[SF] In Another World (Part II)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) PART II   จุนโฮได้รับคำสั่งให้มาดูแลเครื่องบินขนเสบียงจากสหประชาชาติที่นำมาส่งมอบให้กับผู้รอดชีวิตที่ยังอยู่ที่นี่ พวกเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทหารจากอเมริกาเข้ามาสมทบ เกิดสงคราม เพียงแต่กองกำลังของอีกฝ่ายมิใช่มนุษย์ พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย แต่มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายที่สุดก็เป็นได้ พวกเขาตีต้อน และยึดเมืองใหญ่ๆคืนได้แล้ว รวมทั้งที่นี่ เมืองปูซาน พวกเขา จุนโฮ ชานซอง และมินจุน ถูกส่งมาช่วยรบที่ปูซานในช่วงท้ายๆหลังจากที่พวกเขาผ่านการฝึกระยะสั้นและประจำการที่นี่หลังจากที่ยึดเป็นที่มั่นแห่งสองรองจากโซลได้สำเร็จ   จุนโฮยิ้มออกมาเมื่อบานประตูที่ตัวเครื่องเปิดออก มันไม่ใช่แค่การส่งเสบียง แต่นี่คือภารกิจใหม่ ซึ่งพวกเขากำลังรอคอยการมาถึง   “ยินดีต้อนรับครับ” จุนโฮเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มที่ก้าวลงมาพร้อมทีมงานคนอื่นๆ พวกเขาจับมือกัน ก่อนที่จุนโฮจะปลดด้ามปืนที่สะพายอยู่ลง

[SF] In Another World (Part II)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) PART II   จุนโฮได้รับคำสั่งให้มาดูแลเครื่องบินขนเสบียงจากสหประชาชาติที่นำมาส่งมอบให้กับผู้รอดชีวิตที่ยังอยู่ที่นี่ พวกเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทหารจากอเมริกาเข้ามาสมทบ เกิดสงคราม เพียงแต่กองกำลังของอีกฝ่ายมิใช่มนุษย์ พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย แต่มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายที่สุดก็เป็นได้ พวกเขาตีต้อน และยึดเมืองใหญ่ๆคืนได้แล้ว รวมทั้งที่นี่ เมืองปูซาน พวกเขา จุนโฮ ชานซอง และมินจุน ถูกส่งมาช่วยรบที่ปูซานในช่วงท้ายๆหลังจากที่พวกเขาผ่านการฝึกระยะสั้นและประจำการที่นี่หลังจากที่ยึดเป็นที่มั่นแห่งสองรองจากโซลได้สำเร็จ   จุนโฮยิ้มออกมาเมื่อบานประตูที่ตัวเครื่องเปิดออก มันไม่ใช่แค่การส่งเสบียง แต่นี่คือภารกิจใหม่ ซึ่งพวกเขากำลังรอคอยการมาถึง   “ยินดีต้อนรับครับ” จุนโฮเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มที่ก้าวลงมาพร้อมทีมงานคนอื่นๆ พวกเขาจับมือกัน ก่อนที่จุนโฮจะปลดด้ามปืนที่สะพายอยู่ลง

[SF] In Another World (Part I)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   PART I   ชานซองลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าพาหนะที่เขานั่งอยู่กำลังชะลอตัวและหยุดลงในที่สุด เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถผ่านฟิล์มรถยนตร์สีเข้ม รู้สึกไม่คุ้นตากับบรรยากาศรอบตัว แสงไฟในรถสว่างขึ้นเมื่อประตูหน้าถูกเปิดออก เขาหรี่ตาลงเพื่อมองพี่จินซอก ผู้จัดการชั่วคราว ที่มาช่วยเป็นคนขับรถวันนี้ เพราะผู้จัดการประจำวงของเขาลาพักร้อนตั้งแต่สองวันก่อน พี่จินซอกหันมาเห็นเขาซึ่งใบหน้าคงยังสับสนและงุนงง ถึงแม้จะไม่ได้ยิน เพราะเสียงเพลงที่ดังมาจากหูฟังที่ตัวเองใส่ไว้ตลอดเวลา แต่เขาก็พอจะอ่านปากออกว่า พวกเขากำลังจอดแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง และพี่จินซอกไปเข้าห้องน้ำ ชานซองพยักหน้าตอบเพื่อแสดงว่าเขารับทราบแล้ว พี่จินซอกกระโดดลงจากที่นั่งคนขับ   เสียงประตูปิดลง พร้อมกับแสงไฟที่ดับหาย ทำให้ชานซองมองเห็นภาพข้างนอกได้ชัดขึ้น มันเป็นปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก เขาเดาว่าพวกเขายังเดินทางมาได้ไม่ไกลนักจากจุดที่พวกเขาใช้ถ่ายโฆษณา พื้นที่ชนบทที่เงียบสงบ เป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนในตอนนี้ และมันก็ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังหลับใหล ไม่เหมือนกับในกรุงโซล ที่เขาจะสามารถมองเห็นแสงสีและการเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา สายตาที่กวาดมองออกไปรอบๆสะดุดกับเงาร่างของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลออกไป ด้านหลังรั้วไม้ซึ่งกั้นเป็นพื้นที่ของปั๊ม

