[SF] 3 Minutes Restore

3 Minutes Restore

Pairing: KhunWoo
Genre: Romantic, Comedy
Rate: NC-17

ลูกขนไก่ซึ่งทำมาจากขนเป็ดถูกตบจนขนกระจุยลอยละลิ่วข้ามตาข่ายจนคนอีกฝั่งต้องหาทางวิ่งหลบแทนที่จะหาทางตีโต้ จะอะไรซะอีกล่ะ ก็คนที่ส่งลูกมา ฟาดเอาๆ มันไม่ได้คิดจะเล่นแล้ว อย่างนี้มันเรียกตบระบายอารมณ์

“คุณฮยองๆ” หลังจากวิ่งหลบลูกขนไก่ที่ลอยมาด้วยความเร็ว 240 กม./ชม.ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด ชานซองถึงรีบเอ่ยปาก “ผมว่าเราพักก่อนดีมั้ย”

“เฮ้ย นี่เพิ่งเริ่ม ยังไม่สะใจเลย” ว่าแล้วพี่แกก็เสิร์ฟมาอีกลูก ความรักตัวกลัวตาย เพราะพี่ชายที่แสนดีเล่นเล็งเป้ามากลางหัว จะวิ่งหนีก็ไม่ทัน ชานซองถึงได้หยิบไม้แบตมาตีตอบได้อย่างทันท่วงที ด้วยความเร็วของลูกที่พุ่งมาการปะทะทำให้เส้นเอ็นขาดผึง

ลูกที่ลอยข้ามไปถูกนิชคุณฟาดกลับมาอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันได้ตั้งตัว

“ผมว่าพี่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด” หลังจากวิ่งหลบมาอีกมุมพร้อมยกไม้แบตขึ้นกันกระหม่อม เขาถึงหลับหูหลับตาตะโกนกลับไป ราวกับตัวเองอยู่ในสนามรบที่มีห่ากระสุนพร้อมจะกราดลงมาได้ทุกเมื่อ

“ก็นายเป็นคนบอกเอง ว่าให้ฉันหาทางระบายความเครียด ฉันก็ทำอยู่นี่ไง” พูดจบก็หวดเต็มแรงรัก

ชานซองพับศอกเก็บเข่าแล้วรีบม้วนตัวหลบก่อนจะกลายเป็นเป้านิ่ง เริ่มไม่แน่ใจว่านิชคุณชวนเขามาตีแบต หรืออยากจะพามาซ้อมรบกันแน่

“แต่เรื่องบางเรื่องฮยองก็ควรจะเข้าไปเคลียร์ตรงๆนะครับ มาตีแบตอยู่อย่างนี้ เจ้าตัวเขาก็ไม่รู้อะไรด้วยหรอก”

“โธ่เว้ย!”

ไม่น่าพูดเลย เพราะตอนนี้ของที่ลอยมามันไม่ใช่ลูกแบต แต่มันคือไม้แบต!!

นิชคุณที่เขวี้ยงไม้แบตไปให้น้องมันกลิ้งตัวหลบหลุนๆ ในที่สุดก็ทรุดตัวลงนั่ง เขาหงุดหงิด เขาอารมณ์ไม่ดี และเขาก็รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร หรือเอาจริงๆเพราะใคร แต่คนๆนั้นกลับไม่เคยมารับรู้ด้วยเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าหงุดหงิด ยิ่งคิดก็ยิ่ง…น้อยใจ

ชานซองลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงดังแกร้งของไม้แบตที่หล่นห่างจากตัวเองไปคืบกว่าๆ ใบหน้าซีดเผือดถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะถอนหายใจอีกรอบเมื่อมองไปเห็นท่าทีหมดอะไรตายอยากของนิชคุณ เขารู้ว่านิชคุณมีเรื่องไม่สบายใจ และเขาก็อยากจะช่วยหากช่วยได้ แต่เรื่องนี้เขาจนปัญญาจะช่วยจริงๆ เป็นเขาก็คงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ถ้าคนที่ตัวเองรัก ดันไปมี…แฟน

เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็หัวเราะอยู่กับโทรศัพท์ มันคงมีความสุขมากใช่มั้ย นิชคุณนั่งคิ้วผูกเป็นปม มองดูไอ้เด็กตัวแสบ เด็กที่มันมาอ้อน มาทำตัวน่ารักจนเขาหลงจนแทบบ้า ก่อนที่จู่ๆทุกอย่างก็เปลี่ยนไป โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จากที่เคยเข้ามาเล่น เข้ามาอ้อน ก็กลายเป็นถอยห่างไป ถึงแม้อูยองจะไม่ได้พูดอะไร จะไม่ได้บอกอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาก็รู้ว่าอูยองกำลังคุยกับใคร จริงๆเขาเองก็เคยเจอเด็กผู้หญิงคนนั้น  เรื่องที่รบกวนเขาที่สุดคือ พวกเขาสองคนดูเหมาะสมกัน จนเขาเองรู้สึกเหมือนตัวเองพ่ายแพ้ไปแล้วเลย แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม

อาจจะเป็นความผิดของเขาเอง เขาอาจจะทำอะไรไม่ชัดเจน เพราะเขาอาจจะเคยคิดว่าเขากับอูยองยังต้องอยู่ด้วยกัน ยังไงพวกเขาก็ทำงานด้วยกัน นอนที่หอเดียวกัน เขายังมีเวลาอีกมากมาย คิดว่าถึงยังไงน้องก็เป็นของเขา ถึงยังไงน้องก็รักเขา

“ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ” อูยองมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ถอยหลบ เมื่อเขาพยายามจะลูบหัวเหมือนทุกที

.

.

“อูยองง่า ออกไปหาอะไรกินกันมั้ย ฉันเลี้ยงเอง”

“ผมมีนัดแล้วล่ะครับ”

.

