่จะฉายในช่วงถัดไป ถึงจะเป็นรายการสด แต่จริงๆแล้วการถ่ายทำก็ใช้เวลา และภาพที่ถ่ายทอดออกไปก็ช้ากว่าความเป็นจริง ทำให้เขาซึ่งแสดงเสร็จแล้ว ได้เห็นภาพการแสดงของตัวเองผ่านทางจอโทรทัศน์อีกครั้ง

ปกติแล้ว เขาจะตั้งใจดูการแสดงของตัวเอง เพื่อดูว่าเขาได้ทำผิดพลาดตรงไหน และมีส่วนไหนที่ควรปรับปรุง แต่ในวันนี้ช่อดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้องดึงความสนใจของเขาไป จนในที่สุดเขาก็ล้มเลิกความพยายามที่จะสนใจการร้องของตัวเองเมื่อผ่านมาได้ครึ่งเพลง เขาเสียงแหบนิดหน่อยแต่ก็ยังควบคุมเสียงได้ดี การเต้นดูจะผิดพลาดน้อยกว่าโชว์ก่อนหน้านี้ และการแสดงสีหน้าและอารมณ์หลายครั้งเขาพบว่ากล้องไม่ได้จับมากพอที่จะรับรู้การแสดงของเขา แต่นั่นไม่ถือว่าเป็นความผิดของเขาแล้ว เขาหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมา กลิ่นหอมของดอกไม้สดลอยออกมาจากดอกไม้หลากสีสันที่ถูกมัดไว้รวมกัน การ์ดใบหนึ่งถูกผูกติดไว้ ลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำที่ตวัดอย่างมั่นคง ซึ่งทำให้เขานึกถึงลายมือของใครคนหนึ่ง

ประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีเสียงเคาะ มีไม่กี่คนที่จะทำอย่างนั้น หนึ่งคือต้องเป็นคนที่สามารถเข้าออกห้องพักศิลปินได้ และสองคนๆนั้นจะต้องเป็นผู้ดูแลเขา

“ชานซอง” จุนโฮเอ่ยเรียกผู้จัดการของตนโดยไม่เสียเวลาเงยขึ้นมอง เพราะเขารู้ดีว่าคนๆเดียวที่จะเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาหาเขาคือใคร ไม่ใช่แค่ห้องพัก แต่ทุกที่แม้แต่ในห้องนอนของเขา ซึ่งหากวันใดมีงานเช้า ชานซองก็มีสิทธิ์ที่จะไปลากเขาออกมาจากเตียงได้เลยทีเดียว

“คนที่เอาดอกไม้นี้มา เขาอยู่ไหน” จุนโฮถอนสายตาจากกระดาษใบนั้นเพียงครู่เดียว เพื่อจะส่งสายตาเป็นเชิงร้องขอคำตอบจากชานซอง

“เขาเข้ามาฝากให้นาย แล้วก็ออกไปแล้ว แปลกจังนะ ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นแฟนคลับนาย แต่แฟนคลับทั่วไปก็ไม่น่าจะเข้ามาได้ถึงในนี้ แต่เขาก็อาจจะทำงานในนี้ก็ได้ ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่คุ้นหน้าเขาเลย ทั้งๆที่เรามาที่นี่ออกจะบ่อย” ร่างสูงเอ่ยเมื่อนึกถึงชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างสูงโปร่งที่เจอกันเมื่อครู่ จะว่าไปชายคนนั้นรูปร่างหน้าตาดีเกินกว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือว่าอาจจะเป็นนักร้องใหม่ที่เพิ่งเดบิ้วต์ ก่อนที่เขาจะได้เสนอความคิดของตัวเอง เขารู้สึกได้ว่าอีจุนโฮเงียบไป และมันผิดปกติ

“นายเป็นอะไรรึป่าว”