[SF] In Another World (Part I)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   PART I   ชานซองลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าพาหนะที่เขานั่งอยู่กำลังชะลอตัวและหยุดลงในที่สุด เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถผ่านฟิล์มรถยนตร์สีเข้ม รู้สึกไม่คุ้นตากับบรรยากาศรอบตัว แสงไฟในรถสว่างขึ้นเมื่อประตูหน้าถูกเปิดออก เขาหรี่ตาลงเพื่อมองพี่จินซอก ผู้จัดการชั่วคราว ที่มาช่วยเป็นคนขับรถวันนี้ เพราะผู้จัดการประจำวงของเขาลาพักร้อนตั้งแต่สองวันก่อน พี่จินซอกหันมาเห็นเขาซึ่งใบหน้าคงยังสับสนและงุนงง ถึงแม้จะไม่ได้ยิน เพราะเสียงเพลงที่ดังมาจากหูฟังที่ตัวเองใส่ไว้ตลอดเวลา แต่เขาก็พอจะอ่านปากออกว่า พวกเขากำลังจอดแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง และพี่จินซอกไปเข้าห้องน้ำ ชานซองพยักหน้าตอบเพื่อแสดงว่าเขารับทราบแล้ว พี่จินซอกกระโดดลงจากที่นั่งคนขับ   เสียงประตูปิดลง พร้อมกับแสงไฟที่ดับหาย ทำให้ชานซองมองเห็นภาพข้างนอกได้ชัดขึ้น มันเป็นปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก เขาเดาว่าพวกเขายังเดินทางมาได้ไม่ไกลนักจากจุดที่พวกเขาใช้ถ่ายโฆษณา พื้นที่ชนบทที่เงียบสงบ เป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนในตอนนี้ และมันก็ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังหลับใหล ไม่เหมือนกับในกรุงโซล ที่เขาจะสามารถมองเห็นแสงสีและการเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา สายตาที่กวาดมองออกไปรอบๆสะดุดกับเงาร่างของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลออกไป ด้านหลังรั้วไม้ซึ่งกั้นเป็นพื้นที่ของปั๊ม

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 8/?

  จินอุนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามเขามาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เสียงฝีเท้าที่เดินลากเท้าเล็กน้อย ก้าวอย่างช้าๆ ไม่ได้ระมัดระวังว่าเขาจะรู้ตัว แต่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน และก่อนที่เขาจะทันได้หันไปมอง เสียงที่เขาคุ้นเคยดีก็โผล่มาเดินข้างๆเขา “ฉันไปบ้านนายได้มั้ย” จินอุนมองเพื่อนตัวเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่รอคำตอบ “เราจะทำอะไรดีล่ะ” อูยองยังคงเดินตามเขาทุกฝีก้าว เมื่อพวกเขามาถึงบ้าน “ดูหนังมั้ย?.. ไม่ดีกว่า อ่านหนังสือ? ติวหนังสือกันเถอะ” “วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก อาจารย์ยังไม่ทันสอนอะไรเลยนะ” “นั่นแหละ เรามาเตรียมตัวก่อนเรียนวันพรุ่งนี้กัน อ่อ แล้วก็การบ้านจากโรงเรียนสอนพิเศษไง” จินอุนจ้องอูยอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อูยองจะขยันขนาดนี้ อูยองหยิบหนังสือและเครื่องเขียนออกจากกระเป๋า และทำเป็นตั้งอกตั้งใจอ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนครบสองชั่วโมง จินอุนก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อูยองยังคงเปิดหนังสือค้างไว้ที่หน้าเดิม ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ดวงตาที่หลุบมองคล้ายจะอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแต่จริงๆแล้วกลับเหม่อลอยและว่างเปล่า “อูยอง..” “….” “อูยอง” เขาเรียกเสียงดังขึ้นอีก อูยองเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 8/?

  จินอุนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามเขามาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เสียงฝีเท้าที่เดินลากเท้าเล็กน้อย ก้าวอย่างช้าๆ ไม่ได้ระมัดระวังว่าเขาจะรู้ตัว แต่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน และก่อนที่เขาจะทันได้หันไปมอง เสียงที่เขาคุ้นเคยดีก็โผล่มาเดินข้างๆเขา “ฉันไปบ้านนายได้มั้ย” จินอุนมองเพื่อนตัวเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่รอคำตอบ “เราจะทำอะไรดีล่ะ” อูยองยังคงเดินตามเขาทุกฝีก้าว เมื่อพวกเขามาถึงบ้าน “ดูหนังมั้ย?.. ไม่ดีกว่า อ่านหนังสือ? ติวหนังสือกันเถอะ” “วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก อาจารย์ยังไม่ทันสอนอะไรเลยนะ” “นั่นแหละ เรามาเตรียมตัวก่อนเรียนวันพรุ่งนี้กัน อ่อ แล้วก็การบ้านจากโรงเรียนสอนพิเศษไง” จินอุนจ้องอูยอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อูยองจะขยันขนาดนี้ อูยองหยิบหนังสือและเครื่องเขียนออกจากกระเป๋า และทำเป็นตั้งอกตั้งใจอ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนครบสองชั่วโมง จินอุนก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อูยองยังคงเปิดหนังสือค้างไว้ที่หน้าเดิม ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ดวงตาที่หลุบมองคล้ายจะอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแต่จริงๆแล้วกลับเหม่อลอยและว่างเปล่า “อูยอง..” “….” “อูยอง” เขาเรียกเสียงดังขึ้นอีก อูยองเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 7/?

ชานซองเช็คตารางงานของจุนโฮจากในแท็บเลต พยายามตรวจดูว่าเขาไม่ได้ดูมันผิดแน่ๆ จุนโฮกำลังเป็นที่นิยม และโดยปกติตารางของจุนโฮก็แทบจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยยุ่งเหยิง จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ขนาดนี้ “นี่นายไม่คิดว่านายรับงานเยอะเกินไปบ้างหรอ” ชานซองตะโกนถามคนในห้องน้ำ เขามารอรับจุนโฮเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้า “มีงานทำก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรอ” จุนโฮตะโกนกลับออกมา “แต่นายรับงานสองประเทศในวันเดียวกัน” ชานซองอ่านตารางงานในเดือนหน้า ตามเดิมจุนโฮต้องไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น 3 วัน แต่ตารางงานที่เพิ่งแทรกมาในเย็นวันที่สอง กลับเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ “นายจะทำได้ยังไง นายจะบินกลับมา วิ่งขึ้นเวที แล้วบินไปญี่ปุ่นใหม่หรอไง” กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยมาข้างหลัง ทำให้ชานซองเงยขึ้นไปมอง จุนโฮในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ก้มลงมาอ่านตารางงานในมือของชานซอง “นายหมายถึงนี่หรอ” จุนโฮชี้นิ้วลงบนวันที่ในปฏิทิน “ฉันเห็นว่าวันที่สองมีแค่ถ่ายรายการตอนเช้า แล้วฉันก็ว่างทั้งวันเลยนะ ดีกว่านั่งแกร่วอยู่ในโรงแรมนี่นา” จุนโฮพูดพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกน้ำของตัวเอง “ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วนี่ก็เป็นงานการกุศลนะ” “แล้ววันต่อไปก็มีอัดรายการตอนเช้า นายไม่คิดจะพักบ้างเลยหรอไง” ชานซองชี้ตารางวันต่อไปให้จุนโฮดู “ถ้านายกลัวไม่ได้พัก ก็ให้บริษัทส่งคนอื่นมาดูฉันแทนก็ได้นะ” ชานซองหันไปมองจุนโฮอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 7/?