.

“เลิกเล่นกับผมแบบนี้สักที คนอื่นเห็นแล้วเขาจะคิดยังไง” หลังจากงานบนเวทีที่พวกเขาได้ยืนข้างกัน นิชคุณอดไม่ได้ที่จะโอบไหล่ของอูยองไว้ แต่เมื่อพ้นสายตาของแฟนคลับ รอยยิ้มของอูยองก็หายไป ก่อนจะหันมามองเขาอย่างหัวเสีย คนอื่นที่อูยองพูดถึงหมายถึงใครกันนะ หมายถึงคนๆนั้นใช่มั้ย

 

ยิ่งนึกถึง ยิ่งอยากตีแบต

“ชานซองอ่า”

มือของชานซองเลื่อนมาจับแขนของนิชคุณ กำปั้นที่กำแน่นทำให้เส้นเลือดขึ้นชัดจนเต็มแขน ยิ่งทำให้นิชคุณดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ “ใจเย็นพี่”

“อูยองอ่า” เสียงของมินจุนดังขึ้นมาก่อนจะไปนั่งข้างอูยอง “น้ำมั้ย”

“ขอบคุณครับ” อูยองยิ้มอย่างน่ารักก่อนจะรับแก้วน้ำจากพี่ใหญ่ของวง

นี่ก็อีกคนที่ทำให้เขาหงุดหงิด ทีกับเขาบอกตัวเองโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ ไม่อ้อนไม่เล่น แล้วทำไมกับมินจุนถึงได้ทำตัวงุ้งงิ้งสนิทสนม บอกกันมาเลยตรงๆดีกว่า ไอ้คนที่จะไม่อ้อนไม่เล่นด้วยน่ะ มันคือเขา ไม่เล่นกับนิชคุณแล้ว ไม่รักนิชคุณแล้ว

“ฮยองเคยได้ยินมั้ย” ชานซองเอ่ยขึ้น นิชคุณเลิกคิ้วเป็นเชิงให้พูดต่อ เขาเคยได้ยินมาเป็นร้อยเป็นพันอย่าง แล้วตอนนี้หูก็ยังไม่หนวก แต่ก็ไม่ได้มีจิตหยั่งรู้ได้ ถึงจะได้รู้ว่าชานซองกำลังพูดถึงอะไร

“คนเราอะ ถ้ามันไม่คิดอะไร มันก็ไม่คิดอะไรหรอก” นั่นสินะ เพราะอูยองคงไม่เคยคิดอะไรกับเขาเลย ที่ผ่านมา มันก็แค่เขาคิดไปเองคนเดียว ก่อนที่เขาจะเริ่มปาดน้ำตา ชานซองก็พูดต่อ

“แต่ถ้าเกรงใจ แล้วเริ่มทำตัวไม่ถูก เมื่ออยู่ใกล้ มันก็คงแปลว่าคิด”

“เดี๋ยว นี่นายหมายถึงอะไร” นิชคุณขมวดคิ้ว เขาเริ่มจะตามไม่ทัน

ชานซองยักไหล่

“คนเราถ้าตัวเองไปคบคนอื่นแล้ว กลับไม่กล้าสู้หน้าใครอีกคน มันไม่ได้หมายว่าเขาเองก็คงแอบมีใจให้ใครคนนั้นเหมือนกันหรอครับ”

นิชคุณหันไปมองชานซอง ด้วยแววตาแห่งความหวังที่บังเกิด เขาเชื่อว่าชานซองไม่ได้พูดด้วยเสียงที่เบาเลย จริงๆแล้วมันดังพอให้อูยองได้ยินด้วยซ้ำ เขาเหลือบมองอูยอง ไม่รู้ว่าเพราะมัวแต่สนใจโทรศัพท์ หรือจริงๆแล้วไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมากันแน่!

ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของชานซองรึป่าว ถึงทำให้เมื่อพวกเขาถ่ายรายการเสร็จ นิชคุณที่เห็นอูยองกำลังจะเดินขึ้นรถ ด้วยแรงใจที่ไม่มีวันหมดและชีวิตที่เกินร้อย ถึงได้วิ่งพรวดพราดตัดหน้าคิมมินจุนไปนั่งข้างน้องชายสุดที่รักของตัวเองได้เป็นผลสำเร็จ เรียกให้อูยองได้ชายหางตามาแลก่อนจะหันกลับไปนั่งจิ้มโทรศัพท์หน้านิ่วคิ้วขมวด นิชคุณได้แต่ยิ้มบางๆให้ตัวเอง อย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ๆนี่นา

“เหนื่อยมั้ยครับ”

อูยองเหลือบตาขึ้นมามองคนพูดนิดนึง ก่อนจะพยักหน้า

“งั้นก็นอนพักหน่อยสิ” ไม่พูดเปล่า มือใหญ่จับศีรษะของอูยองให้เอนพิงบนไหล่ของตัวเอง

อูยองขืนตัวอยู่สักพัก แต่เพราะนิชคุณไม่ยอมปล่อยมือ เขาถึงยอมแพ้ในที่สุด นิชคุณอมยิ้มแนบแก้มลงบนกลุ่มผมนิ่มที่อิงแอบ อยากจะก้มลงหอมสักฟอดซะเลยด้วยซ้ำ

“อะไรของฮยองเนี่ย” เสียงบ่นของอูยอง ก่อนที่จะหลับตาลง ไม่สนใจข้อความสนทนาในโทรศัพท์ที่เด้งขึ้นมาอีก

ทั้งๆที่คิดว่ามันเริ่มจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่พอขึ้นวันใหม่มาอูยองกลับหลีกเลี่ยงเขาได้ตลอด ไม่ว่านิชคุณจะพยายามเข้าหาทางไหน อูยองก็จะหาทางหลบเขาไปได้เสมอ บางทีอูยองอาจจะเข้าทฤษฏีแรกของชานซองก็ได้ คนที่ไม่คิดอะไร ทำยังไงมันก็ไม่คิด มีแต่นิชคุณนี่แหละที่คิดวุ่นวายอยู่คนเดียว

