[SF] My little obsession

  Pairing: KhunWoo Rate: PG-13   ผมชอบออกไปที่ระเบียงห้องในตอนเช้า มองข้ามไปที่อพาร์ทเม้นข้างๆ แสงสีทองของพระอาทิตย์ในรุ่งอรุณ ค่อยๆลอดผ่านตึกฝั่งตรงข้ามพาดผ่านบนประตูไม้สีฟ้าอ่อนบนผนังอิฐสีส้มแสด ลูกบิดทองเหลืองสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาว ระเบียงโลหะสีดำทอดเงาเป็นซี่ๆลงบนผนัง มีต้นเฟิร์นเล็กๆสองสามกระถางห้อยลงมาจากด้านบน กิ่งก้านที่เลื้อยลงมาทอดเงาเป็นเส้นสายแต่งแต้มภาพนั้น จนผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพที่ผมเห็นไว้   มันเริ่มจากวันแรกที่ผมย้ายเข้ามา ผมบินมาจากลอสแองเจลิส ที่ๆเวลาต่างจากที่นี่ 14 ชั่วโมง ทำให้ผมตาสว่างทั้งคืนจนเช้า หลังจากความพยายามจะนอนไม่เป็นผลสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจชงกาแฟให้ตัวเองสักแก้วและออกไปสูดอากาศที่ระเบียงห้อง นั่นเป็นตอนที่ผมสังเกตเห็นห้องตรงข้าม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้าม ที่ดินแถวนี้ราคาแพง ที่อยู่อาศัยจึงถูกแบ่งซอยขึ้นไปเป็นตึกสูงแทนการปลูกบ้านเดี่ยวที่ใช้พื้นที่เยอะ และแสงธรรมชาติถูกบดบังจนกว่าจะถึงช่วงสายๆที่พระอาทิตย์โผล่พ้นสิ่งก่อสร้างที่ปลูกกันเบียดเสียด แต่น่าแปลกที่ห้องๆนั้นกลับเป็นห้องเดียวที่ถูกแสงแดดอ่อนอาบไล้พอดีในยามเช้า ราวกับว่ามีใครบางคนตั้งใจให้ผมมองไปที่จุดนั้น ให้ผมถูกสะกดด้วยความงดงามนั้น ผมถ่ายภาพเก็บไว้แล้ว และนั่งมองมันต่อไปสักหน่อย   การตัดสินใจในวันนั้นทำให้ผมยังคงตื่นเช้าในทุกๆวัน ผมชอบที่จะเห็นความมืดค่อยๆหลีกหนีให้แก่แสงอาทิตย์ที่กลับเข้ามา ผมจ้องมองเงาที่ค่อยๆขยับและเข้มชัดขึ้นตามแสงที่เปลี่ยนแปลงไป ผมชอบแสงสีทองเรืองรองที่สะท้อนจากลูกบิดทองเหลือง และผมชอบที่จะมองผ้าม่านสีขาวภายในกรอบหน้าต่างสีฟ้าอ่อน