ชานซองเช็คตารางงานของจุนโฮจากในแท็บเลต พยายามตรวจดูว่าเขาไม่ได้ดูมันผิดแน่ๆ จุนโฮกำลังเป็นที่นิยม และโดยปกติตารางของจุนโฮก็แทบจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยยุ่งเหยิง จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ขนาดนี้ “นี่นายไม่คิดว่านายรับงานเยอะเกินไปบ้างหรอ” ชานซองตะโกนถามคนในห้องน้ำ เขามารอรับจุนโฮเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้า “มีงานทำก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรอ” จุนโฮตะโกนกลับออกมา “แต่นายรับงานสองประเทศในวันเดียวกัน” ชานซองอ่านตารางงานในเดือนหน้า ตามเดิมจุนโฮต้องไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น 3 วัน แต่ตารางงานที่เพิ่งแทรกมาในเย็นวันที่สอง กลับเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ “นายจะทำได้ยังไง นายจะบินกลับมา วิ่งขึ้นเวที แล้วบินไปญี่ปุ่นใหม่หรอไง” กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยมาข้างหลัง ทำให้ชานซองเงยขึ้นไปมอง จุนโฮในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ก้มลงมาอ่านตารางงานในมือของชานซอง “นายหมายถึงนี่หรอ” จุนโฮชี้นิ้วลงบนวันที่ในปฏิทิน “ฉันเห็นว่าวันที่สองมีแค่ถ่ายรายการตอนเช้า แล้วฉันก็ว่างทั้งวันเลยนะ ดีกว่านั่งแกร่วอยู่ในโรงแรมนี่นา” จุนโฮพูดพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกน้ำของตัวเอง “ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วนี่ก็เป็นงานการกุศลนะ” “แล้ววันต่อไปก็มีอัดรายการตอนเช้า นายไม่คิดจะพักบ้างเลยหรอไง” ชานซองชี้ตารางวันต่อไปให้จุนโฮดู “ถ้านายกลัวไม่ได้พัก ก็ให้บริษัทส่งคนอื่นมาดูฉันแทนก็ได้นะ” ชานซองหันไปมองจุนโฮอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 6/?

เสียงฝนเม็ดโตตกกระทบเครื่องเล่นเป็นเสียงโลหะดังก้อง สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นเด็กสีสดใสในยามกลางวัน เมื่อพระอาทิตย์ลับหายจึงหม่นเศร้าด้วยสายฝนที่อาบไล้  ดินที่ฝ่าเท้าเปียกแฉะ ขณะที่ร่างเล็กนั่งอยู่บนชิงช้าอย่างนิ่งเงียบ ไหล่บางสั่นสะอื้นเบาๆ ศีรษะก้มมองต่ำ น้ำหยดลงจากผมหน้าม้าที่เปียกลู่ เขาไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่นานแค่ไหน ทำไมฝนถึงไม่หยุดตกเสียที ทำไมน้ำตาถึงไม่หยุดไหลเสียที เขานั่งนิ่งเฉยต่อสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนอีกแล้ว ผ่านม่านน้ำตาที่พร่าเบลอ รองเท้าหนังคู่หนึ่งก้าวเข้ามา ฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกายหายไปใต้ร่มสีแดงที่ถูกยื่นมาเหนือศีรษะ “ทำไมมานั่งอยู่อย่างนี้” “คุณฮยอง” อูยองเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้า เรียวแขนโผกอดร่างสูงในทันที “ผมทำมันหาย ผมหามันไม่เจอ” อูยองปล่อยโฮออกมา เขาตามหามันทุกที่แล้ว แต่เจ้าแมวที่วิ่งหายไป ก็ไม่ปรากฏตัวอยู่ที่ไหนเลย ฝนที่ตกอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อนยิ่งทำให้เขาเป็นห่วง และไม่กล้าทอดทิ้งมันไว้ข้างนอกบ้านเพียงลำพัง “ผมขอโทษ” อูยองสะอื้นกับอกเสื้อของนิชคุณ ร่างเล็กที่ตื่นกลัวยึดร่างคนพี่ไว้แน่น หวังให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ตื่นขวัญ ถ้านิชคุณอยู่ตรงนี้มันคงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย ถ้านิชคุณอยู่กับเขา คงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย “กลับบ้านเถอะ” นิชคุณคลายอ้อมแขนของอูยองออก “พรุ่งนี้ค่อยหาต่อ” ไออุ่นที่ผละออกไปในทันที ดูเหมือนจะทิ้งช่องว่างให้ลมเย็นวูบใหญ่เข้ามาแทนที่

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 6/?