“ชานซอง นายท่องกฏของการเป็นศิลปินให้ฟังอีกทีสิ” กฎของการเป็นศิลปิน เป็นกฎของค่ายที่ออกให้ศิลปินทำตามตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัด

“ดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง หลีกเลี่ยงการไปไหนเพียงลำพังโดยไม่มีผู้จัดการไปด้วย ห้ามสนิทสนมกับแฟนคลับ หลีกเลี่ยงการรับของจากแฟนคลับด้วยตัวเอง ห้ามเจ็บห้ามป่วยห้ามตายถ้าตกลงรับงานไปแล้ว ห้ามออกเดทหรือมีแฟน…”

“ห้ามมีความรัก” จุนโฮยิ้มที่มุมปาก

“ไม่นะ เขาไม่ได้ห้ามให้นายมีความรักสักหน่อย”

“รักแค่ไหนก็คบกันไม่ได้อยู่ดี ไม่ใช่หรอ แล้วจะรักไปทำไม” จุนโฮแย้ง เขานึกถึงวันแรกที่เขาตกลงเซ็นสัญญากับที่นี่ เย็นนั้นเป็นงานเลี้ยงต้อนรับอย่างเล็กๆ ร้านเนื้อย่างกับโซจู รุ่นพี่ที่ถึงแม้จะเมาแล้วแต่เขาก็รู้ว่าสิ่งที่รุ่นพี่พูดนั้นเป็นความจริง

“ถ้านายเลือกเป็นศิลปินแล้ว อย่าผูกพันกับใคร อย่าเลยนะ ตัดมันทิ้งออกให้หมด เพราะต่อไปยิ่งนายเดินไปในทางนี้ไกลเท่าไหร่ นายก็จะรู้ว่าความผูกพันมันสลายหายไปได้ง่ายเพียงใด นายทำได้เพียงแค่มองมันสลายไป ทำไม่ได้แม้แต่จะยื่นมือไปรั้งมันไว้เลย เชื่อเถอะว่ามันไม่ดีกับใครเลย”

“จู่ๆนายพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม” ชานซองขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่กับจุนโฮแทบจะตลอดเวลา เว้นแต่เวลานอนเท่านั้นล่ะ แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจจุนโฮได้สักที เขาเป็นผู้จัดการและเขากล้าพูดได้เลยว่าเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จุนโฮเรียกว่าเพื่อน พวกเขาสนิทกัน แต่ในขณะเดียวกันต่อให้เขาสนิทกันมากแค่ไหน มันก็เหมือนจุนโฮมีห้องๆหนึ่งที่จะขังตัวเองอยู่ในนั้น และไม่ให้เขาเข้าไป

“เปล่าหรอก ฉันแค่กำลังคิดว่าการที่นายรับดอกไม้จากแฟนคลับ มันไม่ผิดกฏ”

“ไม่ผิดหรอก กฏไม่ได้ห้ามฉันนี่ เขาห้ามนาย” ชานซองพูดพร้อมหัวเราะออกมา ที่แท้อีจุนโฮก็คงหาเรื่องบ่นว่าเขาอีกละสิ มันเหมือนเป็นวิธีการเล่นของจุนโฮ คนมนุษย์สัมพันธ์แย่คนนี้ การแหย่เขา ต่อว่าเขา ซึ่งเขาไม่ถือสาหรอก ถ้ามันจะทำให้เพื่อนตัวเล็กอารมณ์ดีขึ้นมาได้

“นั่นสินะ” จุนโฮยิ้มออกมาบางๆ

.

.