“ฉันอยากไปตีแบต” นิชคุณเดินคอตกมาหาชานซอง

“ฮยอง…”

“นายดูอูยองตอนนี้สิ เขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เขาไม่ต้องการฉันอีกแล้ว อาจจะรำคาญฉันแล้วด้วยซ้ำ” นิชคุณพูดพลางส่งสายตาตัดพ้อค้อนแล้วค้อนเล่า ไปหาคนที่นั่งคุยโทรศัพท์เป็นวักเป็นเวรเบรกปุ๊ปเป็นโทรไม่โทรก็แชท จนนิชคุณอยากไปสอยดาวเทียมลงมาจากฟ้าตัดสัญญาณไม่ให้ได้ต้องติดต่อสื่อสารกับใครอีก

“ไม่เอาน่าฮยอง คนเรามันต้องมีช่วงที่ใจเรรวนกันบ้าง”

“ใจเรรวน คนหลายใจ หลอกให้รัก แล้วก็ทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย..” นิชคุณดูจะเน้นเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนคนอื่นๆเริ่มหันมามอง ยกเว้นก็แต่คนเดียว คนที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ

“มันก็เหมือนโทรศัพท์นั่นแหละฮยอง” ชานซองหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเหมือนกำลังหลอกล่อเด็กห้าขวบ “โทรศัพท์ผม พอใช้ไปนานๆเครื่องมันก็เริ่มรวน แต่มันก็แก้ได้ ก็แค่รีสโตร์เครื่องใหม่ไม่เกินสามนาทีก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม”

“อูยองไม่ใช่โทรศัพท์”

“ผมแค่จะบอกว่า ถ้ามันเปลี่ยนไปได้ มันก็มีโอกาสแก้กลับมาได้เหมือนกัน”

นิชคุณตบไหล่ชานซองในความพยายามจะปลอบใจเขา “แต่อูยองไม่มีปุ่มรีสโตร์นี่หว่า”

เมื่อหันไปมองคนถูกพูดถึง เขายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น คราวนี้ไม่ใช่เพราะรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะเสียงหัวเราะ แต่เป็นเพราะใบหน้าที่เคร่งเครียดจริงจังต่างหาก เสียงที่เริ่มขึ้นเสียงดังบ้างกดต่ำบ้าง จนในที่สุดก็วางโทรศัพท์ลง อูยองหลับตาลง เอนตัวลงกับผนักพิง สีหน้าอิดโรยเหนื่อยอ่อน

“ถึงคิวเราแล้ว” เสียงแทคยอนเอ่ยเรียกเบาๆ เมื่อเห็นบรรยากาศมาคุภายในห้องพัก

“นายไม่เป็นไรนะ” นิชคุณหาทางประชิดตัวอูยองจนได้หลังจากเดินลงจากเวที เขาคว้าแขนของอูยองไว้ผิวเนียนนุ่มลื่นเหมือนผิวเด็ก ทำให้เขาอยากคว้ามากอดทั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ถ้าอูยองไม่สะบัดแขนเขาออก ก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไร เขารู้สึกเหมือนมีมีดสองด้ามแทงเข้าที่อก ด้ามแรกคือความเจ็บปวดที่อูยองไม่สนใจ ด้ามที่สองคือความเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ของอูยองได้เลย

และด้ามที่สามเพิ่งจะลอยมาปักตรงกลางอกเมื่อกี้นี้เอง เมื่อพวกเขากลับมาบ้านแล้วพบว่าอูยองออกไปกับมินจุนสองคน ปักลึกลงไปเมื่อเขานั่งรอจนดึกดื่นแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา ปักจนมิดด้ามเมื่อเขาได้ยินเสียงอูยองเปิดประตูเข้ามาตอนเช้าของวันใหม่

“นายหายไปไหนมา”

“ฮยองเข้ามาในห้องผมทำไมเนี่ย”

“ฉันถามว่าไปไหนมา”

“ไปบ้านพี่มินจุน”

“บ้านงั้นหรอ?”

อูยองถอนหายใจ คงหัวเสีย คงรำคาญนิชคุณคนนี้มากใช่มั้ย

“ผมเหนื่อย ฮยองออกไปก่อนได้มั้ย”

“ทำไมล่ะ ทีกับมินจุนนายหายไปด้วยกันได้ทั้งคืน กับฉันนายจะคุยกับฉันสักหน่อยไม่ได้หรอไง”

“ผมยังไม่อยากคุย” ร่างเล็กเอ่ย หันหลบสายตา กลิ่นแอลกอฮอลล์อ่อนๆลอยจากลมหายใจ นี่ไปดื่มมาด้วยใช่มั้ย พาให้น่าโมโหไปหมด เชื่อเถอะว่าเขาพยายามควบคุมอารมณ์ที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันอัดอั้นไปหมด เขาเดินเข้าไปหาอูยอง จับแขนของอูยอง อูยองสะบัดออก เขาจับอีก และคราวนี้ก็บีบให้แน่นพอว่าอูยองจะไม่หนีเขาไปไหนได้อีก

“อูยองอ่า” เขาดึงร่างที่แข็งขืนเข้ามาในอ้อมกอด โอบกอดให้รู้สึกถึงไออุ่นจากร่างบาง ให้ไออุ่นนั้นบรรเทาความปวดของแผลที่อกเขาที

“ปล่อย” กำปั้นเล็กๆนั้นทุบบนแผงอก คำสั่งแข็งกระด่างยิ่งทำให้อกเจ็บระบม “เมื่อไหร่ฮยองจะเลิกเล่นอะไรอย่างงี้สักที”