เสียงฝนเม็ดโตตกกระทบเครื่องเล่นเป็นเสียงโลหะดังก้อง สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นเด็กสีสดใสในยามกลางวัน เมื่อพระอาทิตย์ลับหายจึงหม่นเศร้าด้วยสายฝนที่อาบไล้  ดินที่ฝ่าเท้าเปียกแฉะ ขณะที่ร่างเล็กนั่งอยู่บนชิงช้าอย่างนิ่งเงียบ ไหล่บางสั่นสะอื้นเบาๆ ศีรษะก้มมองต่ำ น้ำหยดลงจากผมหน้าม้าที่เปียกลู่ เขาไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่นานแค่ไหน ทำไมฝนถึงไม่หยุดตกเสียที ทำไมน้ำตาถึงไม่หยุดไหลเสียที เขานั่งนิ่งเฉยต่อสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนอีกแล้ว ผ่านม่านน้ำตาที่พร่าเบลอ รองเท้าหนังคู่หนึ่งก้าวเข้ามา ฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกายหายไปใต้ร่มสีแดงที่ถูกยื่นมาเหนือศีรษะ “ทำไมมานั่งอยู่อย่างนี้” “คุณฮยอง” อูยองเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้า เรียวแขนโผกอดร่างสูงในทันที “ผมทำมันหาย ผมหามันไม่เจอ” อูยองปล่อยโฮออกมา เขาตามหามันทุกที่แล้ว แต่เจ้าแมวที่วิ่งหายไป ก็ไม่ปรากฏตัวอยู่ที่ไหนเลย ฝนที่ตกอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อนยิ่งทำให้เขาเป็นห่วง และไม่กล้าทอดทิ้งมันไว้ข้างนอกบ้านเพียงลำพัง “ผมขอโทษ” อูยองสะอื้นกับอกเสื้อของนิชคุณ ร่างเล็กที่ตื่นกลัวยึดร่างคนพี่ไว้แน่น หวังให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ตื่นขวัญ ถ้านิชคุณอยู่ตรงนี้มันคงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย ถ้านิชคุณอยู่กับเขา คงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย “กลับบ้านเถอะ” นิชคุณคลายอ้อมแขนของอูยองออก “พรุ่งนี้ค่อยหาต่อ” ไออุ่นที่ผละออกไปในทันที ดูเหมือนจะทิ้งช่องว่างให้ลมเย็นวูบใหญ่เข้ามาแทนที่

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 5/?

“ฉันผ่านการออดิชั่นล่ะ” น้ำเสียงของจุนโฮดูตื่นเต้นขณะที่บอกกับเขา นิชคุณต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อที่จะจับต้นชนปลายจากสิ่งที่จุนโฮกำลังบอกเล่า จุนโฮเคยบอกกับเขาว่าจะมีงานออดิชั่นจากค่ายเพลงที่เกาหลีมาคัดเลือกเด็กจากที่นี่  แต่เท่าที่เขาจำได้ จุนโฮไม่เคยบอกว่าตัวเองจะไปเข้าร่วมด้วย “ยินดีด้วยนะ” นิชคุณตอบกลับไปทั้งที่ยังสับสน จุนโฮยิ้มให้เขา ก่อนที่ต่างคนต่างก็ปล่อยให้ความเงียบลอยตัวอย่างเนิบช้าระหว่างการสนทนา เหตุผลที่ทำให้เขาไม่คาดคิดถึงมันมาก่อน มันเป็นเพราะว่า หากจุนโฮผ่านการออดิชั่นขึ้นมา มันก็หมายความว่า… “ฉันต้องกลับเกาหลี” จุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เหมือนกับว่ากำลังพูดเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป “ต้องเข้าไปเป็นเด็กฝึก” ดวงตาเรียวหัวเราะจนเป็นเส้นขีดเล็กๆ “จะได้เดบิวต์รึป่าวก็ไม่รู้” นิชคุณพยายามจะยิ้มบ้าง แต่มันกลับดูเหมือนว่าเขากำลังกระตุกริมฝีปากแทน ที่จุนโฮพูดออกมาได้อย่างนั้น มันอาจเป็นเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆก็ได้ เขาเองก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ จุนโฮผ่านการออดิชั่น จุนโฮต้องไปเป็นศิลปินฝึกหัด ต้องบินกลับไปที่เกาหลี ความคิดที่กำลังเรียบเรียงอย่างช้าๆ เหมือนเขากำลังจัดเรียงจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน แต่น่าแปลกที่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ เขาก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าภาพที่เขากำลังต่อนั้นคือรูปอะไร ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ แต่อาจเป็นเพราะไม่อาจทำใจให้เข้าใจมันก็เป็นได้ “นายต้องไปเมื่อไหร่” ริมฝีปากเม้มบาง ก่อนจะตอบออกมาในที่สุด “อาทิตย์หน้า” “ฉันรู้ว่ามันกระทันหันไปหน่อย