จุนโฮไม่ค่อยมีสมาธิมากนัก ถึงแม้ว่าเขาจะถือว่าทำได้ดีในการซ้อม แต่สำหรับชานซองที่คอยดูจุนโฮอยู่เสมอ วันนี้มีบางอย่างผิดปกติ เขากดปิดเพลงจากเครื่องเล่น เมื่อครูสอนเต้นของจุนโฮหันมาส่งสัญญาณให้เขาที่นั่งรออยู่มุมห้อง จบจากงานที่สถานี ตารางของจุนโฮคือการซ้อมเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดงพิเศษในอาทิตย์หน้า

ชานซองยื่นขวดน้ำ และผ้าขนหนูให้จุนโฮที่เดินมานั่งข้างๆ เสื้อยืดที่เปียกเหงื่อแนบผิวเนื้อให้เห็นรูปร่างเล็กแต่ทว่าสมส่วน ซึ่งเป็นสเน่ห์โดยที่ไม่รู้ตัวของจุนโฮ เขาไม่ใช่คนที่มีหน้าตาหรือรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ขึ้นเด่นชัด ใบหน้าที่ไม่ได้หล่อเหลาคมคาย แต่สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้จุนโฮกลายเป็นคนที่สามารถดึงดูดความนิยมจากแฟนๆได้อย่างรวดเร็ว ภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มธรรมดาที่จับต้องได้แตกต่างจากไอดอลคนอื่นๆทั่วไป

“นายดูเหนื่อยๆนะ จะกินอะไรหน่อยมั้ย เดี๋ยวฉันออกไปซื้อให้” ชานซองเสนอ

“ไม่ล่ะ” จุนโฮพิงศีรษะกับผนังห้องอย่างเหนื่อยอ่อน เขาปิดเปลือกตาลง ขณะที่ลมหายใจยังคงเป็นจังหวะหอบเหนื่อยอยู่เล็กน้อย

“วันนี้หลังจากซ้อมแล้วฉันมีตารางงานอะไรอีกมั้ย” เขาพูดโดยที่ยังไม่ลืมตา

“ไม่มีแล้วล่ะ อีกเดี๋ยวนายก็ได้พักแล้ว สู้ๆนะ”

จุนโฮยิ้มให้กับความพยายามของชานซอง รู้ว่าคำว่าอีกเดี๋ยวไม่ได้หมายถึงเร็วๆนี้แน่ๆ เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เขาจะซ้อมจนถึงตีหนึ่งตีสอง หรือบางครั้งก็ลากยาวไปจนเช้า

“ไปซื้อไอติมให้หน่อยสิ” มือขาวตบบ่าของชานซอง ก่อนจะลุกขึ้นกลับไปซ้อมเต้นต่ออีกครั้ง

เขาพยายามตั้งสมาธิกับจังหวะเพลง รอบนี้เป็นการซ้อมรวมกับแดนเซอร์ เขาไม่ควรจะทำอะไรผิดพลาด หากต้องเริ่มใหม่มันไม่ใช่เพียงเขา แต่หมายถึงทุกคนจะต้องเดือดร้อน นี่ก็เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ทุกคนซ้อมติดต่อกันมาสี่ชั่วโมง และเริ่มจะแสดงความอ่อนล้าให้เห็น  แต่ถึงอย่างนั้นข้อความในการ์ดที่ได้อ่านเมื่อตอนเย็นยังคงรบกวนสมาธิของเขา

ฉันยังไม่มีโอกาสได้บอกนาย แต่ก็ยินดีด้วยนะกับอัลบั้มใหม่
วันนี้เราต่างก็ทำสำเร็จตามที่เคยคิดกันแล้วใช่มั้ย
นายเคยสัญญาว่าจะฉลองเรียนจบด้วยกัน ฉันกลับมาแล้วนะ
มาเจอฉันได้มั้ย แล้วฉันจะรอนะ