[SF] My little obsession

  Pairing: KhunWoo Rate: PG-13   ผมชอบออกไปที่ระเบียงห้องในตอนเช้า มองข้ามไปที่อพาร์ทเม้นข้างๆ แสงสีทองของพระอาทิตย์ในรุ่งอรุณ ค่อยๆลอดผ่านตึกฝั่งตรงข้ามพาดผ่านบนประตูไม้สีฟ้าอ่อนบนผนังอิฐสีส้มแสด ลูกบิดทองเหลืองสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาว ระเบียงโลหะสีดำทอดเงาเป็นซี่ๆลงบนผนัง มีต้นเฟิร์นเล็กๆสองสามกระถางห้อยลงมาจากด้านบน กิ่งก้านที่เลื้อยลงมาทอดเงาเป็นเส้นสายแต่งแต้มภาพนั้น จนผมต้องหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพที่ผมเห็นไว้   มันเริ่มจากวันแรกที่ผมย้ายเข้ามา ผมบินมาจากลอสแองเจลิส ที่ๆเวลาต่างจากที่นี่ 14 ชั่วโมง ทำให้ผมตาสว่างทั้งคืนจนเช้า หลังจากความพยายามจะนอนไม่เป็นผลสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจชงกาแฟให้ตัวเองสักแก้วและออกไปสูดอากาศที่ระเบียงห้อง นั่นเป็นตอนที่ผมสังเกตเห็นห้องตรงข้าม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้าม ที่ดินแถวนี้ราคาแพง ที่อยู่อาศัยจึงถูกแบ่งซอยขึ้นไปเป็นตึกสูงแทนการปลูกบ้านเดี่ยวที่ใช้พื้นที่เยอะ และแสงธรรมชาติถูกบดบังจนกว่าจะถึงช่วงสายๆที่พระอาทิตย์โผล่พ้นสิ่งก่อสร้างที่ปลูกกันเบียดเสียด แต่น่าแปลกที่ห้องๆนั้นกลับเป็นห้องเดียวที่ถูกแสงแดดอ่อนอาบไล้พอดีในยามเช้า ราวกับว่ามีใครบางคนตั้งใจให้ผมมองไปที่จุดนั้น ให้ผมถูกสะกดด้วยความงดงามนั้น ผมถ่ายภาพเก็บไว้แล้ว และนั่งมองมันต่อไปสักหน่อย   การตัดสินใจในวันนั้นทำให้ผมยังคงตื่นเช้าในทุกๆวัน ผมชอบที่จะเห็นความมืดค่อยๆหลีกหนีให้แก่แสงอาทิตย์ที่กลับเข้ามา ผมจ้องมองเงาที่ค่อยๆขยับและเข้มชัดขึ้นตามแสงที่เปลี่ยนแปลงไป ผมชอบแสงสีทองเรืองรองที่สะท้อนจากลูกบิดทองเหลือง และผมชอบที่จะมองผ้าม่านสีขาวภายในกรอบหน้าต่างสีฟ้าอ่อน

[SF] Step you can’t take back

  Pairing: KhunWoo Genre: Angst Rate: PG-15   โทรศัพท์ของผมเริ่มส่งเสียงร้องทันทีที่ผมเปิดเครื่อง ผมเพิ่งกลับจากการทำงานที่ประเทศจีน และกำลังยืนรอสัมภาระที่โหลดไว้ใต้ตัวเครื่อง ทำให้ผมพอมีเวลาที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มันถูกปิดไปตั้งแต่ผมขึ้นเครื่องบิน คนส่วนมากมันจะเปลี่ยนเป็นโหมดใช้งานบนเครื่องบิน แต่ยังไงผมก็ต้องการจะพักผ่อนอยู่แล้ว ผมจึงไม่คิดจะหยิบมันมาเล่น ผมไม่ใช่คนติดโทรศัพท์มากนัก และไม่ค่อยมีใครจะติดต่อผมบ่อยๆ ส่วนนึงเพราะคนรอบข้างผมรู้ดีว่าผมบินไปบินมา และทำงานอยู่ตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่ค่อยเป็นฝ่ายโทรหาผมเท่าไหร่นัก มันถึงทำให้ผมประหลาดใจ เมื่อทันทีที่ผมกดปุ่มเปิดเครื่อง โทรศัพท์ของผมก็เริ่มสั่น หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าว่า คิมจุนซู   จุนซูเป็นชื่อเก่าของมินจุน ผมรู้ว่าเขาเปลี่ยนชื่อนานแล้ว แต่ผมก็เมมเบอร์เขาไว้ตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นเด็กฝึก และผมไม่มีความรู้สึกว่าผมจะต้องเปลี่ยนมัน มันเป็นอารมณ์ขบถเล็กๆที่ผมมักจะมีต่อตัวเอง เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ผมกดรับสาย   “นายอยู่ไหน”   “เพิ่งถึงเกาหลีเมื่อสิบนาทีที่แล้ว” ผมตอบอย่างขำๆ