อีกกำปั้นแล้วทุบลงมากลางแผลในใจเขา

“เลิกเล่นบ้าๆสักทีเถอะ มันไม่สนุกเลย”

เขาจับมือที่พร้อมจะทุบลงบนอกของเขาได้ทันก่อนจะฟาดลงมาอีก อูยองกัดริมฝีปากเชยตาขึ้นมองค้อนซะวงใหญ่ จนนิชคุณเริ่มสับสนว่าตกลงใครมันควรจะน้อยใจกันแน่

“แล้วใครว่าฉันเล่นกันล่ะ” ได้ทีก็พูดข่มคนน้องเสียหน่อย ก่อนจะยืนยันคำพูดของตัวเองด้วยริมฝีปากที่ก้มลงประกบจูบบนกลีบปากบางเสียแนบแน่น อูยองดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน มือทั้งทุบทั้งตี แต่เขาจะไม่ปล่อย นิชคุณจะไม่ปล่อยอูยองไปอีกแล้ว ร่างบางคลายมือที่ผลักไส ก่อนที่เรียวปากจะขยับตอบรับจูบรสหวานที่นิชคุณป้อนให้

มันไม่ใช่จูบแรกของพวกเขาหรอก พวกเขาเคยจูบกัน แต่เพียงเพราะไม่เคยมีคำพูดอะไรที่ชัดเจน ไม่เคยรู้ว่าความสัมพันธ์นี้ควรเรียกว่าอะไร มันคงไม่ผิดที่อูยองจะคิดว่าที่ผ่านมา มันเป็นเพียงเพราะเขาเล่นสนุก แล้วในที่สุดถึงได้ถอยห่างออกไป

นิชคุณถอนริมฝีปากออก เพราะเขาไม่กล้าคิดถึงคำว่ารัก ในขณะที่อูยองต้องการความรัก อูยองถึงได้ไปคบกันคนอื่นใช่มั้ย

“อย่ามาล้อผมเล่นนะ” อูยองที่ตัวสั่นเทายังคงไม่กล้าลืมตา นิชคุณยิ้มคล้องแขนของอูยองให้โอบรอบคอของตัวเอง ก่อนจะช้อนตัวอูยองขึ้น

“ฉันไม่เคยล้อเล่นกับนายสักหน่อย”

กลีบปากอิ่มเม้มเบาๆบนริมฝีปากของอูยองเคล้นคลึง จนเรียวปากเรียวบางเผยออ้าออกให้เขาได้ดูดดื่มความฉ่ำหวานภายในโพรงปาก เขาพาร่างบางลงนอนบนเตียงนุ่ม มองสบดวงตากลมใส พวงแก้มยุ้ยที่แต้มสีเรื่อ หัวใจของเขาเต้นแรงเหลือเกิน มันเหมือนมีคนตะโกนอยู่ในหัว ความรู้สึกที่เอ่อล้น และชัดเจนจนไม่อาจเก็บงำไว้ได้อีกต่อไป

“ฉันรักนาย”

“อย่า..พ..พะ.. พูดเล่นน่า”

“ฉันดูเหมือนคนที่กำลังพูดอะไรเล่นๆอยู่หรอไงนะ”

เขารู้ว่าเขาคิดถึงอูยอง แต่นิชคุณไม่คิดว่าเขาจะโหยกระหายในตัวอูยองอย่างไม่สิ้นสุดได้ขนาดนี้ เขาอยากจะกดจูบริมฝีปากสีชมพูเชิดรั้นนั้นดูดกลืนมันทุกๆหยาดหยด อยากจะลากไล้สัมผัสไปบนร่างกายของอูยอง ลำคอขาวหอมกรุ่นที่น่าซุกไซ้ กระดูกไหปลาร้าไล้มาจนถึงแผงอกที่มีกล้ามเนื้อได้รูป เอวเพรียวบาง สะโพกกลมมน ไล้ต่ำมายังเรียวขาและข้อเท้า เขาอยากสัมผัสอยากรู้สึก ไรขนอ่อนๆของอูยองตอบสนองด้วยการชูชันเมื่อฝ่ามือของนิชคุณลากผ่าน เรียวลิ้นตอบสนองเมื่อริมฝีปากบดเบียด นิชคุณอยากจะกลืนกินอูยองเข้าไปแล้วจริงๆ นิ้วมือเรียวหยุดวนที่ยอดอก จนได้เสียงหายใจติดขัดของคนใต้ร่าง อูยองกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าที่ยิ่งยั่วยวนเขายิ่งกว่าเดิมเสียอีก เขารู้ว่าเขาทนอีกไม่ไหวแม้สักนาที เขาต้องการอูยอง ต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง

“พี่ขอได้มั้ย”

พูดกันตามจริง พวกเขาอาจจะเป็นคนโง่จริงๆที่ไม่รู้จะเรียกความสัมพันธ์ของตัวเองว่ายังไง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามีอะไรกันด้วยเช่นกัน ดวงตาปรือฉ่ำหวานมองตอบ เต็มไปด้วยความคิดถึง ความโหยหา และเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าอูยองก็ต้องการเขาไม่ต่างกัน

นิชคุณปลดกางเกงของอูยองลง ขณะที่ริมฝีปากจุมพิตอย่างแผ่วเบาบนท้องน้อย ก่อนจะเคลื่อนลงมายังส่วนที่อ่อนไหว นิ้วมือของอูยองแทรกบนเส้นผมของเขา เขาอ้าปากพร้อมจะดูดกลืน…

แต่เสียงโทรศัพท์ของอูยองก็ดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงที่เขาเพิ่งปลดลงไปกองตรงข้อเท้า

นิชคุณดึงกางเกงของอูยองออก ก่อนจะควานหาโทรศัพท์

“นายอาจจะอยากรับมัน” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากขณะมองดูชื่อของคนที่โทรเข้า This is love เนี่ยนะ อูยองเมมชื่อแฟนว่า This is love เนี่ยนะ