มันไม่ได้ลงชื่อ มีเขียนไว้เพียงชื่อร้านอาหารกึ่งผับซึ่งตั้งอยู่ในย่านค่อนข้างหรูหรา และเบอร์โทรศัพท์มือถือ ของขวัญหลายชิ้นจากแฟนคลับมีการ์ดเขียนชื่อที่อยู่และเบอร์ติดต่อ หรือจะเป็นศิลปินด้วยกันเอง บางครั้งที่พวกเขาแลกอัลบั้มกัน เมื่อเขารับมามันไม่ได้มีแค่ลายเซ็นแต่กลับได้รับการแจกเบอร์โทรมาด้วย ถ้าเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปเขาจะส่งให้ชานซอง ที่รับไปบันทึกเบอร์ลงในโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างรวดเร็ว มือถือของเขาไม่ได้ติดต่อใครมากนะ มันมีแต่เบอร์ของทีมงานในบริษัท และครอบครัว คนเดียวที่เขาจะต้องโทรติดต่อด้วยก็มีแต่ชานซองเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาได้บันทึกเบอร์จากการ์ดใบนั้นเพิ่มเข้าไปแล้ว

เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ไม่น่ะ ป่านนี้คงไม่ได้รออยู่หรอกใช่มั้ย

ประตูห้องซ้อมเปิดออกอย่างกระทันหัน ทำให้การซ้อมสะดุด มีไม่กี่คนที่จะคอยเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องต่างๆหรอก ชานซองสะบัดเส้นผมที่เปียกลู่ของตัวเอง ก่อนจะเงยขึ้นมาสบสายตาของทุกคนที่หันไปมอง เขาชูถุงที่ถือมาเต็มสองมือ

“ขนมมาแล้ว”

เสียงครูฝึกเอ่ยขึ้นอย่างจำนนในขณะที่เพลงยังคงเล่นต่อไป โดยไม่มีใครกลับไปเต้นตามจังหวะ “พักกันก่อนแล้วกัน”

“จุนโฮ ไอติมของนาย” ชานซองยื่นห่อไอศกรีมให้จุนโฮ “นายรู้มั้ยว่าข้างนอกนั่นฝนตกหนักมากเลยนะ ฉันว่านายซ้อมอีกสักรอบ เราก็ควรจะกลับกันได้แล้ว ไม่งั้นนายจะได้นอนที่นี่เอา มันมองแทบไม่เห็นถนนแน่ะ”

“เดี๋ยวฉันมานะ”

“เฮ้ย เดี๋ยวก็ละลายก่อนพอดี..” ชานซองได้แต่มองไล่หลังจุนโฮที่เดินสวนเขาออกไปข้างนอก

.

.

จริงอย่างที่ชานซองว่าข้างนอกฝนตกหนัก และไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่ายๆ ลมพัดแรงจนต้นไม้สั่นไหว และฟ้าก็คอยแต่จะกระพริบและส่งเสียงอย่างโกรธเกรี้ยว ภายในห้องซ้อมซึ่งเป็นห้องเก็บเสียงที่ผนังถูกบุมาเป็นอย่างดี เขาจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกบ้าง

เขาต่อสายและรออยู่สักพัก ขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจทวีเพิ่มขึ้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเบอร์ของใคร อาจจะไม่ใช่ แต่ในใจเขาก็รู้ดีอยู่เหมือนกัน ว่าเจ้าของดอกไม้ช่อนั้น คนที่เขาสัญญาว่าจะฉลองความสำเร็จด้วยกัน ให้ตายเถอะ คนบ้านั่น คงไม่ได้จะยังรออยู่หรอกใช่มั้ยนะ

เขาถอนหายใจหลังจากปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้งโดยไม่มีผู้รับ คงนอนหลับไปแล้วล่ะมั้ง เขากำลังจะกดวางสายตอนที่หน้าจอกระพริบและเปลี่ยนไปโชว์เวลาในการสนทนา ซึ่งนั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมาอยู่ที่ปลายสายแล้ว เขาได้ยินเสียงคุ้นหูแว่วออกมาจากลำโพงโทรศัพท์

“ฮัลโหล” เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูด้วยมือที่สั่นเทา

“นิ..นิชคุณ?”