[SF] Step you can’t take back

  Pairing: KhunWoo Genre: Angst Rate: PG-15   โทรศัพท์ของผมเริ่มส่งเสียงร้องทันทีที่ผมเปิดเครื่อง ผมเพิ่งกลับจากการทำงานที่ประเทศจีน และกำลังยืนรอสัมภาระที่โหลดไว้ใต้ตัวเครื่อง ทำให้ผมพอมีเวลาที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มันถูกปิดไปตั้งแต่ผมขึ้นเครื่องบิน คนส่วนมากมันจะเปลี่ยนเป็นโหมดใช้งานบนเครื่องบิน แต่ยังไงผมก็ต้องการจะพักผ่อนอยู่แล้ว ผมจึงไม่คิดจะหยิบมันมาเล่น ผมไม่ใช่คนติดโทรศัพท์มากนัก และไม่ค่อยมีใครจะติดต่อผมบ่อยๆ ส่วนนึงเพราะคนรอบข้างผมรู้ดีว่าผมบินไปบินมา และทำงานอยู่ตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่ค่อยเป็นฝ่ายโทรหาผมเท่าไหร่นัก มันถึงทำให้ผมประหลาดใจ เมื่อทันทีที่ผมกดปุ่มเปิดเครื่อง โทรศัพท์ของผมก็เริ่มสั่น หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าว่า คิมจุนซู   จุนซูเป็นชื่อเก่าของมินจุน ผมรู้ว่าเขาเปลี่ยนชื่อนานแล้ว แต่ผมก็เมมเบอร์เขาไว้ตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นเด็กฝึก และผมไม่มีความรู้สึกว่าผมจะต้องเปลี่ยนมัน มันเป็นอารมณ์ขบถเล็กๆที่ผมมักจะมีต่อตัวเอง เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ผมกดรับสาย   “นายอยู่ไหน”   “เพิ่งถึงเกาหลีเมื่อสิบนาทีที่แล้ว” ผมตอบอย่างขำๆ

[SF] In Another World (Part III)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) (PART II) PART III     นิชคุณมองตามขบวนทัวร์เล็กๆที่มีแทคยอนเป็นไกด์นำผ่านทางหน้าต่าง ทุกคนออกไปเยี่ยมชมหมู่บ้าน ซึ่งฟังจากที่แทคยอนเล่า มันมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่โชคดีที่มีสถานพยาบาล และพื้นที่สำหรับการเพาะปลูก รวมถึงการปศุสัตว์ พวกเขาเลี้ยงตัวเองได้ ภายในรั้วสูงที่มีเวรผลัดเปลี่ยนการเฝ้าระวังล้อมรอบหมู่บ้าน   “แล้วฉันก็โชคดีที่มีบ้านหลังนี้อยู่ในพื้นที่ มันไม่มีผู้อพยพมาถึงที่นี่มากนักหรอก คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่คือคนดั้งเดิมของพื้นที่ พวกเขามีบ้าน พวกเขาสร้างอาณาเขตที่ปลอดภัยสำหรับบ้านของพวกเขา ส่วนฉัน..เป็นเหมือนคนหลงทาง เป็นพวกไร้บ้าน โชคดีที่คฤหาสน์ขนาดสิบห้องนอนนี้ว่างอยู่ ฉันเดาว่าคงเป็นบ้านพักตากอากาศของใครสักคน ฉันกับผู้อพยพบางส่วน จึงย้ายเข้ามา”   แทคยอนเล่าให้เขาฟังตอนมื้อเช้า ตอนที่แนะนำให้พวกเขารู้จักครอบครัวนึงที่อาศัยอยู่ในห้องชั้นบน เป็นคุณยายวัยเจ็ดสิบกับหลานสาวตัวเล็กที่อายุไม่น่าจะเกินแปดขวบ