เขาก้มมองคนบนเตียง พวงแก้มแดงจัด ด้วยอารมณ์ที่กำลังตื่นเตลิด มัน… น่าแกล้งซะให้เข็ด

นิชคุณกดรับสาย ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อูยองที่อ้าปากจะโวยวาย แต่ไม่ทันซะแล้ว

“อะ…ฮะโหล”

เสียงตะกุกตะกักที่ทำให้นิชคุณต้องกลั้นขำแทบตาย

“อืม เดี๋ยวค่อยโทรมาใหม่ได้มั้ย”

นิชคุณอมยิ้ม ขณะที่นิ้วมือไล้ไปบนขาอ่อนของอูยอง คนตัวเล็กกัดริมฝีปาก ไม่ให้เผลอส่งเสียงน่าอายออกไป ก็นิชคุณเล่นเขี่ยอูยองน้อยซะยังกับเป็นของเล่น!

“ฉัน..ยุ่งๆอยู่”

ยุ่งมากๆด้วย นิชคุณยกสะโพกของอูยองขึ้น เรียกสายตาของอูยองให้หันมามองขวับ ฝ่ามือหนาแกล้งขยำบั้นท้ายนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนที่นิ้วเรียวจะแตะลงบนช่องทางรัก

อูยองหลับตาแน่น มือข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์จิกลงบนที่นอน ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นบาง

“ฉะ..ฉัน..” พูดไม่ทันได้จบประโยคก็ต้องหยุด เพราะไม่งั้นคงได้กลายเป็นเสียงครางกระเส่าแทน เมื่อรู้สึกถึงนิ้วมือแข็งเกร็งภายในร่างกายของตัวเอง

นิชคุณแหย่เข้าไปอีกนิ้วทำเป็นไม่สนใจอูยองที่กำลังดิ้นเร้าอย่างทรมาณเพราะเปล่งเสียงออกไปไม่ได้ทั้งๆที่เสียวซ่านจนเกร็งไปทั้งตัว นิ้วมือที่สามถูกสอดใส่จนรัดรึง ร่างกายของอูยองกระตุกเกร็ง ขนลุกชูชันไปทั้งร่าง กล้ามเนื้อขมวดแน่น

“ค..แค่..นี้ ก่อนนะ” อูยองเอ่ยด้วยเสียงที่ควบคุมไม่ได้ก่อนจะรีบวางสาย พาให้นิชคุณต้องหัวเราะออกมา สายตาดุๆหันมอง ก่อนจะพูดไปหอบไป

“ไหน…บอก…จะ..ไม่..เล่น..ไง” ไม่พูดเปล่า ยังระบายอารมณ์กับโทรศัพท์ ด้วยการถอดแบตก่อนจะโยนทิ้ง “พอใจยังครับ”

นิชคุณกลั้นขำ กดจูบริมฝีปากที่เบะงอนเอาเสียที “ไม่แกล้งแล้วก็ได้”

ไม่รอให้อูยองได้พูดอะไร เรียวขานุ่นเนียนก็ถูกยกขึ้นพาดไหล่ นิชคุณขยับเคลื่อนกายที่เร่าร้อนผะผ่าวสอดแก่นกายเข้าไปในร่างบาง จนกระตุกเกร็ง วงแขนใต้ร่างโอบรัดเขาแนบแน่น ลมหายใจหอบแอบอิงอยู่ใต้แผ่นอก ร่างกายที่สอดประสานชื้นเหงื่อที่ผุดพราย ดวงตาพร่าเบลอทอดมองกันอย่างเว้าวอนเปี่ยมด้วยความปรารถนา นิชคุณเม้มริมฝีปากบนลำคอขาวเนียน สูดกลิ่นหอมกรุ่นที่กระตุ้นให้ความรู้สึกยิ่งวาบหวาม ท่อนล่างสอดลึกจนสัมผัสจุดเสียวซ่าน เสียงครางหวานถึงได้เร้นออกมาจากกลีบปากบาง แม้เคลื่อนกายสักนิด นิชคุณรู้ว่าไม่นานพวกเขาคงถึงจุดสุขสมได้ไม่ยาก แต่จู่ๆคำพูดของชานซองก็ย้อนเข้ามาในความคิด

ก็แค่รีสโตร์เครื่องใหม่ไม่เกินสามนาทีก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

เขารู้ว่าบอกไปแล้วว่าจะไม่แกล้ง แต่เขาเจอปุ่มรีสโตร์ของอูยองแล้วนี่นา

“คุณฮยอง” เสียงหวานแหบพร่าเรียกร้องให้เขารีบขยับเคลื่อนกาย แต่นิชคุณกลับหยุดนิ่ง เรียวลิ้นวุ่นวายอยู่กับใบหูของคนตัวเล็ก

“ค..คุณ..ฮยอง” ร่างเล็กเริ่มบิดเร้า อ้อนแขนรั้งตัวนิชคุณให้แนบแน่น นิ้วมือปัดป่ายไปบนแผ่นหลัง ก่อนจะจิกเกร็งไปหมด

“คุณฮยอง” ทำไมยิ่งได้ยินเสียงร้องหวานเรียกชื่อตัวเอง นิชคุณยิ่งรู้สึกสนุก  เขาย้ายจากใบหูด้านซ้าย มาที่ใบหูขวา ขบเม้มบนผิวอ่อนนุ่ม พลางนับเวลาไปในใจสามนาทีรึยังนะ

ยังนับไม่ถึงไหน ก็รู้สึกว่าคนใต้ร่างไม่ยอมเล่นกับเขาแล้ว เพราะอูยองกำลังแอ่นกายขึ้น และเริ่มขยับบั่นท้ายของตัวเองขึ้นลง ตอนนี้คนที่ถูกกระตุ้นอารมณ์จนจะคุมไม่ได้จะกลายเป็นตัวเขาเสียเอง มือหนาลูบลำตัวบางของคนน้องเบาๆ พยายามให้ผ่อนคลายลง ไม่งั้นตัวเขานี่แหละที่จะเผลอทำรุนแรงกับอูยองเอง

“คุณฮยอง… คุณฮยอง…” เสียงครางเว้าวอน ดวงตาเอ่อฉ่ำจนน่าสงสาร นิชคุณเม้มบนกลีบปากสีแดงสด จูบเคล้นคลึงบนเรียวปากนุ่มละมุน เมื่อคลายรสจูบ ปากบางชุ่มฉ่ำที่เผยอออกร้องครางหวานจนคนฟังจะทนแทบไม่ไหว นิ้วมือเล็กๆบีบเกร็งขยุ้มเส้นผมของคนพี่ ให้โน้มลงต่ำ ก่อนที่ริมฝีปากจะเม้มลงที่หัวไหล่กัดแน่นกั้นเสียงร้องที่เหมือนจะขาดใจ ของเหลวซึมหลั่งไหลออกจากปลายส่วนอ่อนไหวชื้นแฉะอยู่บนหน้าท้องจนนิชคุณยอมพ่ายแพ้ ขยับสอดในโพรงอุ่นวาบด้วยจังหวะกระชั้นถี่ซ้ำๆ เรียวขาของอูยองโอบรัดร่างของนิชคุณแน่น ขณะที่ความเสียวซ่านแล่นผ่านไปทั่วร่างจนเผลอเปล่งเสียงสูงพร่าเสียดังลั่น เสียงที่ยิ่งกระตุ้นให้ดวงตาของนิชคุณพร่าเบลอปวดหน่วงตรงท้องน้อยด้วยแรงบิดเกร็งทั่วแก่นกาย ก่อนที่ความสุขจะหลั่งล้นออกมาจนชุ่มฉ่ำพร้อมๆกัน

นิชคุณหอบหายใจเหนือร่างบางที่อ่อนระทวย ยังคงไม่ถอนกายออกเมื่อฉกฉวยเอาลมหายใจที่เบาหวิวไปด้วยริมฝีปากอิ่ม เสียงครางอื้อในลำคอก่อนที่อูยองจะจูบตอบอย่างแผ่วเบา แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาพอให้เห็นใบหน้าแดงจัดของคนตัวเล็ก นิชคุณกดจมูกโด่งคมลงหอมแก้มนิ่มซ้ายขวา ก่อนจะเอนตัวลงนอนข้างร่างบางไม่วายจะคว้าตัวอูยองมากอดไว้เสียแน่น ก็ดูอูยองตอนนี้สิ น่ารักขนาดไหน พวงแก้มยุ้ยเป็นสีแดงจัดขวยเขิน ยิ่งมองนิชคุณยิ่งมีความสุข ก็นี่เป็นอูยองของเขาไม่ใช่หรอ เป็นของเขาเพียงคนเดียว

“ยิ้มอะไรเล่า” ร่างเล็กที่ซุกแก้มอยู่กับอกคนพี่เอ่ยมุบมิบ พวงแก้มยังคงร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเสียงร้องของตัวเองจะดังไปปลุกใครเขาบ้าง ยิ่งคิดยิ่งอยากหายตัวไปได้เสียจริงๆ

“ก็ฉันมีความสุขนี่นา” นิชคุณจูบหน้าผากของอูยอง พาให้คนโดนจูบแอบอมยิ้มบางๆ

“สนุกนักหรอ” นึกถึงที่โดนแกล้ง ร่างเล็กถึงต่อว่าให้

“แล้วอูยองไม่สนุกหรอไง” แต่กลับได้สีเลือดมาเติมบนพวงแก้มเพิ่มขึ้นอีก เมื่อโดนนิชคุณเย้าแหย่ “อยู่กับคนอื่น จะมีใครพาอูยองขึ้นสวรรค์ได้อย่างฉันมั้ยน้า”

“หลงตัวเอง”

นิชคุณก้มมองอูยองดุๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดคั้น “ไม่จริงหรอไง กับคนอื่นมันสนุกกว่าหรอไง”

“ไม่รู้… ไม่รู้ด้วยแล้ว” อูยองรีบตัดบท “ก็ไม่เคยทำ…กับใครนี่”

ท้ายประโยคที่พึมพำ พาให้รอยยิ้มระบายกว้างบนใบหน้าของคนฟัง

“อูยองอ่า” ปลายจมูกคลอเคลียบนกลุ่นผมอ่อนนุ่ม “ฉันรักนายจริงๆนะ”

“รักมากจนทนไม่ไหวสักนาทีที่นายไม่ได้อยู่ใกล้ๆกัน”

อูยองเงยขึ้นสบตาของนิชคุณ

“อย่าหันหลังให้ฉัน อย่าเดินหนีฉัน อย่าหลบหน้าฉัน อย่าเอาแต่คุยโทรศัพท์ หรือว่าหายไปกับคนอื่น”

นิชคุณหยุดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกของอูยอง เอากับเขาสิ ชอบใจนะนั่นที่เห็นเขาหึงเขาหวงจะเป็นบ้า มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะ

นิ้วมือเล็กๆของอูยองแตะบนใบหน้าของนิชคุณ ก่อนจะดึงใบหน้ามุ่ยของคนเป็นพี่

“ยิ้มให้ผมหน่อย”

นิชคุณรวบมือของอูยองไว้ ก่อนจะยิ่งเบะ “จะให้ฉันยิ้มได้ยังไง ก็นายทิ้งฉัน ไม่สนใจฉัน ฉันนึกว่านายจะไม่รักฉันแล้วด้วยซ้ำ”