เขาได้ยินปลายสายหัวเราะ

“นี่นายอยู่ไหน”

“ฉันรอนายอยู่”

“ฉันไม่ว่างจะเล่นกับนายหรอกนะ กลับบ้านไปซะ” จุนโฮไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกโมโห ไม่รู้ว่าเขาโมโหนิชคุณที่ทำตัวงี่เง่า หรือโมโหตัวเองที่ไปหานิชคุณไม่ได้

“ฉันพูดจริงๆนะนิชคุณ นายไม่ต้องรอฉันอีกแล้ว ฉันเคยบอกนายแล้วไง อย่าพยายามติดต่อฉัน อย่า…”

“จุนโฮนายคิดว่าฉันจะลืมนายได้จริงๆหรอ” นิชคุณเว้นไป “ฉันทำไม่ได้หรอกนะ”

ต่างคนต่างก็นิ่งเงียบไปสักพัก ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจจากการสนทนาที่ไร้คำพูด

“กลับบ้านไปซะนิชคุณ ฝนตกแล้ว” จุนโฮทำลายความเงียบนั้น ก่อนจะกดวางสาย

นิชคุณมองออกไปนอกหน้าต่างของร้านอาหารที่นั่งอยู่ เม็ดฝนโปรยเป็นม่านน้ำพร่าเบลอ เขายกแก้วที่มีของเหลวสีอำพันขึ้นจิบ รสร้อนไหลผ่านริมฝีปากอิ่มหยักที่ยกยิ้มที่มุมปาก ฉันไม่ปล่อยนายไปง่ายๆหรอก ฉันจะไม่ปล่อยนายไป

โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะยังคงส่งแสงสว่างเรียกร้องให้เขาหยิบจับมันขึ้นมาอีกครั้งหลังจากวางสายไป หรือจะเรียกให้ถูก–ถูกตัดสายไป เขาเองก็รู้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ที่เขาไม่แน่ใจ คือ เขาทำไปเพื่อยั่วโมโห หรือเขาคาดหวังจริงๆว่าจุนโฮจะมา เขาเลื่อนดูสายที่ไม่ได้รับเป็นเบอร์ที่บ้าน และเบอร์ของแม่ไปเสียเป็นส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนั้นเป็นข้อความจากอูยอง เขาไล่อ่านข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว จนถึงข้อความล่าสุดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาจัดการของเหลวในแก้วต่อจนหมด ก่อนจะตัดสินใจว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะกลับบ้านสักที

2 comments

  1. อืออ …. เนื้อเรื่องมันเริ่มเข้มขึ้นมาแล้ว มาอ่านตอนชานซองเป็นเมเน่นุ้ง แปลกๆ ดีค่ะ แต่ก็อ่านได้ลื่นไหล แลดูกลิ่นมาม่ามาเรยทีเดียว .. อาา ยังงี้ต้องไปอ่านต่อ

  2. เราไม่เข้าใจ ทำไมคอมเม้นเราไม่ขึเน หรือมันมีเจ๊ทแล๊ค ต้องใช้เวลา?

    จุนโฮก็รักนิชคุณสินะ แต่เพื่อทำตามความฝันก็เลยต้องตัดทิ้งความผูกพัน
    นิชคุณก็ยังรักจุนโฮอยู่ ยังอยากที่จะรอแม้จะเจ็บ
    อูยองกลายเป็นเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และกำลัวจะโดนดึงเข้ามาข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทั้งคู่ เพราะหลงรักนิชคุณ
    ฮืออออออออออ เอาจริงๆ ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ อยากให้นิชคุณกับจุนโฮลงเอยด้วยดี อยากให้โลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นอย่างนั้น คือความรักไม่เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางบันเทิง
    แต่เราก็ยังเป็นเมนคุณด้งอยู่ดี ทำยังไงดี ฮือ ทำไมรู้สึกเจ็บปวดทั้งที่ยังไม่ได้รู้ลึก แง๊

    ปล.ขอให้ครั้งนี้เม้นติด พี่พยายามมาหลายรอบแล้วนะะะะะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s