[SF] In Another World (Part III)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) (PART II) PART III     นิชคุณมองตามขบวนทัวร์เล็กๆที่มีแทคยอนเป็นไกด์นำผ่านทางหน้าต่าง ทุกคนออกไปเยี่ยมชมหมู่บ้าน ซึ่งฟังจากที่แทคยอนเล่า มันมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่โชคดีที่มีสถานพยาบาล และพื้นที่สำหรับการเพาะปลูก รวมถึงการปศุสัตว์ พวกเขาเลี้ยงตัวเองได้ ภายในรั้วสูงที่มีเวรผลัดเปลี่ยนการเฝ้าระวังล้อมรอบหมู่บ้าน   “แล้วฉันก็โชคดีที่มีบ้านหลังนี้อยู่ในพื้นที่ มันไม่มีผู้อพยพมาถึงที่นี่มากนักหรอก คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่คือคนดั้งเดิมของพื้นที่ พวกเขามีบ้าน พวกเขาสร้างอาณาเขตที่ปลอดภัยสำหรับบ้านของพวกเขา ส่วนฉัน..เป็นเหมือนคนหลงทาง เป็นพวกไร้บ้าน โชคดีที่คฤหาสน์ขนาดสิบห้องนอนนี้ว่างอยู่ ฉันเดาว่าคงเป็นบ้านพักตากอากาศของใครสักคน ฉันกับผู้อพยพบางส่วน จึงย้ายเข้ามา”   แทคยอนเล่าให้เขาฟังตอนมื้อเช้า ตอนที่แนะนำให้พวกเขารู้จักครอบครัวนึงที่อาศัยอยู่ในห้องชั้นบน เป็นคุณยายวัยเจ็ดสิบกับหลานสาวตัวเล็กที่อายุไม่น่าจะเกินแปดขวบ

[SF] In Another World (Part II)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) PART II   จุนโฮได้รับคำสั่งให้มาดูแลเครื่องบินขนเสบียงจากสหประชาชาติที่นำมาส่งมอบให้กับผู้รอดชีวิตที่ยังอยู่ที่นี่ พวกเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทหารจากอเมริกาเข้ามาสมทบ เกิดสงคราม เพียงแต่กองกำลังของอีกฝ่ายมิใช่มนุษย์ พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย แต่มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายที่สุดก็เป็นได้ พวกเขาตีต้อน และยึดเมืองใหญ่ๆคืนได้แล้ว รวมทั้งที่นี่ เมืองปูซาน พวกเขา จุนโฮ ชานซอง และมินจุน ถูกส่งมาช่วยรบที่ปูซานในช่วงท้ายๆหลังจากที่พวกเขาผ่านการฝึกระยะสั้นและประจำการที่นี่หลังจากที่ยึดเป็นที่มั่นแห่งสองรองจากโซลได้สำเร็จ   จุนโฮยิ้มออกมาเมื่อบานประตูที่ตัวเครื่องเปิดออก มันไม่ใช่แค่การส่งเสบียง แต่นี่คือภารกิจใหม่ ซึ่งพวกเขากำลังรอคอยการมาถึง   “ยินดีต้อนรับครับ” จุนโฮเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มที่ก้าวลงมาพร้อมทีมงานคนอื่นๆ พวกเขาจับมือกัน ก่อนที่จุนโฮจะปลดด้ามปืนที่สะพายอยู่ลง

[SF] In Another World (Part II)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   (PART I) PART II   จุนโฮได้รับคำสั่งให้มาดูแลเครื่องบินขนเสบียงจากสหประชาชาติที่นำมาส่งมอบให้กับผู้รอดชีวิตที่ยังอยู่ที่นี่ พวกเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทหารจากอเมริกาเข้ามาสมทบ เกิดสงคราม เพียงแต่กองกำลังของอีกฝ่ายมิใช่มนุษย์ พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย แต่มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายที่สุดก็เป็นได้ พวกเขาตีต้อน และยึดเมืองใหญ่ๆคืนได้แล้ว รวมทั้งที่นี่ เมืองปูซาน พวกเขา จุนโฮ ชานซอง และมินจุน ถูกส่งมาช่วยรบที่ปูซานในช่วงท้ายๆหลังจากที่พวกเขาผ่านการฝึกระยะสั้นและประจำการที่นี่หลังจากที่ยึดเป็นที่มั่นแห่งสองรองจากโซลได้สำเร็จ   จุนโฮยิ้มออกมาเมื่อบานประตูที่ตัวเครื่องเปิดออก มันไม่ใช่แค่การส่งเสบียง แต่นี่คือภารกิจใหม่ ซึ่งพวกเขากำลังรอคอยการมาถึง   “ยินดีต้อนรับครับ” จุนโฮเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มที่ก้าวลงมาพร้อมทีมงานคนอื่นๆ พวกเขาจับมือกัน ก่อนที่จุนโฮจะปลดด้ามปืนที่สะพายอยู่ลง

[SF] In Another World (Part I)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   PART I   ชานซองลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าพาหนะที่เขานั่งอยู่กำลังชะลอตัวและหยุดลงในที่สุด เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถผ่านฟิล์มรถยนตร์สีเข้ม รู้สึกไม่คุ้นตากับบรรยากาศรอบตัว แสงไฟในรถสว่างขึ้นเมื่อประตูหน้าถูกเปิดออก เขาหรี่ตาลงเพื่อมองพี่จินซอก ผู้จัดการชั่วคราว ที่มาช่วยเป็นคนขับรถวันนี้ เพราะผู้จัดการประจำวงของเขาลาพักร้อนตั้งแต่สองวันก่อน พี่จินซอกหันมาเห็นเขาซึ่งใบหน้าคงยังสับสนและงุนงง ถึงแม้จะไม่ได้ยิน เพราะเสียงเพลงที่ดังมาจากหูฟังที่ตัวเองใส่ไว้ตลอดเวลา แต่เขาก็พอจะอ่านปากออกว่า พวกเขากำลังจอดแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง และพี่จินซอกไปเข้าห้องน้ำ ชานซองพยักหน้าตอบเพื่อแสดงว่าเขารับทราบแล้ว พี่จินซอกกระโดดลงจากที่นั่งคนขับ   เสียงประตูปิดลง พร้อมกับแสงไฟที่ดับหาย ทำให้ชานซองมองเห็นภาพข้างนอกได้ชัดขึ้น มันเป็นปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก เขาเดาว่าพวกเขายังเดินทางมาได้ไม่ไกลนักจากจุดที่พวกเขาใช้ถ่ายโฆษณา พื้นที่ชนบทที่เงียบสงบ เป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนในตอนนี้ และมันก็ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังหลับใหล ไม่เหมือนกับในกรุงโซล ที่เขาจะสามารถมองเห็นแสงสีและการเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา สายตาที่กวาดมองออกไปรอบๆสะดุดกับเงาร่างของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลออกไป ด้านหลังรั้วไม้ซึ่งกั้นเป็นพื้นที่ของปั๊ม

[SF] In Another World (Part I)

In Another World 2PM, Sci-fi, PG-15   PART I   ชานซองลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าพาหนะที่เขานั่งอยู่กำลังชะลอตัวและหยุดลงในที่สุด เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถผ่านฟิล์มรถยนตร์สีเข้ม รู้สึกไม่คุ้นตากับบรรยากาศรอบตัว แสงไฟในรถสว่างขึ้นเมื่อประตูหน้าถูกเปิดออก เขาหรี่ตาลงเพื่อมองพี่จินซอก ผู้จัดการชั่วคราว ที่มาช่วยเป็นคนขับรถวันนี้ เพราะผู้จัดการประจำวงของเขาลาพักร้อนตั้งแต่สองวันก่อน พี่จินซอกหันมาเห็นเขาซึ่งใบหน้าคงยังสับสนและงุนงง ถึงแม้จะไม่ได้ยิน เพราะเสียงเพลงที่ดังมาจากหูฟังที่ตัวเองใส่ไว้ตลอดเวลา แต่เขาก็พอจะอ่านปากออกว่า พวกเขากำลังจอดแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง และพี่จินซอกไปเข้าห้องน้ำ ชานซองพยักหน้าตอบเพื่อแสดงว่าเขารับทราบแล้ว พี่จินซอกกระโดดลงจากที่นั่งคนขับ   เสียงประตูปิดลง พร้อมกับแสงไฟที่ดับหาย ทำให้ชานซองมองเห็นภาพข้างนอกได้ชัดขึ้น มันเป็นปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก เขาเดาว่าพวกเขายังเดินทางมาได้ไม่ไกลนักจากจุดที่พวกเขาใช้ถ่ายโฆษณา พื้นที่ชนบทที่เงียบสงบ เป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนในตอนนี้ และมันก็ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังหลับใหล ไม่เหมือนกับในกรุงโซล ที่เขาจะสามารถมองเห็นแสงสีและการเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา สายตาที่กวาดมองออกไปรอบๆสะดุดกับเงาร่างของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลออกไป ด้านหลังรั้วไม้ซึ่งกั้นเป็นพื้นที่ของปั๊ม

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 8/?

  จินอุนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามเขามาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เสียงฝีเท้าที่เดินลากเท้าเล็กน้อย ก้าวอย่างช้าๆ ไม่ได้ระมัดระวังว่าเขาจะรู้ตัว แต่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน และก่อนที่เขาจะทันได้หันไปมอง เสียงที่เขาคุ้นเคยดีก็โผล่มาเดินข้างๆเขา “ฉันไปบ้านนายได้มั้ย” จินอุนมองเพื่อนตัวเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่รอคำตอบ “เราจะทำอะไรดีล่ะ” อูยองยังคงเดินตามเขาทุกฝีก้าว เมื่อพวกเขามาถึงบ้าน “ดูหนังมั้ย?.. ไม่ดีกว่า อ่านหนังสือ? ติวหนังสือกันเถอะ” “วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก อาจารย์ยังไม่ทันสอนอะไรเลยนะ” “นั่นแหละ เรามาเตรียมตัวก่อนเรียนวันพรุ่งนี้กัน อ่อ แล้วก็การบ้านจากโรงเรียนสอนพิเศษไง” จินอุนจ้องอูยอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อูยองจะขยันขนาดนี้ อูยองหยิบหนังสือและเครื่องเขียนออกจากกระเป๋า และทำเป็นตั้งอกตั้งใจอ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนครบสองชั่วโมง จินอุนก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อูยองยังคงเปิดหนังสือค้างไว้ที่หน้าเดิม ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ดวงตาที่หลุบมองคล้ายจะอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแต่จริงๆแล้วกลับเหม่อลอยและว่างเปล่า “อูยอง..” “….” “อูยอง” เขาเรียกเสียงดังขึ้นอีก อูยองเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 8/?

  จินอุนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามเขามาได้สักพักแล้ว ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เสียงฝีเท้าที่เดินลากเท้าเล็กน้อย ก้าวอย่างช้าๆ ไม่ได้ระมัดระวังว่าเขาจะรู้ตัว แต่ก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอ ราวกับว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน และก่อนที่เขาจะทันได้หันไปมอง เสียงที่เขาคุ้นเคยดีก็โผล่มาเดินข้างๆเขา “ฉันไปบ้านนายได้มั้ย” จินอุนมองเพื่อนตัวเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่รอคำตอบ “เราจะทำอะไรดีล่ะ” อูยองยังคงเดินตามเขาทุกฝีก้าว เมื่อพวกเขามาถึงบ้าน “ดูหนังมั้ย?.. ไม่ดีกว่า อ่านหนังสือ? ติวหนังสือกันเถอะ” “วันนี้เพิ่งเปิดเทอมวันแรก อาจารย์ยังไม่ทันสอนอะไรเลยนะ” “นั่นแหละ เรามาเตรียมตัวก่อนเรียนวันพรุ่งนี้กัน อ่อ แล้วก็การบ้านจากโรงเรียนสอนพิเศษไง” จินอุนจ้องอูยอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อูยองจะขยันขนาดนี้ อูยองหยิบหนังสือและเครื่องเขียนออกจากกระเป๋า และทำเป็นตั้งอกตั้งใจอ่าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนครบสองชั่วโมง จินอุนก็รู้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ อูยองยังคงเปิดหนังสือค้างไว้ที่หน้าเดิม ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ดวงตาที่หลุบมองคล้ายจะอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษแต่จริงๆแล้วกลับเหม่อลอยและว่างเปล่า “อูยอง..” “….” “อูยอง” เขาเรียกเสียงดังขึ้นอีก อูยองเงยหน้าขึ้นมามองเขา เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 7/?