เห็นใบหน้าเง้างอนของคนโตกว่า อูยองยิ่งอดหัวเราะไม่ได้ ริมฝีปากอุ่นเงยขึ้นจุ๊บเรียวปากของนิชคุณเบาๆ พาให้หายบึ้งตึงได้สนิท

“คุณฮยองรู้มั้ยครับ”  อูยองหลุบตาลง “ผมคิดว่าผมจะตัดใจจากฮยองอยู่แล้ว”

เหมือนฟ้าผ่าฟาดลงมากลางใจจนนิชคุณไม่กล้าขยับตัว  รสจูบบนริมฝีปากจู่ๆแปรเปลี่ยนเป็นก็ขมปร่าอย่างรวดเร็ว นิ้วมือของอูยองเกลี่ยใบหน้าของนิชคุณอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน

“ผมอยากรู้จักความรัก ผมอยากมีความรัก แต่การที่ผมต้องการมันจากฮยอง ต้องการมากจนมันเจ็บและชาไปหมด ผมทนความรู้สึกแบบนั้นไม่ไหว เพราะมันยิ่งใหญ่เกินไป มันมากจนผมเองก็รู้สึกกลัว ผมเลยบอกตัวเองตัดใจ ให้ไปหาความรักอื่นที่ผมจะสามารถควบคุมหัวใจของตัวเองได้มากกว่านี้ ไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้”

ในขณะที่อูยองพูด ยิ่งดูเหมือนอูยองจะตัวเล็กลงเรื่อยๆ ยิ่งน่าทะนุถนอม ยิ่งน่าโอบกอดไว้ ไม่เหลือเค้าภาพของชายหนุ่มซึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างที่อูยองพยายามสร้างภาพให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นมาตลอด

“วันนี้ผมทะเลาะกับเขา แล้วผมก็รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยจนอยากให้ฮยองกอดผม ปลอบผม แต่ผมทำไม่ได้ พี่มินจุนเห็นว่าผมไม่สบายใจ และเขาก็คงพอจะรู้อะไรๆที่เกิดขึ้น เขาถึงอาสาพาผมไปจากตรงนี้”

อูยองกอดเอวของนิชคุณไว้แน่น ประโยคที่ตามมาสั่นเครือ “แต่ผมก็เอาแต่คิดถึง.. คิดถึงคุณฮยอง”

นิชคุณลูบเส้นผมของอูยองเบาๆ ถึงอูยองจะเลือกที่จะมีคนอื่น แต่เขาจะโกรธอูยองได้ยังไง ในเมื่อดูอูยองตอนนี้สิ กลับมาเป็นเด็กขี้อ้อนคนเดิมของเขาอีกแล้ว

“อย่าเพิ่งตัดใจจากฉันเลยนะ ฉันจะทำให้นายเห็นเองว่า ความรักของฉันมันไม่มีวันทำให้นายต้องเจ็บปวด” นิชคุณกอดตอบร่างเล็ก คำพูดที่เป็นยิ่งกว่ากำลังใจ พาให้อูยองยิ้มออกมา

“ที่ผ่านมาฉันอาจจะไม่เคยแสดงออกให้ชัดเจน แต่ต่อไปฉันจะทำให้นายมั่นใจว่าในความรู้สึกของฉัน”

อูยองพยักหน้ารับ รู้สึกอบอุ่นเต็มหัวใจ

“เตรียมตัวไว้เลยนะ ต่อจากนี้ไปฉันจะจีบนายอย่างจริงจังแล้วนะ” หน้าตามุ่งมั่นของนิชคุณทำให้อูยองหลุดขำออกมา

“ฮยองจะทำอะไรครับ”

“อืมมม” จู่ๆมือที่กอดอูยองอยู่ก็เลื่อนลงไปอ้อยอิ่งอยู่ที่สะโพกมน ลมหายใจร้อนกระซิบข้างหู ให้คนฟังหน้าร้อนผ่าว “จะบอกรักทุกวัน กอดทุกครั้งที่มีโอกาส จูบอย่างน้อยวันละสามเวลา จับปล้ำเช้าปล้ำเย็น ดีมั้ยครับ”

“วันนี้ผมขอใส่เสื้อที่มีแขนได้มั้ยครับ” ชานซองได้ยินเสียงของนิชคุณบอกกับโคดี้นูน่าขณะที่พวกเขากำลังแต่งตัว “พอดีที่หัวไหล่ผมมีรอยนิดหน่อย คงโดนแมลงตัวเล็กน่ารักน่าชังกัดเข้า”

แค่กๆ

เสียงของคนที่กำลังนั่งจิบน้ำอยู่ที่มุมห้องสำลักน้ำพรวด

“อูยอง เป็นอะไรรึป่าว” พี่เมเนเจอร์หันไปถาม

“อ่า ไม่เป็นไรครับ ผมเจ็บคอนิดหน่อย”

“นายนี่นะ ฉันบอกแล้วว่าให้ถนอมเสียงดีๆ อย่าใช้เสียงเยอะไป”

“ขอโทษครับ” อูยองเอ่ยเบาๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงกับถ้วยน้ำอุ่นในมือ

“อยู่นิ่งๆสินิชคุณ ขำอะไรน่ะ” เสียงนูน่าที่กำลังแต่งหน้าให้นิชคุณดุ ก็ดูสิอยู่ดีๆก็นั่งหัวเราะชอบใจ

พวกสตาฟน่ะไม่มีใครรู้อะไร แต่พวกเขาที่อยู่หอเดียวกัน แล้วต้องมานั่งจิบกาแฟหน้าตาอิดโรยกันอยู่เนี่ย ต่างก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงเมื่อเช้ากันหมดทั้งนั้น แต่ก็ดี เพราะเขาไม่ได้เห็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายระหว่างสองคนนี้มานานแล้ว ต่อไปนิชคุณคงไม่ว่างมาชวนเขาไปตีแบตแล้วสินะ

“ชานซองอ่า” จุนโฮเดินมานั่งข้างๆเขา “ไปเตะบอลกัน”

ชานซองหันไปมอง ไม่แน่ใจว่าเตะบอลของจุนโฮหมายถึงอะไร เพราะขนาดตีแบตของนิชคุณมันยังไม่ได้หมายถึงตีแบตสักเท่าไหร่นักเลย

“เตะบอล” ชานซองทวนคำ

“อื้อ” จุนโฮพยักหน้าแน่วแน่ “เย็นนี้ ถ้าหมดตารางงานแล้ว ไปเตะบอลกันนะ”

6 comments

  1. กรี๊ดดดดดดดดดดดดด กำลังอยากอ่านฟิคคุณอูอยู่พอดี ขอบคุณมากๆเลยค่ะ T^T
    ฟิคเรื่องนี้หวานอมขมๆปะแล่มๆมากๆ มันอินจริงๆนะ เหตุการณ์แบบเป๊ะมาก เฮ้อ…..
    คุณชวนชานตีแบด คิคิ….นี่ก็อินมาก จำได้ว่ามีในบทสัมภาษณ์ไม่นานมานี้ ที่ชานแนะนำให้คุณตีแบดแก้เครียด ฮาาาาาา

    น้องดื้อ ดื้อมาก แต่ก็น่ารัก จนอดรักไม่ได้จริงๆ จุดนี้น่าฟาดด้วยที่หนีไปคบสาว!!! =”=
    ได้รีสโตร์เครื่องใหม่ จะได้กลับมาหวานกะฮยองเหมือนเดิม ชอบจัง >.<

    ว่าแต่ชนนนี่แย่งซีนนะคะ อะไรกันมาชวนเตะบอลกันท้ายเรื่อง คิดนะเค้าคิด ฮาาาาาาา

    ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ ^^

  2. อยากเห็นจุนโฮเตะบอล อ่า มันจะออกมาแบบไหนนะ ชานซอง อ่า เจ็บหนักกว่าเดิมแน่ 555555

  3. ช้อบบบบบบบบบบ ง่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบ 555

    ก่อนอื่นไว้อาลัยเบาๆๆให้กับฟิคนี้ที่โดนดีดดออกมาที่ ET T_______T:..
    อะไรเนี่ยยย น้องเรียมเขียน Nc แบบจริงจังๆๆ ครั้งแรก (รึเปล่า) ไหงโดนอุ้มไปแบบเน้อ่ะ (โถววๆๆ ไม่เศร้านะ)

    ตอนแรกเห็นเรท Nc-17 ก็คิดว่าอีกแล้ว น้องเรียมเอาอีกแล้ว 55 เพราะน้องไม่ค่อยจะเอ็นซีเท่าไหร่ แต่อันเนี้ยะะะ เรียกว่าเอ็นซีแบบ ทำพี่กรีดร้องเบาๆๆ อิพี่มันร้ายยยยย 555 แกล้งน้องนะ แหมมม ก็น้องมันน่าแกล้งชิมิ แต่พี่ว่า มันค่อนข้างรวบรัดไปหน่อย เหมือนรีบๆไงไม่รุ้ ถ้าลงรายละเอียดอีกนิดก่อนจะ climax จะดีมากก (น้องเรียมบอก นี่ขนาดแค่นี้ยังโดนอุ้ม ตรูเหนื่อยล่ะ 55)

    มีการหลอกคนอ่านก่อนด้วย ตอนแรกนึกว่าอิพี่แอบชอบแอบหึงแอบหวง ที่ไหนได้เคยคลอเคลียนัวเนีย แถมเคยจูบกันมากอ่นหลายรอบ!! ยั๊งงง ยังอึ้งไม่พอ เคยชูปี๊ดูวับมาแล้วด้วยย??

    เอาจริงๆ สมน้ำหน้าอิพี่เลย เห็นน้องเป็นของเล่นของตายอ่ะดิ ไม่ยอมจริงจังออกมาน้องมันเลยเหนื่อยต้องไปหาสาวๆเอาดาบหน้าาาา พอตอนหลังน้องมันเมินถึงได้รู้ตัว เชอะะะะะะะะ

    ว่าแต่ ไอ 3 นาที Restore เหมือนมือถืออะ หนูคิดได้ไงคะ 55555 ปุ่มรีเซ็ทของน้องยองของพี่ ต้องอิพี่คุณถึงจะหาเจอใช่ม๊ายยย 55 (พูดไปขนลุกไป!*)

    “เตรียมตัวไว้เลยนะ ต่อจากนี้ไปฉันจะจีบนายอย่างจริงจังแล้วนะ” ==>> เอิ่ม อิพี่คุณ ได้ข่าวว่าพูดประโยคนี้หลังจากชุ๊ดชุ๊กันแล้ว (หลายรอบ??? ) น้องตรูเสียเปรียบสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอ่ะะะ

    อ่า ชอบค่ะน้องเรียมมม ฟิคนี้น่ารักกำลังดี ขอบคุณน๊า

    ปอลอ เค้าอยากเม้นที่อีทีจังเบ้ยยย T^T

    1. นี่เค้าเขียนสุดใจแล้วนะ >< 55555555555
      ไม่ได้อยากให้เป็นฟิคที่เน้นเอนซีอ่ะ อยากเอาแบบขำๆมากกว่าค่าา
      เขียนไปก้ยังว่าคนอ่านมีได้อารมณ์ค้างแน่เลย เอนซีอะไรของมัน กร้ากกกกกกกก

  4. ชอบมากเลยค่ะไรเตอร์ อยากอ่านฟิคยาวๆ ของไรเตอร์อีกนะคะ เคยซื้อ Falling Rose ด้วย เวลาว่างๆ ยังหยิบมาอ่านอยู่เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s