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 5/?

“ฉันผ่านการออดิชั่นล่ะ” น้ำเสียงของจุนโฮดูตื่นเต้นขณะที่บอกกับเขา นิชคุณต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อที่จะจับต้นชนปลายจากสิ่งที่จุนโฮกำลังบอกเล่า จุนโฮเคยบอกกับเขาว่าจะมีงานออดิชั่นจากค่ายเพลงที่เกาหลีมาคัดเลือกเด็กจากที่นี่  แต่เท่าที่เขาจำได้ จุนโฮไม่เคยบอกว่าตัวเองจะไปเข้าร่วมด้วย “ยินดีด้วยนะ” นิชคุณตอบกลับไปทั้งที่ยังสับสน จุนโฮยิ้มให้เขา ก่อนที่ต่างคนต่างก็ปล่อยให้ความเงียบลอยตัวอย่างเนิบช้าระหว่างการสนทนา เหตุผลที่ทำให้เขาไม่คาดคิดถึงมันมาก่อน มันเป็นเพราะว่า หากจุนโฮผ่านการออดิชั่นขึ้นมา มันก็หมายความว่า… “ฉันต้องกลับเกาหลี” จุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เหมือนกับว่ากำลังพูดเรื่องธรรมดาสามัญทั่วไป “ต้องเข้าไปเป็นเด็กฝึก” ดวงตาเรียวหัวเราะจนเป็นเส้นขีดเล็กๆ “จะได้เดบิวต์รึป่าวก็ไม่รู้” นิชคุณพยายามจะยิ้มบ้าง แต่มันกลับดูเหมือนว่าเขากำลังกระตุกริมฝีปากแทน ที่จุนโฮพูดออกมาได้อย่างนั้น มันอาจเป็นเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆก็ได้ เขาเองก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ จุนโฮผ่านการออดิชั่น จุนโฮต้องไปเป็นศิลปินฝึกหัด ต้องบินกลับไปที่เกาหลี ความคิดที่กำลังเรียบเรียงอย่างช้าๆ เหมือนเขากำลังจัดเรียงจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน แต่น่าแปลกที่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ เขาก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าภาพที่เขากำลังต่อนั้นคือรูปอะไร ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ แต่อาจเป็นเพราะไม่อาจทำใจให้เข้าใจมันก็เป็นได้ “นายต้องไปเมื่อไหร่” ริมฝีปากเม้มบาง ก่อนจะตอบออกมาในที่สุด “อาทิตย์หน้า” “ฉันรู้ว่ามันกระทันหันไปหน่อย

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 4/?