ชานซองเช็คตารางงานของจุนโฮจากในแท็บเลต พยายามตรวจดูว่าเขาไม่ได้ดูมันผิดแน่ๆ จุนโฮกำลังเป็นที่นิยม และโดยปกติตารางของจุนโฮก็แทบจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยยุ่งเหยิง จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ขนาดนี้ “นี่นายไม่คิดว่านายรับงานเยอะเกินไปบ้างหรอ” ชานซองตะโกนถามคนในห้องน้ำ เขามารอรับจุนโฮเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้า “มีงานทำก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรอ” จุนโฮตะโกนกลับออกมา “แต่นายรับงานสองประเทศในวันเดียวกัน” ชานซองอ่านตารางงานในเดือนหน้า ตามเดิมจุนโฮต้องไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น 3 วัน แต่ตารางงานที่เพิ่งแทรกมาในเย็นวันที่สอง กลับเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ “นายจะทำได้ยังไง นายจะบินกลับมา วิ่งขึ้นเวที แล้วบินไปญี่ปุ่นใหม่หรอไง” กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยมาข้างหลัง ทำให้ชานซองเงยขึ้นไปมอง จุนโฮในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ก้มลงมาอ่านตารางงานในมือของชานซอง “นายหมายถึงนี่หรอ” จุนโฮชี้นิ้วลงบนวันที่ในปฏิทิน “ฉันเห็นว่าวันที่สองมีแค่ถ่ายรายการตอนเช้า แล้วฉันก็ว่างทั้งวันเลยนะ ดีกว่านั่งแกร่วอยู่ในโรงแรมนี่นา” จุนโฮพูดพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกน้ำของตัวเอง “ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วนี่ก็เป็นงานการกุศลนะ” “แล้ววันต่อไปก็มีอัดรายการตอนเช้า นายไม่คิดจะพักบ้างเลยหรอไง” ชานซองชี้ตารางวันต่อไปให้จุนโฮดู “ถ้านายกลัวไม่ได้พัก ก็ให้บริษัทส่งคนอื่นมาดูฉันแทนก็ได้นะ” ชานซองหันไปมองจุนโฮอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

letitrain

[Fiction] Let The Rain Fall 7/?

ชานซองเช็คตารางงานของจุนโฮจากในแท็บเลต พยายามตรวจดูว่าเขาไม่ได้ดูมันผิดแน่ๆ จุนโฮกำลังเป็นที่นิยม และโดยปกติตารางของจุนโฮก็แทบจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยยุ่งเหยิง จนถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ขนาดนี้ “นี่นายไม่คิดว่านายรับงานเยอะเกินไปบ้างหรอ” ชานซองตะโกนถามคนในห้องน้ำ เขามารอรับจุนโฮเพื่อเข้าบริษัทในตอนเช้า “มีงานทำก็ดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรอ” จุนโฮตะโกนกลับออกมา “แต่นายรับงานสองประเทศในวันเดียวกัน” ชานซองอ่านตารางงานในเดือนหน้า ตามเดิมจุนโฮต้องไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น 3 วัน แต่ตารางงานที่เพิ่งแทรกมาในเย็นวันที่สอง กลับเป็นงานคอนเสิร์ตการกุศลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ “นายจะทำได้ยังไง นายจะบินกลับมา วิ่งขึ้นเวที แล้วบินไปญี่ปุ่นใหม่หรอไง” กลิ่นสบู่อ่อนๆที่ลอยมาข้างหลัง ทำให้ชานซองเงยขึ้นไปมอง จุนโฮในเสื้อคลุมอาบน้ำที่ก้มลงมาอ่านตารางงานในมือของชานซอง “นายหมายถึงนี่หรอ” จุนโฮชี้นิ้วลงบนวันที่ในปฏิทิน “ฉันเห็นว่าวันที่สองมีแค่ถ่ายรายการตอนเช้า แล้วฉันก็ว่างทั้งวันเลยนะ ดีกว่านั่งแกร่วอยู่ในโรงแรมนี่นา” จุนโฮพูดพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้เส้นผมที่เปียกน้ำของตัวเอง “ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วนี่ก็เป็นงานการกุศลนะ” “แล้ววันต่อไปก็มีอัดรายการตอนเช้า นายไม่คิดจะพักบ้างเลยหรอไง” ชานซองชี้ตารางวันต่อไปให้จุนโฮดู “ถ้านายกลัวไม่ได้พัก ก็ให้บริษัทส่งคนอื่นมาดูฉันแทนก็ได้นะ” ชานซองหันไปมองจุนโฮอย่างเหนื่อยใจ “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”