นิ้วมือเล็กที่จับหลอดพลาสติกสีน้ำตาล ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังใช้มันเขี่ยน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นในแก้วจนมันละลายไปเกือบหมด พวงแก้มเรื่อสีฝาดแดง ขณะที่ริมฝีปากต้องคอยแต่จะเม้มบางเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มออกมา สายตาของนิชคุณมันอบอุ่นมากเลยไม่ใช่หรอ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ทำให้อูยองจะยิ้มตามทุกทีเพียงแค่ได้คิดถึง พวงแก้มแดงจัดเมื่อความคิดหวนไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน ใบหน้าที่หล่อเหลาดังรูปสลักแม้ในยามหลับ ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่ง ผิวขาวจัดซึ่งให้สัมผัสร้อนผ่าว อูยองเลื่อนมือขึ้นปิดพวงแก้มกลมของตัวเอง หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเขา เขาส่ายศีรษะพยายามสลัดภาพของนิชคุณออกไป เพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำขนาดนี้ แต่กับคนที่คอยเฝ้ามองอูยองอยู่เสมอ จะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง เด็กตัวน้อยที่คอยก้มหน้าและแอบยิ้มอย่างเขินอาย มันน่ารักเสียจนเขาแทบบ้า “อูยอง เป็นอะไรครับ หน้าแดงเชียว” อูยองกัดกลีบปากล่าง จะยิ้มให้ได้อีกแล้ว ก่อนจะเงยขึ้นมาส่ายศีรษะรัวๆ “เขินฉันล่ะสิ” คิมมินจุนฉีกยิ้มกว้าง ให้กับคู่เดทของตัวเอง เขาแอบชอบอูยองซึ่งเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตั้งแต่แรกเห็นจนถึงแม้ตอนนี้เขาจะเรียนจบแล้วก็ตาม ความน่ารักของอูยองเป็นที่ล่ำลือในโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็เป็นที่เล่าลือเหมือนกันว่าใครชอบอูยองต้องอกหักทุกรายเพราะอูยองไม่เคยสนใจใคร โชคดีแค่ไหนที่จินอุนญาติผู้น้องของเขาเป็นเพื่อนสนิทของอูยอง เขาถึงเป็นคนเดียวที่ทำลายคำบอกเล่าปากต่อปากแล้วสามารถนัดเดทกับอูยองได้ แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าเดทครั้งนี้มันเป็นการออกมาสองต่อสอง ไม่ใช่มีตัวแถมมาด้วยอย่างนี้ “น้อยๆหน่อย อูยองจะเขินแกทำไม อูยองงี่เขินฉันต่างหาก ใช่มั้ยล่ะครับ” แทคยอนเลื่อนหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 4/?

นิ้วมือเล็กที่จับหลอดพลาสติกสีน้ำตาล ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังใช้มันเขี่ยน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นในแก้วจนมันละลายไปเกือบหมด พวงแก้มเรื่อสีฝาดแดง ขณะที่ริมฝีปากต้องคอยแต่จะเม้มบางเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มออกมา สายตาของนิชคุณมันอบอุ่นมากเลยไม่ใช่หรอ ทั้งรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ทำให้อูยองจะยิ้มตามทุกทีเพียงแค่ได้คิดถึง พวงแก้มแดงจัดเมื่อความคิดหวนไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน ใบหน้าที่หล่อเหลาดังรูปสลักแม้ในยามหลับ ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่ง ผิวขาวจัดซึ่งให้สัมผัสร้อนผ่าว อูยองเลื่อนมือขึ้นปิดพวงแก้มกลมของตัวเอง หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเขา เขาส่ายศีรษะพยายามสลัดภาพของนิชคุณออกไป เพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำขนาดนี้ แต่กับคนที่คอยเฝ้ามองอูยองอยู่เสมอ จะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง เด็กตัวน้อยที่คอยก้มหน้าและแอบยิ้มอย่างเขินอาย มันน่ารักเสียจนเขาแทบบ้า “อูยอง เป็นอะไรครับ หน้าแดงเชียว” อูยองกัดกลีบปากล่าง จะยิ้มให้ได้อีกแล้ว ก่อนจะเงยขึ้นมาส่ายศีรษะรัวๆ “เขินฉันล่ะสิ” คิมมินจุนฉีกยิ้มกว้าง ให้กับคู่เดทของตัวเอง เขาแอบชอบอูยองซึ่งเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตั้งแต่แรกเห็นจนถึงแม้ตอนนี้เขาจะเรียนจบแล้วก็ตาม ความน่ารักของอูยองเป็นที่ล่ำลือในโรงเรียน ในขณะเดียวกันก็เป็นที่เล่าลือเหมือนกันว่าใครชอบอูยองต้องอกหักทุกรายเพราะอูยองไม่เคยสนใจใคร โชคดีแค่ไหนที่จินอุนญาติผู้น้องของเขาเป็นเพื่อนสนิทของอูยอง เขาถึงเป็นคนเดียวที่ทำลายคำบอกเล่าปากต่อปากแล้วสามารถนัดเดทกับอูยองได้ แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าเดทครั้งนี้มันเป็นการออกมาสองต่อสอง ไม่ใช่มีตัวแถมมาด้วยอย่างนี้ “น้อยๆหน่อย อูยองจะเขินแกทำไม อูยองงี่เขินฉันต่างหาก ใช่มั้ยล่ะครับ” แทคยอนเลื่อนหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง